บทที่
1 บทนำ
1.1
ความเป็นมาและความสำคัญของการศึกษา
ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ การแก้ไขของรัฐบาล
แต่ละยุคสมัย ส่วนใหญ่ มีนโยบายที่เหมาะสม แต่ขาดความต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแส
การเรียกร้องในพื้นที่ ให้รัฐบาลปรับนโยบาย ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ
เป็นช่วงๆ นโยบายรัฐบาล เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี
ยะลา และนราธิวาส มีพัฒนาการ (Development) มานานกว่า 200 ปี ตามตารางต่อไปนี้
ปี
พ.ศ. |
เหตุการณ์ในประเทศ |
เหตุการณ์ในชายแดนภาคใต้ |
รัชกาลที่
1 |
|
|
2325
|
-
สถาปนากรุงเทพมหานคร |
|
2325-2329 |
-
กรมพระราชวังบวรฯ ยกทัพต่อสู้พม่าทางปักษ์ใต้ ได้ชัยชนะ จึงเลยไปเมืองปัตตานี
|
|
2332 |
|
-
จัดตั้ง 7 หัวเมือง ปัตตานี ยะหริ่ง สายบุรี หนองจิก ระแงะ รามัน
ยะลอ |
รัชกาลที่
2 |
|
|
(2352-2367) |
-
อังกฤษรบชนะพม่า และมีอิทธิพลเหนือมลายู |
-
มีเจ้าเมืองเช่น พระยายะลา |
รัชกาลที่
3 |
|
|
(2367-2394)
|
-
สัญญาเบอร์นี่ (2369) อังกฤษ-ไทย |
-
มีเจ้าเมืองเช่น หลวงสวัสดิ์ภักดี |
รัชกาลที่
4 |
|
|
(2394-2411)
|
-
สัญญาเบาริ่ง (2398) ไทยเสียสิทธิสภาพนอก อาณาเขตให้อังกฤษ |
|
รัชกาลที่
5 |
|
|
(2411-2453)
|
|
|
2414 |
-
เสด็จฯ ประพาสต่างประเทศ |
|
1
เม.ย.2435 |
- ตั้งกระทรวง 12 กระทรวง |
|
2439
|
-
ตั้งมณฑลเทศาภิบาล (ให้ 7 หัวเมืองขึ้นมณฑลนครศรีธรรมราช จนถึงปี
2449 จึงแยกไปตั้งเป็นมณฑลปัตตานี) |
-
พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) เป็น ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑล
นครศรีธรรมราช |
2441 |
-
ออก ข้อบังคับลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ. 117 กำหนดตำแหน่ง ผู้ว่าราชการเมือง
ยกเลิก เจ้าเมือง ทั่วพระราชอาณาจักร |
-
ปัญหาเจ้าเมืองท้องถิ่นเดิม |
2444 |
-
ออก กฏข้อบังคับสำหรับปกครองบริเวณ 7 หัว เมือง ร.ศ. 120 (ยกเลิกในปี
2449) |
-
มี ข้าหลวงใหญ่ประจำบริเวณ แต่ละเมืองมี พระยาเมือง |
2445 |
|
-
เกิดกบฎ 7 หัวเมือง |
2449 |
-
ตั้งมณฑลปัตตานีรวม 4 เมือง คือ เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองยะลา
เมืองนราธิวาส แยก จากมณฑลนครศรีธรรมราช |
-
พระยาเดชานุชิต เป็นข้าหลวง เทศาภิบาล มณฑลปัตตานีสำหรับ เมืองมีผู้ว่าราชการเมือง
(Governor) และกรมการเมือง 2 คณะ (ในทำเนียบ- นอกทำเนียบ) |
10
มี.ค. 2452 |
-
สนธิสัญญาไทยยอมให้อังกฤษมีอำนาจเหนือเมืองกลันตัน ตรังกานู
ไทรบุรี เปอร์ลิส (เสียดินแดน) |
|
23
ต.ค. 2453 |
-
ร. 5 สวรรคต |
|
รัชกาลที่
6 |
|
|
(2453-2468)
|
|
|
2457 |
-
ประกาศใช้ พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ มีนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ทั่วพระราชอาณาจักรถึงปัจจุบัน |
-
มีผู้ว่าราชการเมืองเช่น พระพิพิธภักดี (สวาสดิ์ ณ นคร) |
มิ.ย.
2458 |
-
พระราชทานพระแสงราชศัตราเมืองนราธิวาส และเมืองปัตตานี |
|
2465 |
-
ยุบมณฑลปัตตานี |
|
2466 |
|
-
ร.6 เสด็จฯ จ.นราธิวาส ถึง อำเภอตากใบ |
6
ก.ค.2466 |
-
ประกาศหลักรัฐประศาสโนบายสำหรับมณฑล ปัตตานี 6 ประการ |
|
2468 |
-
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดสภาวะเศรษฐกิจ ตกต่ำ |
|
26
พ.ย. 2468 |
-
ร.6 สวรรคต |
|
รัชกาลที่
7 |
|
|
(2468-2477) |
|
|
2469
|
-
ยกเลิกการปกครองมณฑล |
-
ร.7 เสด็จฯ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี |
24
มิ.ย. 2475 |
-
เปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน - ประชาธิปไตย |
|
2476 |
- ประกาศใช้ พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับแรก ยกเลิกผู้ว่าราชการเมือง |
-
ตั้ง จังหวัด มี ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วพระราชอาณาจักร
ถึงปัจจุบัน |
2477 |
-
ร.7 สละราชสมบัติ |
|
รัชกาลที่
8-9 |
|
|
2477-2489
|
-
ร.8 ครองราชย์ 12 ปี ถูกปลงพระชนม์ |
|
9
มิ.ย. 2489 |
-
ร.9 เสด็จฯ ขึ้นทรงราชย์ |
|
2502 |
-
เสด็จฯ ภาคใต้ ประทับแรมจังหวัดปัตตานี 1 คืน (20 มี.ค.2502)
จ.ยะลา และประทับแรม จ.นราธิวาส 2 คืน (21-22 มี.ค.2502) |
|
2516
|
-
ตั้งพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส |
-
ทรงงานต่อเนื่องถึงปัจจุบัน |
2475-2481 |
-
การเมืองในกลุ่มคณะราษฎร |
|
2481-2500 |
-
การเมืองไทย 20 ปี ภายใต้อำนาจจอมพล ป.ฯ ประกาศนโยบาย วัธนธัม
ผสมกลมกลืน (Assimilation) |
-
วัฒนธรรมอิสลามไม่ยอมรับนโยบาย ทางวัฒนธรรมของรัฐบาลจอมพล ป.ฯ |
8
ธ.ค.2484 |
-
สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นยึดดินแดนภาคใต้ ชายทะเลอ่าวไทยตลอดแนว-
ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นายกรัฐมนตรีอยู่ใน อำนาจสั้นมาก
5 คน ในเวลา 3 ปี ระหว่าง 2487-2490 คือ นายควงฯ นายทวีฯ มรว.เสนีย์ฯ
นายปรีดีฯ และพล.ร.ต.ถวัลย์ฯ |
-
ใช้ความตกลง ว่าด้วยจราจรข้ามเขตแดน ระหว่างมะลายูอังกฤษ กับประเทศไทย
พ.ศ. 2483 |
2490
|
-
รัฐบาลไทยอยู่ใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา |
-
ปัญหาคอมมิวนิสต์เกิดทั่วทุกภาค |
2491
|
-
ตั้งคณะกรรมการพิจารณาปัญหาการปกครอง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้
|
-
หะยีสุหลง ถูกจับข้อหากบฎ ( ปล่อย 2495) |
2494 |
-
แก้ไข พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน |
-
เหตุร้ายเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดเป็นระยะ |
2500-2516 |
-
การเมืองไทย 16 ปีภายใต้อำนาจจอมพลสฤษดิ์ฯ จอมพลถนอมฯ และพลเอกประภาสฯ
จนถึงถูกโค่นล้มโดยขบวนการ 14 ต.ค. 2516 นายสัญญาฯ เป็นนายกรัฐมนตรีพระราชทาน
จัดการเลือกตั้ง มรว.คึกฤทธิ์ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี |
|
2501 |
-
ตั้งคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ |
|
2507
|
-
ตั้งกองประสานราชการ ในกรมการปกครอง (2524 เป็น ศอ.บต. ยุบ 2545)
|
-
คดี ครูเปาะสู จ.ยะลา |
2511
(1968) |
|
-
ประกาศตั้งขบวนการพูโล (PULO) ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย |
2518-2519 |
-
มรว.คึกฤทธิ์ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี (1 ปี) |
-
ธ.ค.2518 เดินขบวนประท้วงรัฐบาล ที่จังหวัดปัตตานี (ดูหนังสือ
ดร.อารง สุทธาศาสน์) |
2519-2520 |
-
พล ร.อ.สงัดฯ ยึดอำนาจ มรว.เสนีย์ฯ เนื่องจาก เหตุการณ์ 6 ต.ค.
19 ตั้งนายธานินทร์ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี |
-
ตั้ง กอ.รส.ต.ปราบปรามเหตุร้าย |
2520-2523 |
-
คณะทหารฯ ปลดนายธานินทร์ฯ ตั้งพลเอก เกรียงศักดิ์ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี |
-
ประกาศใช้นโยบายความมั่นคงแห่ง ชาติเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อ 24 ม.ค.2521 (ดูข้อมูล สมช.) |
2523-2531 |
- พลเอกเปรมฯ เป็นนายกรัฐมนตรี แทนพลเอกเกรียงศักดิ์ฯ ซึ่งลาออก
จนถึงเลือกตั้ง 24 ก.ค.2531 พลเอกชาติชายฯ เป็นนายกรัฐมนตรี
|
-
ประกาศใช้คำสั่ง สร.ที่ 8/2524 ลง 20 มกราคม 2524 จัดตั้ง ศอ.บต.
และพตท.43 (แทน ศปต. และ กอ.รสต.) |
2534-2535 |
-
พลเอกสุนทรฯ ในนาม รสช.ยึดอำนาจพลเอกชาติชายฯ ตั้งนายอานันท์ฯ
เป็นนายกรัฐมนตรี จัดการเลือกตั้ง พลเอกสุจินดาฯ เป็นนายกรัฐมนตรี
1 เดือนเกิดเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม นายอานันท์ฯ กลับเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี
จัดการเลือกตั้ง 13 ก.ย. 2535 |
-
ยังคงมีเหตุร้าย |
2534 |
-
แก้ไข พรบ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน |
|
2535-2538 |
-
นายชวนฯ เป็นนายกรัฐมนตรี 2 ปี ลาออกจัดการเลือกตั้งใหม่ 2 ก.ค.2538 |
-
1 ส.ค.2536 คนร้ายลอบวางเพลิง โรงเรียน 34 โรงพร้อมกันใน 4 จังหวัด |
2538-2539 |
-
นายบรรหารฯ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ได้ปีเดียว ลาออกจัดการเลือกตั้งใหม่
17 พ.ย.2539 |
-
ประกาศใช้คำสั่ง 56/2539 ลง 23 เม.ย. 2539 แก้ไขคำสั่ง สร.ที่
8/2524 (ดูข้อมูล สมช.) |
2539-2540 |
-
พลเอกชวลิตฯ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ได้ปีเดียว ลาออก |
-
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส. ยะลาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร |
2540-2544 |
-
นายชวนฯ เป็นนายกรัฐมนตรี 3 ปี ลาออก จัดการเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544 |
-
ยังคงมีเหตุร้าย |
2544
29-31 มี.ค. 2545 |
-
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี (26 ก.พ.
2544) |
-
7 เม.ย.2544 วางระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ 8 เม.ย.2544 นายกรัฐมนตรีเดินทางมาตรวจราชการ
อ.หาดใหญ่ และประชุมมอบนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหา |
29
31 มี.ค.2545 |
-
จัดประชุม ครม.อย่างไม่เป็นทางการนอก สถานที่ครั้งที่ 3 ที่
จ.นราธิวาส นายกรัฐมนตรี เดินทางไป สนง.คณะ กรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง (โครงการ พระราชดำริ) และวัดชลธาราสิงเห
อ.ตากใบ โดยพักค้างแรมจังหวัดนราธิวาส 2 คืน ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส |
-
ยังคงมีเหตุร้าย |
เม.ย.
2545 |
|
-
ประกาศใช้คำสั่ง สร.ที่ 123/2545 ลงวันที่ 30 เม.ย. 2545 ยกเลิกคำสั่ง
สร.ที่ 8/2544 และ 56/2539 ยุบ ศอ.บต. และ พตท. 43 ตั้งแต่ 1
พ.ค. 2545 |
มิ.ย.
2545 |
|
-
ยังคงมีเหตุร้าย |
จากตารางดังกล่าว
เห็นได้ว่านโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ได้พัฒนาการ มานานกว่า 200 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2325-2545
นโยบายส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในระยะ 50 ปี ที่ผ่านมา (2490-2545) เกิดจากความรู้
ความเข้าใจของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ เช่น จากสภาความมั่นคงแห่งชาติ
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ชาวบ้านมีส่วนร่วมไม่มากนัก ซึ่งผลความสำเร็จของนโยบายสะท้อนออกมาให้เห็นทางสถานการณ์
เหตุการณ์ร้ายต่างๆ จำนวนนับร้อยครั้ง ในอดีตที่ผ่านมา
1.2
การจัดเวทีชาวบ้าน
การจัดเวทีชาวบ้าน ตามโครงการวิจัย พัฒนาการนโยบายรัฐบาล เกี่ยวกับจังหวัดปัตตานี
ยะลา นราธิวาส 13 เวที ระหว่างวันที่ 22 มกราคม 24 มีนาคม 2545
โดยการสนับสนุน ของสำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย (สกว.) มุ่งเน้นรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ทั้ง 13 เวที ประชาชนเข้าร่วม 589 คน แสดงข้อเท็จจริงให้เห็นว่า
ยังมีปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนอยู่มาก รัฐบาล ควรพิจารณากำหนดนโยบาย
แก้ไขปัญหา ให้ได้ผลกว่าเดิม หลายประการ เช่น
ด้านเศรษฐกิจ
- ผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ เช่น ยางพารา ลองกอง ทุเรียน เงาะ
- การว่างงาน
- นาร้าง
ด้านสังคม
- การศึกษาศาสนาอิสลามระดับตาดีกาไม่มีหลักสูตรชัดเจน
- การศึกษาและจริยธรรมของเด็กและเยาวชนเสื่อม
- การจัดการศึกษาของรัฐบาลไม่สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่นและขาดมาตรฐาน
ด้านอื่นๆ
- ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ
- นโยบายรัฐไม่ตรงกับสภาพท้องถิ่น
ความเห็นทั้ง 3 ด้าน ดังกล่าว เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับนโยบายรัฐบาล
โดยเฉพาะนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ปรากฏว่า ประชาชนมีความเห็น ขัดแย้งกับนโยบายหลายประการ รายละเอียด
ปรากฏในบทที่ 3 และ บทที่ 4
จังหวัดปัตตานี ยะลาและจังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่ชายแดนของประเทศ
ซึ่งในยุคโลกาภิวัตน์และในกระแสความร่วมมือ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นับเป็นอาณาบริเวณอันสำคัญยิ่ง เพราะเป็นบริเวณที่มีศักยภาพ ของการร่วมพัฒนา
โครงการจึงเสนอรัฐบาลพิจารณาทบทวนนโยบาย โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากขึ้น
รวมทั้งเสนอ สำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย (สกว.) ส่งเสริมการวิจัย
แบบมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เป็นข้อมูลป้อนกลับ
(Feed Back) สู่รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาล สามารถกำหนดนโยบาย ได้สอดคล้อง
กับความต้องการของประชาชน และใช้ได้ผลจริงจังยั่งยืนอย่างน้อย 10-20
ปีในอนาคต
1.3
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1.3.1 เพื่อประมวลเหตุการณ์ ความไม่ปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชนในจังหวัดปัตตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส ในช่วงระยะเวลา
10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2535 2544)
1.3.2 ให้ประชาชน จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี
ยะลา นราธิวาส ได้มีส่วนร่วม ในการนำเสนอปัญหา ของตนเอง และวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน
ซึ่งจะทำให้มีความเข้าใจปัญหา รู้วิธีแก้ปัญหาร่วมกัน มองเห็นอนาคตมากขึ้น
เมื่อมีการแก้ปัญหาถูกวิธี
1.3.3 ใช้ปัญหาของประชาชน เป็นโจทย์เพื่อนำไปสู่การวิจัย เพื่อพัฒนานโยบายรัฐบาลที่เหมาะสมในระยะ
10 30 ปีข้างหน้า
1.4
ขอบเขตการศึกษา
จ.ปัตตานี รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สายบุรี อ.เมืองปัตตานี อ.ยะรัง
จ.ยะลา รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เบตง อ.บันนังสตา อ.รามัน
จ.นราธิวาส รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ตากใบ อ.บาเจาะ อ.ระแงะ
1.5
วิธีการศึกษา
1.5.1 ประมวลเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และจังหวัด นราธิวาส ใน 2 ลักษณะคือ
1) ประมวลเหตุการณ์ ความไม่ปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน
ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2535 2544)
2) ทำการรวบรวมข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับกรณีเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่สำคัญๆ
รวม 10 เหตุการณ์ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เช่น กรณีการเผาโรงเรียน
การยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ การยิงราษฏร เป็นต้น
1.5.2 จัดเวทีประชุมชาวบ้าน เพื่อนำเสนอและวิเคราะห์ปัญหาของตนเอง
3 ระดับคือ
1) เวทีนำเสนอปัญหาและวิเคราะห์ปัญหาร่วมกันของชาวบ้านในระดับอำเภอ
ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 คัดเลือกตัวแทนชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุม โดยคัดเลือกจากตำบลต่างๆ
ให้ครอบคลุม ทุกตำบล ในแต่ละอำเภอ รวม 60 คน/อำเภอ ประกอบด้วย
- ตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบล 20 คน
- กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 10 คน
- ชาวบ้าน 30 คน
ขั้นตอนที่ 2 จัดเจ้าหน้าที่ ออกไปพบปะตัวแทนชาวบ้าน ที่จะเข้าร่วมประชุม
เพื่อชี้แจง เกี่ยวกับความสำคัญ ของตัวแทนชาวบ้าน ที่จะเข้าร่วมประชุม
วัตถุประสงค์และความสำคัญของการประชุม
ขั้นตอนที่ 3 เวทีนำเสนอปัญหา และวิเคราะห์ปัญหาร่วมกับชาวบ้าน รวม
9 อำเภอประกอบด้วย
จ.ปัตตานี รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สายบุรี อ.เมืองปัตตานี อ.ยะรัง
จ.ยะลา รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เบตง อ.บันนังสตา อ.รามัน
จ.นราธิวาส รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ตากใบ อ.บาเจาะ อ.ระแงะ
2) เวทีระดับกลุ่มอำเภอ ประกอบด้วย
ครั้งที่ 1 ประชุมตัวแทนชาวบ้านที่ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
โดยเชิญชาวบ้านจากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี , อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
, อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมจำนวน 60 คน
ครั้งที่ 2 ประชุมตัวแทนชาวบ้านที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยเชิญชาวบ้านจากอำเภอรามัน
จังหวัดยะลา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
เข้าร่วมจำนวน 60 คน
ครั้งที่ 3 ประชุมตัวแทนชาวบ้านที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยเชิญชาวบ้านจากอำเภอระแงะ
จังหวัดนราธิวาส อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา
เข้าร่วมจำนวน 60 คน
3) สัมมนาตัวแทนชาวบ้านระดับกลุ่มจังหวัดปัตตานี ยะลา
และจังหวัดนราธิวาส
4) สัมมนาหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและตัวแทนภาคเอกชนในพื้นที่
จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เพื่อรับทราบปัญหา และข้อเสนอแนะจากเวทีชาวบ้าน
1.6
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.6.1 สรุปกรณีเหตุการณ์สำคัญและเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงระยะเวลา
10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2535 2544)
1.6.2 รายงานสรุปผลการจัดเวทีชาวบ้านทั้ง 3 ระดับ
1.6.3 ข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายรัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนล่าง