พัฒนาการนโยบายรัฐบาล
เกี่ยวกับจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส
 
..
   
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
   

 

ปอเนาะใต้ไม่ขอสังกัดเขตศึกษาชี้บริหารต่างกันห่วงเงินหนุนน้อย

           ประธานชมรม โรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามเสนอ คณะกรรมาธิการ วิสามัญ พิจารณาศึกษา ปัญหาการลอบวางระเบิด และก่อความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ขอสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ระบุอาจเกิดปัญหาได้ เพราะบริหารงานแตกต่างกัน
           นายนิเดร์ วาบา ประธานชมรม โรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนล่าง เปิดเผยว่า ชมรม ได้ร่วมกับชมรม โรงเรียนเอกชนส่วนกลาง และสมาพันธ์ โรงเรียนราษฎร์แห่งประเทศไทย จัดประชุม เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ... เมื่อ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา และได้เสนอต่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหา การลอบวางระเบิด และก่อความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอไม่เข้าอยู่ในสังกัด เขตพื้นที่การศึกษา ที่เพิ่งมีการประกาศใช้ใหม่
           โดยในส่วนของโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม หรือโรงเรียนปอเนาะ ต้องการที่อยู่ในรูปแบบเดิม ไม่ต้องการเข้าสังกัด ในเขตพื้นที่การศึกษา เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหา ในการบริหารจัดการได้ ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษา จะรับผิดชอบโรงเรียนของรัฐเป็นหลัก จึงอยาก จะให้มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ โดยเฉพาะเช่นเดิม
           นายนิเดร์ยังกล่าวอีกว่า เดิมโรงเรียนปอเนาะ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มาตั้งแต่ปี 2503 ต่อมา ก็เข้าสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเห็นได้ว่า การบริหาร จะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เมื่อเข้าไปรวมอยู่ ในเขตพื้นที่การคึกษาแล้ว ทำให้เขตพื้นที่การศึกษา ต้องรับผิดชอบมากขึ้น และเกรงว่างบประมาณ จะเทไปที่โรงเรียนของรัฐมากกว่า ซึ่งอาจทำให้โรงเรียนเอกชน ประสบปัญหาได้
           นอกจากนี้ การกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา ยังเป็นการสนับสนุน ให้เด็กที่อยู่เขตไหน ก็ให้เรียนที่นั่น อาจกระทบกับโรงเรียนเอกชน สอนศาสนนาอิสลามได้ เพราะอาจทำให้เด็กมาเรียน ที่โรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามน้อยลง อีกอย่าง เพื่อต้องการรักษาเอกลักษณ์ ของความเป็นปอเนาะ เอาไว้ด้วย
           ด้านนายสาโรจน์ จองจิต ศึกษานิเทศก์ เขตการศึกษา 2 กล่าวว่า สำหรับเหตุผล ที่โรงเรียนเอกชน ไม่ยอมเข้าสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา มีหลายประเด็น โดยเฉพาะการบริหารจัดการ ซึ่งโรงเรียนเอกชน มีระบบและมาตรฐานการบริหาร แตกต่างจากโรงเรียนรัฐ จึงเกรงว่าอาจทำให้เกิดความไม่คล่องตัวได้ เพราะเขตพื้นที่การศึกษา มุ่งไปที่โรงเรียนของรัฐเป็นหลัก ทั้งในเรื่องการจัดสรรงบประมาณอุดหนุน เงินสงเคราะห์การศึกษา การจัดตั้งและโยกย้าย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน
           นายสาโรจน์ยังกล่าวอีกว่า ทางชมรม ยังได้เสนอให้มีการตั้งศูนย์อิสลามศึกษาทุกระบบ ที่เขตการศึกษา 2 และให้ข้าราชการ ในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม ไม่ต้องย้ายออก สำหรับข้อเสนอต่างๆ นั้น ในเบื้องต้นคณะกรรมาธิการเห็นด้วนในหลักการ
           ในส่วนของศูนย์อบรมศาสนาอิสลาม และจริยธรรมอิลสาม ประจำมัสยิด (โรงเรียนตาดีกา) ที่ใช้หลักสูตร ของโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม ให้สังกัดกรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมตามเดิม ซึ่งมีศูนย์การบริหารตาดีกา ที่เขตการศึกษา 2 จังหวัดยะลาดูแล

ฉบับที่ 290 19-25 กรกฏาคม 2546
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2546 เวลา 17:39:39 น.