พัฒนาการนโยบายรัฐบาล
เกี่ยวกับจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส
 
..
   
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
   

 

 

บทที่ 3
ผลการจัดเวทีชาวบ้าน

การจัดเวทีชาวบ้านเพื่อนำเสนอปัญหาและวิเคราะห์ปัญหาร่วมกันของตัวแทนชาวบ้านจาก 9 อำเภอ คือ
จ.ปัตตานี รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สายบุรี อ.เมืองปัตตานี อ.ยะรัง
จ.ยะลา รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เบตง อ.บันนังสตา อ.รามัน
จ.นราธิวาส รวม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ตากใบ อ.บาเจาะ อ.ระแงะ

เป็นเวทีชาวบ้านระดับอำเภอ รวม 9 ครั้ง ระดับกลุ่มอำเภอ 3 ครั้ง ระดับกลุ่มจังหวัด 1 ครั้ง รวม 13 ครั้ง ระหว่างวันที่ 22 มกราคม - 24 มีนาคม 2545 มีชาวบ้านเข้าร่วม 589 คน แสดงให้เห็นว่า นโยบายรัฐบาล มีความสอดคล้องกับสถานการณ์เพียงใด โดยมีข้อสรุปดังนี้

3.1 ผลการจัดประชุมเวทีชาวบ้าน 13 ครั้ง
3.1.1 เวทีระดับอำเภอ 9 อำเภอ
ปัญหาเศรษฐกิจ
(1) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2545 ณ โรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร
- การว่างงานของเยาวชนซึ่งมีประมาณ 70 – 80 เปอร์เซ็นของเยาวชนทั้งหมดโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มจบการศึกษาภาคบังคับ ป.6 กลุ่มไม่มีการศึกษา (ไม่จบภาคบังคับ) กลุ่มมีการศึกษา (ม.6)
- เยาวชนไม่อยากทำงาน ( รายได้ไม่เพียงพอ ) เพราะไม่มีความรู้ในการประกอบอาชีพ ตกงาน แรงงานไม่มีฝีมือ รัฐไม่มีหลักประกันที่แน่นอน
- ผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ คือ ยางพารา ลองกอง มะพร้าวและทุเรียน สินค้าล้นตลาด , ไม่มีคุณภาพ (ลองกอง,ยางพารา) ถูกกดราคา จากพ่อค้าคนกลาง (ยาง , มะพร้าว)
- การท่องเที่ยวขาดการประชาสัมพันธ์ (สายบุรี) รถ บขส. เข้ามาไม่ได้ มีการผูกขาดสัมปทานเส้นทาง เพราะเมืองสายบุรี เป็นเมืองปิดและเส้นทางคับแคบ ไม่มีหน่วยงานไหน มารับผิดชอบ

(2) อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 24มกราคม 2545 ณ วิทยาลัยอิสลาม มอ.วิทยาเขตปัตตานี
- ปัญหาความยากจน รายได้ต่ำ การศึกษาต่ำ ขาดบุคลากรในการแนะนำวิชาชีพในท้องถิ่น
- ขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในการประกอบอาชีพ
- ติดหนี้สิน

(3) อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2545 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอยะรัง
- ความยากจนของชาวบ้าน ที่ทำนา ทำสวนยางพารา ทำสวนลองกอง ทุเรียน ส้มโอ เช่น ต.สะนอมีประชากร 4,200 คน มีพื้นที่ประมาณ 6,00 ไร่ ชาวบ้านประมาณ 40% ไปทำงานข้างนอก (20%ไปมาเลเซีย 20% ไปรับจ้างทำสวนในจังหวัดใกล้เคียง)
- ปัญหาเศรษฐกิจ.ความยากจนของชาวบ้านเพราะที่ทำนาไม่มีที่ทำกิน ไม่มีความรู้
- การส่งเสริมไม่ทั่วถึงขาดวิชาการเฉพาะด้าน เช่น การเกษตร การตลาด ผลผลิตราคาถูก คุณภาพต่ำ น้ำที่จะทำการเกษตร บางหมู่บ้าน ไม่มีน้ำชลประทาน เพื่อการเกษตรให้เต็มที่
- การจัดสรรที่ดินน้อยไม่ถึงคนจน ไม่มีที่ดินกิน ไม่มีแหล่งน้ำทำการเกษตร ที่พอเพียง ในบางพื้นที่ ประชาชนไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ไม่รู้จักประมาณตนเอง
- ยางพาราตกต่ำ ผลไม้ขายไม่ได้ราคาเพระทำยางแผ่นไม่ได้คุณภาพ คนที่ทำรู้สึกจุกจิก ไม่มีตลาดรับและขายไม่ได้ราคา ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ความรู้น้อย ที่จะป้องกัน และแนวทาง ยังไม่มีตัวแทนแก้ปัญหา
- น้ำท่วมเกือบทุกปี โดยทั่วไปพื้นที่ อ.ยะรัง เป็นพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะเขตที่มีระบบชลประทานขวางกั้นเส้นทางน้ำเดิม
- ขาดตลาดรองรับสินค้าของชุมชน (หมวกกาปีเยาะห์ ลูกหยี) เพราะประชาชน ในหมู่บ้าน มีความรู้ต่ำ ค่าแรงงานก็ต่ำไปด้วย ไม่มีตลาดที่จะขายผลิตภัณฑ์ ที่ทำขึ้น มีตลาด เฉพาะที่ทำเองไม่ใช่อาชีพหลัก

(4) อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก
- ความยากจน การว่างงาน ไม่มีงานทำเพราะขาดความรู้ความชำนาญ ผลผลิตตกต่ำเพราะมีปริมาณมากเกินไป
- การว่างงาน เพราะขาดความรู้ในการทำกิน ไม่มีโรงงาน ไม่มีตลาดที่รองรับ ไม่มีหน่วยงานมาสนับสนุนทุน ไม่เพียงพอ พื้นที่เป็นทราย ไม่เหมาะสมในการเพาะปลูก พื้นที่เป็นกรด ไม่เหมาะสมในการเพาะปลูก มีงานทำ ไม่ได้ตลอดฤดูกาล ขาดน้ำในการผลิต ทางการเกษตร ในฤดูแล้ง ให้มีตลาดแรงงาน จัดหาคนงาน ไปทำงานต่างประเทศ ที่ถูกกฎหมาย
- ขาดความรู้ในการผลิต
- ขาดที่ดินทำการเกษตร ที่ดินมีจำกัด
- การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า แหล่งน้ำธรรมชาติเสียหาย สัตว์น้ำสัตว์ป่าลดลง ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับป่า พ่อค้าคนกลางรับซื้อของป่า เช่น ไม้ สัตว์ สัตว์ป่า เป็นต้น ประชาชนไม่รู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ เช่น ปล่อยพื้นที่ดินให้ว่างเปล่าไม่ทำการเพาะปลูก ไฟไหม้ป่า
- ค่านิยมฟุ้งเฟื้อ
- ขาดการส่งเสริมความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ ที่ชุมชนทำอยู่ รัฐไม่ดูแลการเสียเปรียบดุลการค้า
- นโยบายสร้างพื้นฐาน ถนน 4 เลน ขาดระบบระบายน้ำ(น้ำท่วม)
- การสร้างชลประทาน ไม่เอื้อต่ออาชีพเกษตรทำให้น้ำท่วมบ้าง น้ำแห้งบ้าง อุทยานแห่งชาติทับที่ทำกิน งบประมาณบางสวนที่ลงมาไม่ถึงมือประชาชน
- นโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพ มีการส่งเสริมอาชีพเช่น อาหาร, บาติก, ปักจักร, ทำนา (เกษตร) ,สวนลองกองไม่มีการส่งเสริมการตลาดระดับจังหวัด, ระดับอำเภอ, ตลาดขายส่ง ขาดการส่งเสริมความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ ที่ชุมชนทำอยู่ รัฐไม่ดูแลการเสียเปรียบดุลการค้า

(5)อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมโรงเรียนตันหยงมัส
- ยางพาราราคาตกต่ำ (เส้นเลือดใหญ่ของชาวสวน 14 จ.ภาคใต้) ทำให้เกิดปัญหา โจรผู้ร้าย การว่างงาน
- เก็บเงินภาษีเข้ารัฐไม่ได้ตามเป้า ชาวบ้านมีรายได้น้อย ไม่สมารถส่งลูกเรียนสูง
- อนุสาวรีย์โรงงานยาง สร้างขึ้นโดยไม่ตรงกับความต้องการของชาวบ้านในแง่สถานที่ คนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ (กองทุน สร้างสำนักงานเกษตร ไม่ส่งเสริม ให้ทำยางสวย สหกรณ์ไม่ได้ประสาน) ชาวบ้านผลิตแล้วโดนตัดทิ้ง
- มองชาวบ้านโง่ ไม่ฉลาด ชาวบ้านท้อแท้ใจ
- มองว่าชาวบ้านโกง (มีโรงเล็ก 19 โรง) ชาวบ้านขายได้เพียงโรงเดียว
- ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจังในการผลิตยางให้มีคุณภาพจากรัฐ
- ไม่สามารถปลูกปาล์มได้เป็นความต้องการของประชาชนเพราะมีที่ดินว่างเปล่าเยอะ รัฐไม่ส่งเสริมให้ปลูก ระยะเวลาหลังจากตัดแล้วต้องเข้าโรงงานภายใน 24 ชม. แต่ไม่มีโรงงานรับซื้อ
- มีการส่งเสริมการปลูกแต่ขัดแย้งกันบางหน่วยงานไม่ให้ปลูก
- ปลูกน้อยเกินไม่มีรถส่ง
- ชาวบ้านมีความรู้น้อยเกี่ยวกับอาชีพ
- ลองกองเป็นโรค ไม่ออกผลผลิตตามฤดูกาล(โรคหนอนช้อนเปลือก)ประมาณ 10 ปีแล้วต้นลองกองตาย ผลผลลลิตตกต่ำให้ผลผลิตน้อย
- ไม่มีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์เย็บจักร,ปักจักรอุตสาหกรรม ต้นทุนจม
- ไม่มีสหกรณ์หมู่บ้าน ร้านค้าชุมชน อ.ระแงะ นาร้าง
- การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ผิดพลาด เช่น โครงการต่าง ๆ เช่นการขุดบ่อปลา การทำโรงยาง การปลูกพืชที่ไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่
- ไม่มีทายาททางการเกษตร
- นาร้างขาดระบบชลประทานที่เหมาะสมมีการขุดคูลึก ไม่สามารถระบายน้ำลงได

(6) อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมโรงเรียนตากใบ
- ยากจน ว่างงานคิดแต่จะเป็นแรงงานมาเลเซียอย่างเดียว ขาดความรู้ ขาดที่ดินทำกิน เลือกงาน ไม่มีความอดทน ไม่มีงาน ค่าแรงถูก
- แก๊สธรรมชาติทำไมไม่ขึ้นตากใบ - กลันตัน รัฐไม่มาสำรวจความต้องการของประชาชนให้แก๊สขึ้นที่ตากใบ นักการเมือง ไม่จริงใจ ต่อโครงการการแยกแก๊ส องค์กรที่เกี่ยวกับแก๊ส ไม่เปิดเผยความจริงให้กับประชาชน
- เกษตรทำนา ทำสวนน้อย ประมงน้อย หน่วยงานชลประทาน ไม่ได้สำรวจความต้องการน้ำและถนน ของประชาชนโดยตรง โดยใช้นักวิชาการตัดสินใจ
- ขายแรงงานต่างประเทศ
- ผลผลิตตกต่ำ
- เรืออวนลากล้ำเขตประมงขนาดเล็ก
- คนหนุ่มสาวมองเงินมาเลย์ดีกว่าทำให้ไม่อยากทำนา ทำสวน ประมง
- ชาวบ้านไม่มีสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตนเองเพราะที่ดินทำกินซ้อนทับป่าสงวน
- ชาวบ้านไม่มีความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับอาชีพที่ทางรัฐส่งเสริมประกอบอาชีพ
- ไม่มีตลาดรองรับผลผลิตจากการที่รัฐเข้าไปส่งเสริมอาชีพทุกอย่าง ถ้ามาเลย ไม่ซื้อเราตาย
- ไม่สนับสนุนส่งเสริมอาชีพเกษตร (ทำนา ทำส่วน ปศุสัตว์)
- สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านเกิดโรคระบาด (วัวตายเป็นโรคคอบวม ปี 2544 ประมาณ 1,000-1,500 ตัว บ้านมูโน๊ะ ,ตาเซ๊ะ) น้ำท่วมตามปกติ 1-2 ครั้ง ทำให้วัว , ควายขาดอาหาร

(7) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมอำเภอเบตง
- ที่ดินทำกิน ไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน จากภาครัฐอย่างเป็นธรรม เช่นที่ดินรางพัสดุ , ที่ดินสาธารณ , สปก. , ป่าเสื่อมโทรม ฯลฯ จัดให้ผู้หนึ่งผู้ใด เถ่าแก่หนึ่งเถ่าแก่ใดถือครอง
- แหล่งท่องเที่ยวยังน้อยไม่ได้รับการพัฒนาจากรัฐเท่าที่ควร
- ปัญหาการเกษตร พืชผลราคาตกต่ำ เช่น ทุเรียน , ยาง ลองกอง, ส้มโชกุน
- ขาดน้ำทางการเกษตร
- ขาดตลาดรองรับและไม่มีศักยภาพในการขยายตลาดไปยังต่างจังหวัดและต่างประเทศ
- ปัญหาการค้าคาราวานสินค้าจากต่างจังหวัดเข้ามาแข่งขันกับตลาดขายปลีกในพื้นที่ โดยไม่ต้องเสียภาษีรายได้ , ภาษีป้ายปัญหาการค้า
- น้ำเสีย (แม่น้ำปัตตานีจากในเมือง – กม. 40 ปลาตาย น้ำบริโภคไม่ได้ ใช้น้ำไม่ได้ภูมินิเวศน์เสีย น้ำเลยท่วม กม.36 – 38

(8) อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2545ณ ห้องประชุมอำเภอบันนังสตา
- น้ำสำหรับทำการเกษตรไม่เพียงพอ การตัดไม้ทำลายป่า ราษฎรบุกรุกป่าเพื่อทำสวน ชาวบ้านขาดวิธีการบริหารจัดการ
- สารพิษปนเปื้อนในพื้นที่ทำการเกษตร
- สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม (สารพิษปนเปื้อนในผลิตผลทางการเกษตร เช่น กล้วย เงาะ ฯลฯ และพืชผักสวนครัว)
- มีสารพิษในเลือด (ร่างกาย)
- ผลิตผลผลิตผลทางการเกษตร เช่น กล้วย เงาะ ฯลฯ และพืชผักสวนครัว)
- มีสารพิษในเลือด (ร่างกาย)
- ผลิตผลทางการเกษตรขายไม่ได้เพราะมีสารพิษ
- ว่างงาน / ยากจน ผลผลิตทางการเกษตรขายไม่ได้เพราะมีสารพิษผลิตผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ เช่น ทุเรียน ลองกอง ยางพารา
- ที่ทำกินไม่เพียงพอ
- พ่อค้าคนกลางกดราคาลองกอง / ทุเรียน / เงานะ ราคาตก
- น้ำยางไม่ดี ยางแผ่นไม่สวย
- การจัดเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าหมาย (สรรพากร/อบต./อำเภอ/จังหวัด)

(9) อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2545 ที่วิทยาลัยการอาชีพรามัน
- ความยากจน ของชาวบ้านที่เป็นแรงงานรับจ้าง เช่น กรีดยาง , ก่อสร้าง,รายได้วันละไม่ถึง 100 -200 บาท ลูก 5 คน ได้วันละ 150 บาท จะแก้ไขอย่างไร วัยรุ่น มี 30 %ชาวบ้านแรงงานรับจ้างมี 50 % ค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้เพราะไม่มีความรู้ในการประกอบอาชีพเกษตร เช่น สวนผลไม้ผสมผสาน (สวนดูซง) ไม่มีเงินทุน
- ดินเสื่อมและไม่มีความรู้ปรับปรุงดิน ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน เกษตรกรขาดความรู้วิชาการด้านการเกษตร พืชแบบพึ่งพา / ยางพารา/ มะพร้าว เช่น การคัดเลือกพันธุ์ทีดี รักษาบำรุงยังไง เพื่อให้ผลตามาตรฐาน ตลาดกลางทางการเกษตรไม่มี
- เกษตรกรไม่รวมกลุ่มต่างคนต่างไปปลูกแปลงใครแปลงมัน น้ำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะฤดูแล้ง
- ไม่มีโรงงาน แปรรูปที่จะรับรองผลิตภัณฑ์การเกษตร เช่น เงาะ , ทุเรียน
- เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เอาใจใส่ไม่ทั่วถึงไม่เสมอต้น เสมอปลาย เพียงแนะนำให้ปลูกแต่ไม่ได้แนะนำเรื่องตลาด เกษตรกรขาดข้อมูลของผลผลิตทางการเกษตร
- ขาดเจ้าหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ค่าราคาผล
- การชลประทานใช้ได้บางพื้นที่นาเสีย นาใช้น้ำไม่ได้เกิดน้ำท่วม แล้งตั้งแต่ชลประทาน เริ่มทำการขุด. ทางชลประทานไม่ได้ศึกษาข้อมูลที่จะขุดหรือพัฒนาหรือจะถม
- ชาวบ้านใช้พลังงานไฟฟ้าเอาน้ำเข้านาสูง เพราะต้องเอาน้ำใส่ทุกแปลง
- รัฐสนับสนุนงบประมาณไม่ตรงความต้องการของเกษตรที่แท้จริงของประชาชน เช่น ชาวบ้านจะเอาคูระบายน้ำ แค่น้ำแต่ชลประทาน ไม่ตรงกับความต้องการ ของชาวบ้าน ควรทำแล้ว ให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จริง ๆ ต้นทุนในการผลิต
- การศึกษาด้านสามัญและด้านอาชีพไม่สอดคล้องกับการความต้องการของตลาด เช่น ครู ปลัดอำเภอ มี 1 ตำแหน่งแต่จบเยอะ
- สิ่งแวดล้อมของเด็ก ตามเพื่อนไม่ไปเรียนก็ไม่ไปด้วย จึงไม่สามารถแก้ปัญหาของตัวเองเช่น จบบัญชี (ปริญญาตรี ,ปวส,ปวช,) ไม่มีงานรองรับจากรัฐมีน้อย
-ประชาชน ไม่ทราบข่าวสา รเกี่ยวกับเรื่องงาน ที่เป็นปัจจุบัน รัฐบาลให้สอบจะเป็นเด็กเส้นมาก รัฐจำกัดจำนวนนักศึกษาที่เข้ารับราชการ
- ปุ๋ยไม่เพียงพอราคาแพงตลาดไม่แน่นอน ไม่ปลอดภัยปุ๋ยราคาแพง ไม่เพียงพอต่อการเกษตรดินเสื่อมคุณภาพ
- ตลาดยางพารา , ทุเรียน,เงาะ ,ลองกอง ,สัปปะรดไม่แน่นอน ราคาตกต่ำทำให้ชาวบ้านขาดทุน ท้อแท้ใจในการทำ ขาดกำลังใจในการทำ
- เยาวชนช่วง (18-20 ปี) ว่างงานประมาณเฉลี่ย 40 % ของอำเภอ เยาวชนจบออกมาไม่มีงานทำ จบ ป.6 ไม่เรียนต่อ เพราะทางบ้านไม่มีเงินส่ง ความรู้ไม่มี ไม่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับงาน เช่นงานฝีมือและวิชาการ
- เก็บส่วยจากเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงวัว , ไก่ ( เคลื่อนย้ายจากตัวอำเภอ ต้องขออนุญาต จาก อ.รามัน) ไม่เป็นการส่งเสริม การเลี้ยงสัตว์ทางธุรกิจ และไม่เป็นการกระตุ้น ในการประกอบอาชีพ ของชาวบ้าน เลี้ยงแล้วขายยาก ไม่ได้ราคา ไม่ได้กำไร คนมาซื้อไม่ค่อยอยากมาซื้อ
- วัว ,ควาย ชาวบ้านจะตายช่วงฤดูน้ำท่วม (ธค.-มค.) ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่มีที่พักของวัว ในฤดูน้ำท่วมเพราะวัวจะไปอยู่บนถนนโดยขโมย และรถชน
- รัฐแก้ไขเฉพาะปีต่อ คือรัฐจะซื้อทดแทนทำให้เสียงบประมาณมาก
- การจัดสรรวัวจะจัดสรร ตามพรรคพวก เช่น ปศุสัตว์ จะให้ญาติพี่น้องในวัวที่มีสภาพดีส่วนที่สภาพไม่ดีจะให้ชาวบ้านที่ไม่ใช่ญาติ

ปัญหาสังคม
(1) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2545 ณ โรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร
- ยาเสพติด ยาบ้า,กัญชา,ยาแก้ไอ,ยากันยุง,กาว,กระท่อม,เฮโรอีน, (เยาวชน ทั้งในและนอกโรงเรียน) , กำนัน,ผู้ใหญ่บ้านบางส่วน,อบต.,เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะอยากลอง ,ค่านิยมตะวันตก ,สื่อ , ปัญหาครอบครัว,คบเพื่อน, แฟชั่น , จับหัวแต่ปล่อยหาง
- ยาเสพติด (ยาบ้า) เยาวชนนอก-ในโรงเรียน,ผู้ใช้แรงงาน,กลุ่มประมง, ก่อสร้าง, คนขับรถ - เจ้าหน้าที่รัฐแก้ปัญหาไม่จริง / มีส่วนเกี่ยวข้อง สภาพครอบครัวแตกแยก ขาดความอบอุ่น สภาพเศรษฐกิจบังคับ ทำงานหนักขึ้น ผู้มีอิทธิพลค้ายาเสพติด
- สถานบันเทิง ซ่อง,โสเภณี,(คาราโอเกะ,ห้องอาหาร) เฉพาะในตัวเมือง และกำลังขยายสู่ชนบทและเกิดการแพร่ระบาด ของโรคเอดส์
- หลักสูตรไม่สอดคล้องกับท้องถิ่น (ด้านการเกษตร) จบ ม.6 ไม่มีงานทำ (จากโรงเรียนสอนศาสนา) ไม่มีความรู้เรื่องอาชีพท้องถิ่น / ไม่มีวิชาชีพเกษตร
- การศึกษา การคัดเลือกใช้เส้นสาย ไม่มีทุน กระบวนการจัดการรัฐเป็นผู้กำหนดฝ่ายเดียว ครอบครัวไม่สนับสนุน ไม่มีสถานศึกษาในท้องถิ่น
- การหลั่งไหลทางวัฒนธรรมตะวันตก สื่อ ทีวี , อินเตอร์เน็ต , ดาวเทียม , คอมพิวเตอร์ แฟชั่น ค่านิยม การขาดการให้ความสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่น

(2) อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 24มกราคม 2545 ณ วิทยาลัยอิสลาม มอ.วิทยาเขตปัตตานี
- การจัดระเบียบสังคม (โซนิ่ง) แหล่งบันเทิง สถานบันเทิงต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญหายาเสพติด โสเภณี อบายมุขในวัยรุ่นถูกปล่อยปละละเลย ไม่มีการปฏิบัติตามกฎหมาย
- วัยรุ่นรวมกลุ่มกันในกลางคืน ไม่เชื่อการสั่งสอนของพ่อ แม่ เชื่อเพื่อนมากกว่า มีปัญหาปรึกษาเพื่อนมากกว่าพ่อแม่
- เลียนแบบคนดังและสภาพแวดล้อม
- ตำรวจจับชาวบ้านตามแผงลอยในเมือง ทางอำเภอต้องจัดให้เป็นระเบียบ
- ตำรวจทางหลวงเรียกเงินตามถนน ทำให้ประชาชนติดหนี้ ทำงานไม่ได้ขาดทุนเพราะตำรวจ ตำรวจซ้อมเด็ก และจับเด็ก เพื่อกินเปอร์เซ็นต์ ทำไม่ไม่อบรม ความประพฤติเสียก่อน
- ยาเสพติด มาตรการลงโทษไม่รุนแรงพอ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเลือกปฏิบัติ
- ด้านการศึกษา การตัดคะแนนตามความประพฤติ ครูตัดคะแนนจนเด็กไม่มีสิทธิ์สอบ กดดันเด็กมาก การมาโรงเรียนตามเวลา ทำไม่ครูมาสาย มีข้ออ้าง แต่เด็กมาสาย แล้วหักคะแนน หรือทำโทษ
- คนต่างด้าว แย่งงาน เพิ่มประชากร นำพาหะเชื้อโรค แหล่งเผยแพร่ยาเสพติด

(3) อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2545 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการ อำเภอยะรัง
- การศึกษาภาคฟัรดูอีน (ศาสนา)ขาดโอกาสทางการศึกษา การศึกษาไม่มีคุณภาพ ขาดการสนับสนุน จากประชาชนและรัฐ ด้านงบประมาณของครู และอุปกรณ์ ผู้ปกครอง ไม่มีความเข้าใจในระบบการศึกษา ไม่ให้ความสำคัญของการศึกษา (ผู้ปกครอง+เด็ก)
- เด็กขาดจิตสำนึกในการทำหน้าที่เรียน (เด็กหลังจบ ป.6)
- หลักสูตรทุกระดับไม่สอดคล้องกับท้องถิ่น
- เกิดความแตกแยกในหมู่คณะ อิทธิพลของบางกลุ่ม ความเสื่อมของสังคมชนบท ชุมชนขาดความสามัคคี ขาดจริยธรรม
- คนในพื้นที่ติดยาเสพติด ยาเสพติดระบาดมาถึงยะรังได้อย่างไร มาจากประปัตตานี ยาเสพติดยิ่งตรวจค้น ยิ่งมากขึ้น เด็กขาดการศึกษา ไม่มีความรู้ เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด เด็กขาดความอบอุ่น จากครอบครัว เช่น พ่อแม่หย่าร้าง อยากรู้ อยากลอง เพื่อนชักชวน ระบายความเครียด

(4) อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก
- ยาเสพติด เพราะครอบครัวขาดความอบอุ่น หัวหน้าครอบครัวติดยาเสพติด การหย่าร้าง ปัญหาหลายบ้าน ผู้นำครอบครัวทำงานต่างที่ ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม
- เจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลายหน่วยเกินไป งานหนักไม่เอา งานเบาไม่สู้ สภาพแวดล้อมเลว การศึกษาต่ำ สื่อข่าวสารเชิญชวนให้อยากลอง ขาดการปลูกฝังสิ่งที่ถูกผิดอย่างต่อเนื่อง
- ปัญหาการศึกษา ครอบครัวไม่เข้าใจหลักสูตร ไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา
- นโยบายการศึกษา กู้เงินกองทุนการศึกษาจบแล้วไม่มีงานทำ (ไม่สามารถคืนเงินได้)
- มีเงินครูโรงเรียนกันดาร เฉพาะประถม/สามัญ แต่ไม่เงินครูปอเนาะโรงเรียนอิสลาม
- หลักสูตรการศึกษาเรื่องเพศศึกษาไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
- เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสไม่มีการดูแลให้เป็นรูปแบบ
- ปัญหาวัฒนธรรม ขาดความเข้าใจและไม่เห็นคุณค่าอย่างแท้จริง เลียนแบบวัฒนธรรมต่างประเทศอย่างง่ายๆ วัฒนธรรมบางประเภทผิดหลักศาสนา เช่น เล่นมะโย่ง ฯลฯ
- ปัญหาศาสนา จากการศึกษาน้อย ไม่เห็นความสำคัญของศาสนา ไม่รู้ ไม่คิด ไม่ปฏิบัติ ผู้มีความรูไม่หันหน้ากันแก้ปัญหา
- ปัญหาวิถีชีวิตชุมชน จากการขาดความร่วมมือ ประกอบอาชีพหลากหลาย เห็นแก่ตัว ค่านิยมต่างกัน ระบบชุมชนไม่เป็นระเบียบ รายได้น้อย รายจ่างสูง ผลผลิตต่ำ ภูมิปัญญาไม่จุนเจือความดีของตน ขาดข่าวสาร ของทางราชการในด้านผลผลิต การไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกันในสังคม

(5) อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมโรงเรียนตันหยงมัส
- การว่างงานของประชาชนและนักศึกษา(จบป.ตรี,ปวส,ปวช.) มีเส้นสายในการสอบเข้าทำงาน
- รัฐไม่กระจายงานสู่ท้องถิ่น ส่วนมากอยู่ในกรุงเทพ เช่น เทศบาล อบต. เช่น ขาดเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด สิ่งก่อ-สร้าง เจ้าหน้าที่ไม่พอกับปริมาณงาน
- ยาเสพติด ยาแก้ไอ ยาบ้า กัญชา เฮโรอีน กาว เหล้าแห้ง กลุ่มเป้าหมายที่ติด นักเรียนมัธยม เยาวชนวัยรุ่น ผู้ใหญ่ กลุ่มที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ของรัฐ(บางคน) ผู้มีอิทธิพล ในท้องถิ่น (บางคน)
- จำนวนบุคลากร ทางการศึกษา ไม่เพียงพอ ผู้ปกครองไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา นักเรียนขาดเรียน ขาดความสัมพันธ์ ระหว่างครูและผู้ปกครอง
- การสำรวจนักเรียนไม่เต็มร้อย 100% บุคลากรเป็นคนต่างพื้นที่ โรงเรียนอยู่ใกล้มากเกินไป โรงเรียนในชนบทขาดการดูแลจากรัฐ

(6)อำเภอตากใบ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมโรงเรียนตากใบ
- วัฒนธรรม ภาษาท้องถิ่นเสื่อม (ภาษาตากใบ) การแต่งกาย (การแต่งกายของนักเรียน) ไม่สนับสนุน ให้ใช้ภาษาท้องถิ่น (ไม่เห็นความสำคัญ) แต่งกายเหมือนกัน โดยไม่บ่งบอกสัญลักษณ์ ให้ชัดเจน
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กขาดอาหารกลางวัน จากเดือนก่อนแจกนมวันละ 1 กล่อง ปัจจุบัน อาทิตย์ละ 3 กล่อง อบต.ไม่สนใจ เอาใจใส่เช่น การเบิกจ่าย สนับสนุน ค่าอาหารกาลางวัน ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- ไปสอนเด็กแล้วหลับ เสพสิ่งเสพติด (บุหรี่) ในห้องทำตัวไม่เหมาะสม กับอาชีพครู โรงเรียนบ้านตอหลัง โทษเด็กมาเรียนไม่ได้เรื่อง
- ครูออกไปทำธุระโดยไม่จำเป็น
- รวมชั้นเรียนของเด็ก เช่น ป.3-4 เรียนรวมกัน ป.5-ป.6 เรียนรวมกัน-เวลา 100 นาทีให้เด็กเล่น 60 %
- เด็กย้ายออกไปเรียนที่อื่นที่เป็นโรงเรียนคุณภาพกว่า
- ขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ
- ไม่สนับสนุนส่งเสริมอาชีพเกษตร (ทำนา ทำส่วน ปศุสัตว์)
- ยาเสพย์ติด ยาบ้าน ยาไอ กัญชา เฮโรอีน เหล้าแห้ง กาว ยากันยุง วัยรุ่นติดยาทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน
- ผู้ใหญ่ / หน่วยของรัฐเป็นผู้จำหน่วย / สนับสนุนและรู้เห็น สถาบันศึกษาปล่อยปละละเลย ไม่ค่อยเอาใจใส่
- พ่อ-แม่ไม่มีเวลาเอาใจใส่บุตรหลานของตนเอง การเลี้ยงดูบุตรหลานและเอาใจอย่างผิด ๆ

- ด้านการศึกษา คุณภาพของเด็ก ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณธรรมจริยธรรม
- ขาดความสามัคคีของผู้นำชุมชน อบต. ผู้นำศาสนา ต่างคนต่างไม่ทำ / ต่างคนต่างทำเพราะไม่เข้าใจ บทบาทหน้าที่ ของตนเอง
- ความไม่ปลอดภัยในชีวิตละทรัพย์สิน (มีน้อย) มีการลักเล็กขโมยน้อย
- อุบัติเหตุบนท้องถนน

(7) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมอำเภอเบตง
- ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่มีกรรมสิทธิ์
- น้ำเสียในแม่น้ำปัตตานีจากในเมือง – กม. 40 ปลาตาย น้ำบริโภคไม่ได้ ใช้น้ำไม่ได้ ภูมินิเวศน์เสีย น้ำเลยท่วมในพื้นที่
- กม.36 - 38 ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ต.ยะรม , หมู่ที่ 4 ต.ธารน้ำทิพย์ , ต.ตาเนาะแมเราะบางส่วน มีปัญหาการปล่อยน้ำเสีย จากโรงงานยาง จาก อ.เบตง ออกมาเป็นช่วงเวลา ในน้ำโรงยาง มีแอมโมเนียทำให้ปลาตาย
- เคยมีที่นาประมาณปี 2520 ประมาณ 1,000 ไร่ ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่นาที่รกร้างเปล่า
- ที่ดินไม่สามารถใช้ผลประโยชน์ได้ (ทุ่งนา)
- น้ำเสีย (แม่น้ำปัตตานีจากในเมือง – กม. 40 ปลาตาย น้ำบริโภคไม่ได้ ใช้น้ำไม่ได้ภูมินิเวศน์เสีย น้ำเลยท่วม
- สถานบันเทิงมีสถานบันเทิง , สถานบริการทางเพศมีประมาณ 5,000 แห่ง
- การสูญเสียวัฒนธรรมใช้ชีวิตแบบคนอื่น ผู้หญิงแต่งตัวแนวอิสลามแต่อยู่ในสถานบันเทิง
- เจ้าของสถานบันเทิงให้แต่งตัวแบบอิสลามเพื่อดึงดูดลูกค้าเป็นการทำลายวัฒนธรรมมุสลิม
- เกิดการมั่วสุมของเยาวชนนักท่องเที่ยว , หญิงบริการกฎหมายไม่จริงจังไม่เข้มงวด เช่น ผู้ขายยา เมื่อจับได้ สามารถวิ่งเต้นออกมาได้ จากสถานบริการ

(8) อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2545ณ ห้องประชุมอำเภอบันนังสตา
- ยาเสพติด ยาบ้า ,กัญชา , ผงขาว กลุ่มที่ติด วัยรุ่นนอกโรงเรียน ในเมือง (รายย่อย) เขตชุมชน/เทศบาล = 30% ชนบทเป็นกลุ่ม = 70%แหล่งที่มา วัยรุ่นขายกันเอง หามาจากที่อื่น
- พื้นที่แพร่ระบาดมาก ต.ตาเนาะปูเต๊ะ , ตลิ่งชัน
- การศึกษาศึกษา ปวช. - ม.ปลายขึ้นไปขาดทุนการศึกษาเงินกู้เพิ่มการศึกษาไม่พอไม่ทั่วถึง
- ค่าตอบแทนครูสอนตาดีกา
- ครอบครัวขาดความเข้าใจ ด้านการศึกษา / ครอบครัวแตกแยก ความยากจน คุณภาพการศึกษาต่ำ เพราะขาดความเข้าใจระหว่างโรงเรียนกับครอบครัว
- ศาสนา ผู้นำศาสนากับผู้นำท้องถิ่นขาดการประสานงานร่วมกัน การแตกแยก ให้ชุมชนเนื่องจากการเลือกตั้ง ผู้นำศาสนาผู้นำท้องถิ่น (ทุกระดับ) เยาวชน ขาดการปฏิบัติศาสนกิจ และกิจกรรมร่วมกับศาสนสถาน (วัด / มัสยิด)

(9) อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2545 ที่วิทยาลัยการอาชีพรามัน
- การศึกษาอ่อนด้อย ไม่สามารถต่อในระดับอุดมศึกษา ผู้ปกครองไม่ดูแลเอาใจใส่ไม่มีทางเลือกสถานศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ เนื่องจาก สถานศึกษา มีคุณภาพ ที่ไม่เท่าเทียมกัน การศึกษาห่างจากวิถีชีวิตของชุมชน
- รายได้น้อยบุคลากรไม่เพียงพอ / คุณสมบัติของครูไม่ตรงกับวิชาที่สอน กรรมการ ร.ร. ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง ครูที่มีคุณภาพไม่ลงมาสอนในชุมชน เลือกสถาบัน ที่มีเกรดดี เรียนจบเรียนระดับ ปริญญาตรีขึ้นไปไม่สามารถกลับมาช่วยชุมชน
- ระดับอุดมศึกษาอยู่ไกล (มอ.ปัตตานี รับจำนวนจำกัด) ระบบคัดเลือกในการเข้าศึกษา (มอ.ปน.) ไม่ให้โอกาส ต่อชุมชน ในพื้นที่ใกล้เคียง
- ต้องการหางานดี ๆ กว่านั้น ไม่ได้หวังช่วยชุมชน
- สื่อ ยาเสพติดในสถานศึกษาทำให้เกิดลักเล็กขโมยน้อย
- เยาวชนเลียนแบบวัฒนธรรมต่างถิ่น เลียนแบบสื่อ Net เยาวชนใช้ Net ไม่เลือกให้เกิดประโยชน์
- สื่อไม่ตรงกับความเป็นจริงในท้องถิ่น หนังสือพิมพ์เสนอข่าวมีผลกระทบต่อชาวรามัน เช่น มีโจรอยู่ในพื้นที่ทำให้ผู้นำชุมชนเดือดร้อน
- ยาเสพติดในสถานศึกษาทำให้เกิดลักเล็กขโมยน้อยจากเด็กนักเรียนต่างถิ่น คนในเครื่องแบบผู้ปกครองดูแลไม่ทัน ครอบครัวแตกแยก แหล่งบันเทิง เป็นสถานที่ แพร่ระบาด
- ชาวบ้าน ยังไม่ทราบเกี่ยวกับนโยบาย 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์และใช้ปฏิบัติอย่างชัดเจน แหล่งสนับสนุน ขาดการประชาสัมพันธ์ต่างคนต่างทำ ในงานชิ้นเดียวกัน
- ปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างรัฐกับประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐมักจะกำหนดแผนงานโครงการส่งเสริมอาชีพไม่สอดคล้องกับท้องถิ่น เช่น ผักกางมุ้ง ต้นทุนสูง ราคาตกต่ำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ได้ศึกษาปัญหาความต้องการที่แท้จริงของชุมชน มักกำหนดแผนงานโครงการเอง ขาดการศึกษาหาข้อมูลในพื้นที่
- การประสานงาน ระหว่างภาครัฐกับองค์กรชุมชนไม่ต่อเนื่อง รัฐมีนโยบายแต่ขาดหน่วยงานรองรับ
- ผู้นำขาดความรู้ / ประสบการณ์ / ขาดคุณสมบัติที่เหมาะสม กับตำแหน่งดับอำเภอ จังหวัด ระเบียบ ขาดการกำหนดคุณสมบัติของผู้นำ เช่น ด้านการศึกษา , ประสบการณ์ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ,กำนัน , อบต ขาดความรู้ความสามารถ ใช้สามารถ ประสานงานกับหน่วยงานรัฐได้

ปัญหาอื่นๆ
(1) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2545 ณ โรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร
- การทุจริต คอรัปชั่นภาครัฐ , เจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคและท้องถิ่น จากการเลือกตั้งบ่อยๆ
ทุกอย่าง (สส.,สว.,อบต.,ผญ.)
- ถ้าไม่ให้ 10 เปอร์เซ็น โครงการไม่ผ่าน (ชี้โพรงให้ กระรอก) ประชาธิปไตยแบบที่ 3 ไม่ทั่วถึง
พรรคพวก เอาเงินไปให้ผู้หญิง (เมียน้อย)
- เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยมิชอบ คอรัปชั่น , สินบน ผลประโยชน์ กฏหมายมีช่องว่าง ทำให้เจ้าหน้าที่ มีช่องว่างในการทุจริต
- เจ้าหน้าที่รัฐ- ความปลอดภัย / ความมั่นคงทางการเมือง ขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ ผลประโยชน์ ป้ายสี ( 3 จังหวัดชายแดน ) การเลือกปฏิบัติ ต่อประชาชน (เลือกที่รักมักที่ชัง) พรรคพวก เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น การสื่อสารผิดความหมาย
- การลักขโมย สังคมเสื่อมโทรม / ถูกบังคับให้ลักขโมย
- การเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ (เดือดร้อนมาก) โรงพยาบาล , อำเภอ ,สภอ. ฯลฯ ระบบข้าราชการเป็นระบบชี้นำมากกว่าแนะนำ ชาวบ้าน ขาดความรู้ ในเรื่องสิทธิ และหน้าที่

(2) อำเภอเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 24มกราคม 2545 ณ วิทยาลัยอิสลาม มอ.วิทยาเขตปัตตานี
- โจรกรรมปัญหาการศึกษาต่ำ ว่างงาน ติดยา เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย ผู้มีอิทธิพล คบเพื่อนไม่ดี ฟุ้งเฟ้อ
- อาชญากรรม เพราะคนต่างด้าว ก่ออาชญากรรม โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย สื่อลามก สิ่งเสพติดฟุ้งเฟ้อ ชอบก่อกวน ฟุ้งเพ้อ แก่งแย่งชิงดี เจ้าหน้าที่คอรัปชัน (ตำรวจ)
- การจัดระเบียบจราจร ไม่เคารพกฎจราจร ไม่เข้าใจป้ายและกฎจราจร อคติกับตำรวจจราจร รถซิ่ง ฟุ้งเฟ้อ รักสนุก ชิงดีชิงเด่น ชอบก่อกวน

(3) อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2545 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอยะรัง
- ความวุ่นวายเงินล้าน การปกครองไม่มีประสิทธิภาพในหมู่บ้านตามผู้นำในท้องถิ่น เพราะผู้ใหญ่ กำนัน ไม่มีความรู้ ไม่จบชั้น ป.4 หรือจบเพียงชั้น ป.4
- ผู้ใหญ่ กำนัน ไม่รู้หน้าที่ของตน ผู้ใหญ่ กำนัน บางคนไม่ให้ความร่วมมือ กับทางรัฐเท่าที่ควร ในการเข้าฝึกอบรม ผู้ใหญ่ กำนัน ขาดคุณธรรม ขาดจิตสำนึก ของหน่วยงานภาครัฐ ในการบริการประชาชน ไม่ทั่วถึง และไม่เอาใจใส่อย่างจริงจัง ภาวะผู้นำเชื่องช้าขาดความจริงจังกระตือรือร้น
- แบบอย่างที่ปรากฏให้เห็นไม่ว่าระดับไหนๆก็แตกความสามัคคี
- เรียนจบไม่มีงานทำเพราะตำแหน่ง ภาครัฐมีจำนวนน้อย ภาคใต้ไม่มีโรงงาน ประชาชนส่วนมากเสียเงินนอกระบบให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
- การคอรัปชั่น ของระบบราชการ ในระดับท้องถิ่นทุกระดับ เพราะขาดจิตสำนึก ของหน่วยงานภาครัฐ ในการบริการประชาชนไม่ทั่วถึง และไม่เอาใจใส่อย่างจริงจัง ระบบการตรวจสอบ ไม่ทั่วถึง

(4) อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก
- อำนาจเถื่อนและอำนาจเงินปกครอง
- ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จากการไม่เข้าใจ ระบบการปกครองของประชาธิปไตย อาญาแผ่นดิน สามารถประนีประนอม ยอมความกันได้ ขาดความรู้ ด้านกฎหมาย กฎหมาย เหนือกฎหมาย หลงอำนาจ
- ความไม่เข้าใจ ไม่รู้กฎหมาย นโยบายรัฐบาล จากการขาดการประชาสัมพันธ์ นโยบายไม่ต่อเนื่องเปลี่ยนแปลงตลอด
- รายการวิทยุ, เพลงไม่ใช่ภาษาถิ่น ความไม่พร้อมของทรัพยากรมนุษย์ในท้องถิ่น เห็นแก่พรรคพวก ไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็น ไม่มีความรู้ ไม่เคยได้เสนอปัญหา มีการแทรกแซง ทางการเมือง การย้ายของบุคลากรของรัฐขาดการประสานต่อเนื่อง
- เจ้าหน้าที่ปฏิบัติไม่จริงจังตามกฎหมาย
- ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จากยาเสพติดระบาดมาก รายได้น้อย อาวุธสงคราม เหตุการณ์เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ผู้รับผิดชอบไม่จริงจังในหน้าที่ เจ้าหน้าที่ เห็นแก่เงินมากเกินไป แต่ละหน่วย แบ่งพรรคแบ่งพวก เจ้าของไม่รับผิดขอบต่อทรัพย์สิน มีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน
- งบประมาณบางส่วนที่ลงมาไม่ถึงมือประชาชน จากมีการกินเปอร์เซ็นต์จากผู้บริหารงบประมาณ ลดหลั่นลงมา ขาดการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานรัฐ ไม่ค่อยโปร่งใส
- จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อบต.ไม่ได้รับเงินเดือน ชาวบ้านไม่สามารถจ่ายคืนได้ สร้างหนี้ให้กับชาวบ้าน ประชาชนเป็นหนี้ บางหมู่บ้านไม่กล้ากู้ ผู้นำชุมชน ตัดสินใจคนเดียว ประชาชนแตกแยก ขาดสามัคคี ความเร่งด่วนของนโยบายการขอข้อมูล

(5) อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมโรงเรียนตันหยงมัส
- เจ้าหน้าที่รัฐไม่จริงใจ จริงจังในการทำงาน การบริการ ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลระแงะ ไม่เอาใจใส่ เช่น ไม่วินิจฉัยโรคอย่างละเอียด
- สิ่งแวดล้อมเสียจากโรงยาง
- ที่ดินทำกินไม่มีเอกสิทธิ์นโยบายผิดพลาดด้านที่ดินทำกิน การให้เอกสารสิทธิ์
- ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม
- ความแตกแยกทางสังคมรัฐพยายามรวมความต่างทางวัฒนธรรม ไม่ได้ใส่ใจในปัญหาอย่างจริงจัง (ละเลย)
- สวัสดิการไม่เป็นระบบขาดการปลูกฝังจิตสำนึกในการเสียสละของทุกฝ่าย
- การกำหนดนโยบายไม่ได้มาจากปัญหาของราษฎรอย่างแท้จริง
- ความแตกแยกทางสังคมเลือกตั้งบ่อยเกินไปโดยประชาชนยังไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย อย่างแท้จริง
- การกำหนดนโยบาย ไม่ได้มาจากปัญหา ของราษฎรอย่างแท้จริง เพราะไม่มีการสำรวจปัญหาและความต้องการ ของประชาชนอย่างแท้จริง
- การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ผิดพลาด เช่น โครงการต่าง ๆ เช่นการขุดบ่อปลา การทำโรงยาง การปลูกพืช ที่ไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่เพราะเห็นแก่โครงการ (เงิน) และสนองนโยบาย ของรัฐ มีผู้รับผิดชอบหลายหน่วยงาน ต่างคนต่างทำ

(6) อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุมโรงเรียนตากใบ
- ความไม่เป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐ เช่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน (ตะหวาก) ไม่สนับสนุน การจัดสรร งบประมาณ อบต.ไม่เท่าเทียมกัน การจำกัดสิทธิ์ ในการเลือก สถานพยาบาล
- โรงพยาบาลระดับอำเภอบริการไม่ดี ไม่มีคุณภาพ ใช้วาจาไม่สุภาพ ส่วนมากวินิจฉัยโรค ไม่ตรงตามโรค ไม่ทำใบส่งตัว ไปโรงพยาบาลจังหวัด ในกรณีที่ทางโรงพยาบาล ไม่สามารถรักษาได้โดยเฉพาะคนไข้บัตรทอง
- เรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลแพง
- แพทย์น้อยไม่พอเพียงในการรักษาชาวบ้าน
- งบประมาณแผ่นดินที่ลงมาพื้นที่ หมู่บ้าน ตำบล ล่าช้าไม่เพียงพอ (งบฯอบต. อบจ.จังหวัด)
- งานที่เกิดไม่มีคุณภาพ เช่น ถนนในหมู่บ้านชนบท ไม่ตรวจความต้องการของชาวบ้าน และช่วงเวลา ที่ชาวบ้านต้องการจริง เช่น นำดินเหนียวมาแทนถนนลูกรัง ที่มีคุณภาพด้อยกว่า ดินลูกรัง
- เจ้าหน้าที่ตำรวจละเลยหน้าที่ ไม่จับผู้ต้องหา เกิดการทะเลาะวิวาทเวลามีมหรสพต่าง ๆ เช่น ยิง แทง แต่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เกิดปัญหายืดเยื้อเช่นเดิมขึ้นอีก
- ตำรวจไม่ให้ความร่วมมือ กับงานของส่วนรวม ในชนบทเท่าที่ควร เช่น เมื่อมีการจัดงานวัด งานกุศล ให้มีมหรสพ ในงานไม่ไปรักษาความสงบ ไม่มีเงินเบี้ยเลี้ยง เพราะเป็นงานส่วนร่วม ไม่มีจรรยาบรรณตำรวจ
-โครงการที่เกี่ยวกับเกษตรลงมาในชุมชนไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน เช่น เกษตร ปลูกผัก
- รัฐทำโครงการลงมา ไม่สอบถามความต้องการ ของประชาชน เช่น เมล็ดพันธ์ที่นำมาสนับสนุน ไม่มีคุณภาพ (จากหน่วยงานปศุสัตว์ เกษตร)
- มีเงินทุนหมุนเวียนใน อบต. แต่มาใช้ไม่ได้
- การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน กลุ่มอาชีพ ล่าช้าทำให้เกิดความแตกแยก กลุ่มในหมู่บ้าน ไม่สามัคคีกัน ในหมู่ชาวบ้านผู้นำในท้องถิ่นขัดแย้งกัน มีความเห็นไม่ตรงกัน
-ไม่มีการอบรมสมาชิก อบต.ใหม่ ไม่รู้บทบาทของตัวเอง
- ประชาชนเจ้าของที่เดิมขาดน้ำทำกิน (ที่ดินประมาณ 100 ไร่)
- เจ้าของที่ไม่ได้รับเงินค่าเวนคืนที่ดินจากชลประทานบางส่วน
-ขุดคลองระบายน้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าเกินความจำเป็นและไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด
-ทรัพย์สินชลประทาน ขาดการดูแลรักษาปล่อยให้ชำรุดเสียหาย

(7) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2545 ณ หอประชุม อำเภอเบตง
- นโยบายของรัฐ เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตาม นโยบายของรัฐ (ต.ย.) ค่า รักษา 30 บาท. ความมั่นคง
- เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ตำรวจ) ล่วงละเมิดสิทธิ์และเสรี
- การเมืองท้องถิ่นเป็นระบบการเมือง
- ระบบใช้อำนาจ นักการเมืองที่เข้ามาแบบไม่โปร่งใส , ซื้อเสียง , ใช้อำนาจบังคับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่รอบคอบในการกลั่นกรองที่ได้รับแจ้ง
- นโยบายหมู่บ้านมีอคติต่อกัน
- ระบบของชาวบ้าน (โดยค้นบ้านปีละ 3 ครั้ง) เปิดบ่อนตามสบาย (ในตลาดเกษตร) มาเลย์เป็นนายทุน นโยบายเป็นลูกน้อง
- พนันบอล , ไก่ชน , ตู้เกมส์

(8) อำเภอ.บันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2545ณ ห้องประชุมอำเภอบันนังสตา
- รัฐขาดความรู้จริงด้านการพัฒนา เช่น การทำแปลงเกษตรสาธิต
- เจ้าหน้าที่ควรศึกษาทดลองปฏิบัติจริงก่อนนำไปเผยแพร่แก่ชาวบ้าน
- เจ้าหน้าที่คำนึงถึงประโยชน์ด้านธุรกิจมากกว่าผลประโยชน์ของชาวบ้าน เช่น ปุ๋ย , สารเคมีต่าง ๆ (ค่าคอมฯ)
- เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจ สภาพสังคม และชุมชนที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจ บทบาทและหน้าที่รับผิดชอบ( เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ )
- รัฐขาดการประชาสัมพันธ์
- รัฐขาดการติดต่อประเมินผล
- รัฐดำเนินการซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ
- การทำสถิติข้อมูลไม่ถึงชุมชนเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลจากผู้ใกล้ชัดกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่เห็นความสำคัญ ของข้อมูลที่จัดเก็บ
- ชาวบ้านไม่กล้าให้ข้อมูลตามความเป็นจริง เนื่องจากกลัวว่าจะเสียประโยชน์แห่งตน
- ผู้นำชาวบ้าน ขาดการประชาสัมพันธ์กับลูกบ้าน ในสาระที่เข้าร่วมประชุมกับรัฐ
- ชาวบ้านกลัวเจ้าหน้าที่มารับผิด
- ผู้นำชุมชนขาดการประชาสัมพันธ์
- เจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่
- ข้อมูลไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงและไม่ทั่วถึง
- รัฐไม่นำความคิดชุมชน ไปปรับนโยบาย เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังยึดติดกับกรอบการทำงาน แบบราชการ ,เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เห็นความสำคัญ ในการแก้ปัญหา ของประชาชน , ล่าช้า ขาดการชี้แจง ขั้นตอนการทำงาน
-ใช้ความคิด ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นหลัก การวิเคราะห์ปัญหาของชาวบ้าน ของภาครัฐ ไม่ตรงกับความเป็นจริง

(9) อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2545 ที่วิทยาลัยการอาชีพรามัน
- ปัญหาความไม่เข้าใจ ระหว่างรัฐกับประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ มักจะกำหนดแผนงาน โครงการส่งเสริมอาชีพ ไม่สอดคล้องกับท้องถิ่น เช่น ผักกางมุ้ง ต้นทุนสูง ราคาตกต่ำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ได้ศึกษาปัญหา ความต้องการที่แท้จริง ของชุมชน มักกำหนดแผนงาน โครงการเองขาดการศึกษาหาข้อมูลในพื้นที่
- การประสานงานระหว่างภาครัฐกับองค์กรชุมชนไม่ต่อเนื่องรัฐมีนโยบายแต่ขาดหน่วยงานรองรับ
- ผู้นำขาดความรู้ / ประสบการณ์ / ขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งดับอำเภอจังหวัด ระเบียบขาดการกำหนดคุณสมบัติของผู้นำ เช่น ด้านการศึกษา , ประสบการณ์ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ,กำนัน , อบต ขาดความรู้ความสามารถใช้สามารถประสานงานกับหน่วยงานรัฐได้

3.1.2 การวิเคราะห์ปัญหา และข้อเสนอแนะ ในการแก้ไขปัญหา จากเวทีชาวบ้าน ระดับจังหวัด รวม 3 ครั้ง และเวทีรวม ตัวแทนชาวบ้าน จากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส 1 ครั้ง*

(1) ปัญหาด้านเศรษฐกิจ : ผลผลิตราคาทางการเกษตรราคาตกต่ำกรณียางพารา

ปัญหา
สาเหตุของปัญหา
เงื่อนไขของปัญหา
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
การแก้ปัญหา
ข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา
ยางพารา ราคาตกต่ำ - ยางล้นตลาด ตามฤดูกาล ราคา
- ถูกกำหนด โดยราคา คนกลาง
- ภาครัฐ ไม่จริงจัง ในการแก้ปัญหายาง รับซื้อเฉพาะยาง คุณภาพดี การคัดคุณภาพยาง ลำเอียง เล่นพรรค เล่นพวก
- ชาวบ้าน ไม่ได้พัฒนาคุณภาพ
- ไม่มีโรงงาน แปรรูปยาง เช่นยางรถยนต์ ถุงมือในท้องถิ่น
- ชาวสวนยาง ไม่สามารถ กำหนดราคายาง ของตนเองได้
- การแทรกแซง ราคายาง รับซื้อ เฉพาะยาง ที่มีคุณภาพดี คุณภาพชั้น 2-3 สกย. ไม่รับซื้อและ การแทรกแซง ไม่ต่อเนื่อง เป็นจริง
- ถูกกำหนด ราคายาง จากประเทศสิงค์โปร์
ทางตรง
- ปัญหาหนี้สิน
- ขัดแย้ง ในครอบครัว แตกแยก
- ย้ายถิ่นฐาน ทำกินไปอยู่มาเลย์
- ถูกกำหนด ราคายาง จากประเทศ สิงค์โปร์
- ทำให้คน ติดหนี้สิน ธกส. และเป็นหนี้ชาวบ้านเยอะ
- ย้ายถิ่นฐาน ไปมาเลย์ (เมื่อยางพารา ราคาตกต่ำ)
ทางอ้อม
- ทำให้เปลี่ยนอาชีพ จากปลูกยาง เป็นปลูกพืชอย่างอื่น ไปตามกระแสธุรกิจ
- ขาดความมั่นใจ ในอาชีพ สวนยาง
ภาครัฐ
- สงเคราะห์ สวนยาง ไม่เห็นใจชาวสวนยาง ในการช่วยดูแล
- การแก้ปัญหา ของ สกย. เป็นไป แบบไม่ต่อเนื่อง และไม่จริงใจ ในการแก้ปัญหา แทรกแซงราคายาง
- ไม่ได้มีการประสาน หารือร่วม ระหว่างเกษตร กับ สกย. และภาคประชาชน
- ไปตัดยาง ที่มาเลย์แทน
- เปลี่ยนจาก การตัดยาง ไปทำการ เกษตร อย่างอื่น (แรงงานรับจ้าง)
- ทางชาวบ้าน ไม่ได้เข้าไป ขอความช่วยเหลือ จาก สกย . เพราะรู้ว่า ต้องขึ้นอยู่ นโยบายรัฐ
- รัฐจัดตั้งกลไกกลาง ระหว่างประเทศมาเลย์ และอินโดนีเซีย
- ตั้งกลุ่ม สมาคม เจ้าของสวนยาง รัฐบาล รับรองโดย มีภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหา
- ให้กลุ่มชาวสวนยาง ทำประชาคม กำหนดนโยบาย ร่วมกับรัฐ
- ให้เจ้าของ สวนยางพารา ทำวิจัยยางพารา ร่วมกัน รวมทั้งกรณีกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มลองกอง ,ทุเรียน และกลุ่มนาร้าง ที่มีปัญหา
- ให้รัฐ ส่งเสริมการส่งออก อย่างต่อเนื่อง
- ให้รัฐ ออกนโยบาย จ่ายปุ๋ย

 

ปัญหาด้านเศรษฐกิจ

การวิเคราะห์ปัญหาราคาผลผลิตสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณียางพาราราคาตกต่ำ และข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา จากเวทีชาวบ้านระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 7 และ 10 มีนาคม และระดับ 3 จังหวัด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2545

(2) ปัญหาด้านสังคม : การศึกษาและจริยธรรมเสื่อม ของเด็กและเยาวชน และข้อเสนอแนะ ในการจัดการศึกษาตาดีกา

ปัญหา
สาเหตุของปัญหา
เงื่อนไขของปัญหา
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
การแก้ปัญหา
ข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา
- การศึกษา และจริยธรรมเสื่อม ของเด็ก และเยาวชน - เกิดช่องว่าง ระหว่างหลักสูตรศาสนา และสามัญ ทั้งในรูป ของการปฏิบัติ และทฤษฎี - ชาวบ้าน เบื่อตัวเอง 50 ปี แล้วรัฐยังมองข้าม - รับอารยธรรม โดยไม่มีการ กลั่นกรอง (โดยเฉพาะ ผู้มีหน้าที่ อบรมเด็ก และเยาวชน ผู้ใหญ่ทำแบบอย่าง ให้เด็ก สื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ , ซีดี , คาราโอเกะ , มีสถานบันเทิง , ดารา ,ประกวดนางงาม) - เยาวชน มีการมั่วสุม - กิจกรรมต่าง ๆ ที่รัฐ จัดให้ เช่น ประกวดร้องเพลง เป็นต้น - เยาวชนมั่วสุม เลียนแบบตาม อารยธรรมตะวันตก เนื่องจากพฤติกรรม ผู้ปกครอง - ไม่ปฏิบัติตาม หลักศาสนาทำ ให้ศาสนาเสื่อม - นำไปสู่ การมั่วสุม ติดการพนัน - เกิดความเคยชิน กับการ เลียนแบบ ตะวันตก - รับโดยไม่รู้ตัว ภาครัฐ - จัดกีฬาต้านยาเสพติด , อบรม ให้ความรู้ ส่งเสริม ตั้งกลุ่มอาชีพ - รัฐสนับสนุน อนุบาล และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึง ศูนย์อบรมจริยธรรม แก่เด็ก และเยาวชน (ตาดีกา) - ไม่มีงบประมาณ สนับสนุน กระบวนการ ฝึกอบรมจริยธรรม - ทำให้การจัด การเรียน การสอน จริยธรรม ไม่ประสบผลสำเร็จ - ทำให้เกิดการ แยกระหว่าง การเรียนด้านจริยธรรม และสามัญตาดีกา + ศูนย์เด็กเล็ก ประชาชน - จัดเวที ประชาคม เพื่อรับทราบปัญหา - จัดอบรม บรรยายธรรมทุก ๆ วันศุกร์ และในวันสำคัญ ทางศาสนาต่าง ๆ - การจัดการ ศึกษาตาดีกา โดยกำหนดเกณฑ์ นโยบายรับรอง โรงเรียนตาดีกา - มีสังกัดชัดเจน (เขตการศึกษา 2 ผู้รับผิดชอบ ร่วมกับบุคคลากร ท้องถิ่น) - มีการสนับสนุน จากรัฐหลักสูตร มีมาตรฐาน สอดคล้องกับท้องถิ่น ชุมชน เป็นผู้ร่วมร่างหลักสูตร แล้วบริหารหลักสูตร - วางหลักสูตร ให้เป็นพื้นฐาน สามารถ ไปเชื่อมต่อ การศึกษาระดับสูงกว่าได้ - การบริหารจัดการ ที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่โรงเรียนตาดีกา ปอเนาะ มัธยม หรือการศึกษาเอกชน โรงเรียนสายสามัญ

 

ปัญหาด้านสังคม

การวิเคราะห์ปัญหาการศึกษา และจริยธรรมของเด็กและเยาวชนเสื่อม และข้อเสนอแนะ ในการแก้ไขปัญหา โดยจัดการศึกษาตาดีกา (การศึกษาจริยธรรม และศาสนาแก่เด็ก) จากเวทีชาวบ้านระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 7 และ 10 มีนาคม และระดับ 3 จังหวัด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2545

 

(3) ปัญหาด้านอื่นๆ : กรณีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ปัญหา
สาเหตุของปัญหา
เงื่อนไขของปัญหา
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
การแก้ปัญหา
ข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา
ความไม่ปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน - เรียกค่าคุ้มครอง (หนักที่สุด)
- เรียกค่าไถ่ (อันดับรอง)
- ผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ (อันดับสาม)
- ต้องการงบ ด้านความ มั่นคง ลงมาให้ หน่วยงาน ของตนเอง
- นักการเมือง สนับสนุน เป็นฐานเสียง
- เจ้าหน้าที่ ของรัฐ สนับสนุน (สร้างผลงาน เพิ่มตำแหน่ง)
- ชาวบ้านสนับสนุน เพื่ออยู่รอด ให้ที่อยู่อาศัย ให้อาหาร
- นักลงทุน ไม่กล้าลงทุน ทำให้เกิดปัญหา ไม่มีการจ้างงาน
- เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้น (ไม่สงบ) เศรษฐกิจ ชะงักทันที
- เกิดการว่างงาน เพราะนักธุรกิจ นักลงทุน ในท้องถิ่น หนีไปหมด ไม่กล้าลงทุน
- เกิดการลักขโมย เกิดการค้า ยาเสพติด เพราะลงทุนน้อย ผลกำไรเยอะ
- เกิดความ ไม่ไว้วางใจ ซึ่งกัน และกัน
- ต่อต้าน มื่อจับผิดตัว
- ทำให้สังคม เกิดความไม่สงบสุข ความไม่ปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน
- ไม่กล้าลงทุน เพราะเจ้าหน้าที่รัฐ ขูดรีด
ภาครัฐ
- เจ้าหน้าที่ ให้ความคุ้มครอง ผู้มีอิทธิพล ให้ที่พักพิง ให้ความสะดวก ให้ข้อมูล เวลาจะจับ
- สร้างผลงาน เพื่อตำแหน่ง ประชาชน
- ประชาชน ไม่กล้าให้ข้อมูล เนื่องจาก ไม่เชื่อใจ เจ้าหน้าที่
- ให้ข้อมูล แล้วตายทุกราย ประชาชน เคยให้ข้อมูล (โปสเตอร์) ติดตามวัด เจ้าหน้าที่ ให้เก็บให้หมด
- ให้สื่อ เสนอข้อมูล ที่ถูกต้อง
- สื่อควรนำเสนอ ภาพพจน์ ที่ถูกต้อง ( ยะลา ปัตตานี นราธิวาส)
- ให้องค์กร ประชาชน สามารถ ตรวจสอบสื่อได้
- ให้รัฐ สนับสนุน สร้างชุมชน ในชนบท ให้เข้มแข็ง
- ใน 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ให้เจ้าหน้าที่รัฐ รับราชการ เป็นคนในพื้นที่ ให้มากหน่อย
- การกระจาย อำนาจรัฐ ต้องการ ทำอย่างจริงจัง
- ลดอิทธิพล ในระดับชุมชน ในท้องถิ่น ที่มีความพัวพัน กับอำนาจรัฐ และการเมือง ท้องถิ่น (อำนาจมืด)

 

ปัญหาด้านอื่นๆ

การวิเคราะห์ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน และข้อเสนอในการแก้ไข จากเวทีชาวบ้านระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม และระดับ 3 จังหวัด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2545

การแก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนที่อาการ และปรากฎการณ์ของปัญหา ทำให้การแก้ปัญหาล่าช้า เกิดการสั่งสมปัญหา บางครั้ง มีปฏิกิริยาโต้กลับ และสร้างผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อม ทำให้เกิดปัญหาที่แท้จริงถูกละเลย และทำให้เกิดการสร้างปัญหาใหม่ เพิ่มปัญหาเก่า ยากต่อการแก้ไขมากขึ้น

(3) ปัญหาด้านอื่นๆ : กรณีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีประสิทธิภาพ

ปัญหา
สาเหตุของปัญหา
เงื่อนไขของปัญหา
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
การแก้ปัญหา
ข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา
การปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ไม่มีประสิทธิภาพ – เจ้าหน้าที่ ต้องการ ผลประโยชน์
- การถูกเอาเปรียบ จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ค่าบริการ สินบน เก็บสะตอ จากชาวบ้าน กลางทาง
- การคัดเลือก เป็นเจ้าหน้าที่ ไม่โปร่งใส่ ได้มาโดย วิธีเส้นสาย เครือญาติ อำนาจเงิน
- เจ้าหน้าที่รัฐ ขาดความตั้งใจ ในการปฏิบัติงาน ไม่มีความเสียสละ ต่องานในหน้าที่
-เจ้าหน้าที่ ดูถูกชาวบ้าน
- เจ้าหน้าที่ ขาดจิตสำนึก ในการปฏิบัติ หน้าที่ เช่น การบริการ การช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาส
- เจ้าหน้าที่ ของรัฐ ไม่ใช่คน ในพื้นที่
- คนในพื้นที่ ขาดโอกาส ถูกส่งไป ทำงานที่อื่น
- คนนอกพื้นที่ มาบริหาร ในพื้นที่ แบบไม่จริงจัง ไม่เต็มใจ (มาสายกลับเร็ว)
–ชาวบ้าน ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ชาวบ้าน ยึดความสะดวก พึ่งพา เจ้าหน้าที่ มากกว่ากฎหมาย
- เจ้าหน้าที่ ใช้ความรู้ ความไม่เข้าใจ ของชาวบ้าน หาผลประโยชน์ เข้าตนเอง
- การจัดระบบ บริหารของรัฐ ไม่สอดคล้อง กับความต้องการ เช่น ด้านบริหาร ด้านการคัดเลือกบุคล
ทางตรง
- ชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อน
- เสียเวลา เสียเงิน ค่ารถ อาหาร ค่าโง่ เสียความรู้สึก
– ไม่อยากใช้ บริการต่อ
ทางอ้อม
- มีทัศนคติ ไม่ดี ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ
- ความหวาดระแวง ไม่เชื่อกัน ไม่ไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน
- ความไม่เข้าใจ ระหว่างกัน
เจ้าหน้าที่
- ไม่จริงจัง ไม่จริงใจ ในการแก้ปัญหา
- กับประชาชน ทำตัวเป็นนักเลง รังแกประชาชน (เอาสะตอชาวบ้าน ที่นำไปขาย เอาทุกอย่าง ที่ขวางหน้า)
- ประชาชน เกิดการต่อต้าน ไม่ไว้วางใจ ไม่ให้ความร่วมมือ จากเจ้าหน้าที่
- ประชาชน ตรวจสอบได้
- ใช้อำนาจ ประชาชน คัดเลือก เจ้าหน้าที่รัฐ
- สร้างความเสมอภาค ระหว่างรัฐ กับประชาชน ให้เท่าเทียมกัน
-สร้างจิตสำนึก ในการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่
- มวลชนสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ กับประชาชน
- ให้อำนาจ ประชาชน ที่จะรับเจ้าหน้าที่ เข้ามาทำงาน ในพื้นที่ และสามารถ ที่จะเสนอโยกย้าย ได้โดยประชาชน
- สร้างจิตสำนึก ในการปฏิบัติงาน

 

ปัญหาด้านอื่นๆ

การวิเคราะห์ปัญหาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีประสิทธิภาพ และข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา จากเวทีชาวบ้านระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 14 มีนาคม และเวทีรวม 3 จังหวัด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2545

(3) ปัญหาด้านอื่นๆ : กรณีการนโยบายรัฐไม่ตรงกับสภาพท้องถิ่น

ปัญหา
สาเหตุของปัญหา
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
การปฏิบัติ
ข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา
นโยบายรัฐ ไม่ตรงกับ สภาพท้องถิ่น - ผู้ออกนโยบาย ไม่รู้ปัญหา ที่แท้จริง
- รัฐแก้ปัญหา ไม่ตรงจุด
- ข้าราชการ รับนโยบายแล้ว ไปปฏิบัติไม่ถูก
- ข้าราชการ ยึดติดกรอบ การทำงาน แบบข้าราชการ
- ข้าราชการ สนองนโยบายรัฐ ไม่ยึดหยุ่น ตามสภาพ ท้องถิ่น
- การเมืองท้องถิ่น เปิดโอกาส ให้ข้าราชการ มีพฤติกรรม มิชอบ
- ตัวแทน ทางการเมือง ขาดความรู้ และวิสัยทัศน์
- ผู้ปฏิบัติ ขาดจรรยาบรรณ
ผลกระทบ ทางตรง
- แก้ปัญหา ไม่ตรงกับ ความต้องการ ของประชาชน
- ข้าราชการ ไม่ให้ความสำคัญ ต่อประชาชน
- สร้างปัญหา สร้างความวาดระแวง ในหมู่ประชาชน
- ประชาชน เดือดร้อน
ผลกระทบ ทางอ้อม
- ข้าราชการ เห็นช่องทาง การคอรัปชั่น
- ประชาชน ถูกยัดเยียด ไม่มีปากไม่เสียง
- เจ้าหน้าที่ ได้รับประโยชน์ มากกว่าชาวบ้าน
- ประชาชน ตกงาน
- เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ ตามกรอบ การทำงาน
- ความเห็น อย่างหนึ่ง ไปทำ อีกอย่างหนึ่ง
- ชาวบ้าน ไม่แสดงออก ถึงความต้องการ ที่แท้จริง
- รัฐยึดแนวคิด ของตนเอง เป็นหลัก ในการแก้ปัญหา
- ข้าราชการ ปฏิบัติหน้าที่ แบ่งพรรค แบ่งพวก
- เปิดโอกาส ให้ประชาชน มีทางเลือก การใช้หน่วยงาน บริการของรัฐ
- ประชาชน จะต้องให้ ความสนใจ ข่าวสารของรัฐ
- สร้างจิตสำนึก กับข้าราชการ เกี่ยวกับ ความรับผิดชอบ ต่อประชาชน
- การพิจารณา ความดี ความชอบ ของข้าราชการ ควรเปิดโอกาส ให้ท้องถิ่น มีสวนร่วม
- ใช้มาตรการ เด็ดขาด กับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม
- ข้าราชการ คือประชาชน คนหนึ่ง ส่งเสริม ให้ประชาชน มีความรู้ กล้าแสดงออก
- ขจัด อำนาจมืด
- ประชาชน ต้องเลือก ผู้มี่ความรู้ ในการบริหาร ประเทศ
- ประชาชน ต้องเข้าใจ ในสิทธิ ของตนเอง
- สร้างความเข้าใจ ระหว่างรัฐ กับประชาชน ให้ประชาชน ใช้ทัศนะ ที่มีอยู่ ได้เต็มที่
- ให้อำนาจ ฝ่ายตรวจสอบ ของรัฐ เทียบเท่า เจ้าหน้าที่ ประจำ
- อบรม เจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ปฏิบัติ ต่อประชาชน อย่างอ่อนน้อม

 

ปัญหาด้านอื่นๆ

การวิเคราะห์ปัยหาและข้อเสนอแนะ ในการกำหนดนโยบายรัฐ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากเวทีชาวบ้าน ระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม และระดับ 3 จังหวัด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2545

 

ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบนโยบายความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้(พ.ศ.2542 – 2546)
กับปัญหาจากเวทีชาวบ้านโดยตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2545 ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก พระตำนักทักษิณราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.นราธิวาส

วัตถุประสงค์ ของนโยบาย (3 ข้อ)
นโยบาย (19 ข้อ)
ปัญหาจากเวทีชาวบ้าน
ตรงกับนโยบาย
ไม่ตรง / ไม่มีในนโยบาย
ขัดแย้งกับนโยบาย
1. การพัฒนา ศักยภาพ ของคน และสังคม 1.1 ส่งเสริม และสนับสนุน ให้ประชาชน ได้รับการพัฒนา ทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา - ผู้นำท้องถิ่น ไม่เข้าใจ บทบาทหน้าที่ คำนึงถึง ผลประโยชน์ (อ.รามัน)
- หลักสูตร ศาสนา ต้องให้ชุมชน จัดเองคิดเอง (อ.รามัน)
- สื่อไม่ตรง กับความจริง ในท้องถิ่น สร้างภาพพจน์ ที่ไม่ดีแก่ท้องถิ่น เสนอข่าว เพื่อเป้าหมาย ทางธุรกิจ (อ.รามัน)
- ลดอิทธิพล ในระดับชุมชน ในท้องถิ่น ที่มีความพัวพัน กับอำนาจรัฐ และการเมือง ท้องถิ่น (อำนาจมืด) (เวที 24 มี.ค.45)
   
 
(31)
   
  1.2 สร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้ทุกฝ่าย เห็นคุณค่า ความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม    
 
(26)
   
  1.3 สรรหา และพัฒนาบุคลากร ให้มีลักษณะ ที่คุณลักษณะ ที่เหมาะสม สำหรับการ ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ และโยกย้าย บุคลากร ที่มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม ออกไป รวมทั้ง ต้องมีมาตรการ สร้างขวัญ และกำลังใจ สำหรับบุคลากร ที่ตั้งใจปฏิบัติงาน(36) - เจ้าหน้าที่รัฐ ละเมิดสิทธิ เสรี ระบบ ของชาวบ้าน (อ.เบตง)
- เปิดบ่อน ตามสบาย (อ.เบตง)
- อบต. ขาดการสื่อสาร ทำความเข้าใจ กับชาวบ้าน (อ.รามัน)
- ให้ชาวบ้าน มีส่วนร่วม ในกระบวนการ โยกย้าย (เวที 24 มี.ค.45)
- ครูต้องรู้ ภาษามลายู ท้องถิ่น (อ.ระแงะ) ใน 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ให้เจ้าหน้าที่รัฐ รับราชการ เป็นคนในพื้นที่ ให้มากหน่อย (เวที 24 มีค. 45)
- เจ้าหน้าที่รัฐ เก็บเงิน ในการเล่น การพนัน (อ.เบตง)
- การคอร์รับชั่น ระดับท้องถิ่น (อ.ยะรัง)
- เจ้าหน้าที่ เลือกปฏิบัติ (อ.เบตง)
- เจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค คอร์รับชั่น เรียกสินบน เลือกปฏิบัติ (อ.สายบุรี)
- มาเลย์ เป็นนายทุน นโยบาย ลูกน้อง บ่อนการพนัน
– เจ้าหน้าที่รัฐ (อ.เบตง)
- เจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค คอร์รับชั่น และเรียกสินบน เลือกปฏิบัติ (อ.สายบุรี)
- ปัญหา ขาดความเข้าใจ ของสมาชิก อบต. กับกำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน (อ.สายบุรี)
- เจ้าหน้าที่รัฐ ขาดความรู้จริง ทางพัฒนา ไม่เข้าใจ สภาพชุมชน ที่รับผิดชอบ ไม่ลงพื้นที่ ขาดความเข้าใจ
ในบทบาท หน้าที่ ของตนเอง (อ.บันนังสตา)
- ขัดแย้ง กับเจ้าหน้าที่รัฐ ผลประโยชน์ ป้ายสี (อ.สายบุรี)

  
- ขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตร ให้ครอบคลุม ทั่วอำเภอ (อ.ตากใบ)
- มีการกินเปอร์เซ็นต์ จากผู้บริหาร งบประมาณ ลดหลั่นลงมา ไม่โปร่งใส (อ.บาเจาะ)
- มีการเก็บส่วย ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ จากชาวบ้าน บนถนน เวลาเคลื่อนย้าย สัตว์เลี้ยง (วัว, ไก่) ผลผลิต ทางการเกษตร (อ.รามัน)
- ในการปฏิบัติ ขัดแย้ง กับผู้ที่ปฏิบัติงาน ไปทำตาม นโยบาย (เวที 24 มี.ค.45)
- ขัดแย้ง กับเจ้าหน้าที่รัฐ ผลประโยชน์ ป้ายสี (อ.สายบุรี)
 

1.4 ยกระดับ คุณภาพชีวิต ของคนยากจน และผู้ด้อยโอกาส ให้มีอาชีพ ที่มั่นคง และมีรายได้ เพียงพอ ที่จะดำรงชีวิต(36)

- ความยากจน ของชาวบ้าน เพราะไม่มีงานทำ ผลผลิตราคาตกต่ำ ขาดที่ดิน ทำการเกษตร (อ.บาเจาะ)
- ปัญหา ความยากจน ว่างงาน ให้มีการ สร้างงาน (อ.ตากใบ)
- ยางพารา ลองกอง มะพร้าว ทุเรียน ราตาตกต่ำ (อ.สายบุรี)
- เด็กยากจน ขาดเงินทุน ในการศึกษา (อ.บันนังสตา)
- ให้สิทธิ ในการรักษาพยาบาล ภายในจังหวัดได้ (เวที 24 มีค. 45)
- คนต่างด้าว ประกอบ อาชญากรรม (อ.เมืองปัตตานี)
- มีตลาดแรงงาน จัดหาคน ไปทำงาน ต่างประเทศ (อ.บาเจาะ)
- 50 % ของชาวบ้าน ที่เป็นแรงงาน รับจ้าง เช่น กรีดยาง ก่อสร้าง ยากจน เพราะไม่มี ความรู้ ไม่มีเงินทุน ดินเสื่อม ควรให้ความรู้ ทั้งทฤษฎี และปฏิบัติ ด้านการเกษตร ที่สอดคล้อง กับท้องถิ่น (อ.รามัน)
- แนวเขตป่าสงวน ทับที่ทำกิน ของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ ป่าไม้จับ และข่มขู่ (อ.ตากใบ)
- โครงการ เกี่ยวกับเกษตร ไม่ตรงความต้องการ ของประชาชน เช่น เกษตร ปลูกผัก เมล็ดพันธุ์ ไม่มีคุณภาพ (อ.ตากใบ)
- ประชาชน , นักศึกษา ว่างงาน การจัดหา ตลาดแรงงาน ในประเทศ และต่างประเทศ (อ.ระแงะ)
  1.5 สนับสนุน ให้ความสำคัญ กับภูมิปัญญา ท้องถิ่น ปัญญาชน และเยาวชน ให้มีบทบาท ในการนำสังคม และแก้ปัญหาต่างๆ (27) - ให้องค์กร ภาครัฐ และเอกชน ให้ความรู้ พัฒนาอาชีพ ให้องค์กร ประชาชน เข้มแข็ง (อ.ตากใบ)
- เปิดศูนย์ พัฒนาเด็กเล็ก ก่อนวัยเรียน ทุกชุมชน (อ.ระแงะ)
- สร้างบุคลากร ในท้องถิ่น ”โครงการ เพชรในตม“ (อ.ระแงะ)
- เสริมสร้าง ภูมิปัญญา ชาวบ้าน เช่น ข้าวกล้อง , สมุนไพร (อ.ตากใบ)
- เยาวชน ที่มีการศึกษา ไม่เกิน มัธยม 6 และไม่มีการศึกษา รวมประมาณ เยาวชน (อ.สายบุรี)
- คณะกลุ่ม พัฒนา คุณภาพยางแผ่น เช่น กรรมการ ระดับอำเภอ สกย. เกษตร ชาวบ้าน มีการจัด คุณภาพยาง ลำเอียง เล่นพรรคเล่นพวก (เวที 24 มีค. 45)
- ใช้หลักสูตรท้องถิ่น และให้ชุมชน มีส่วนร่วม ในการเรียน การสอน (อ.รามัน)
- เสริมสร้าง ภูมิปัญญา ชาวบ้าน ที่มีอยู่แล้ว ให้ดีขึ้น เช่น ข้าวกล้อง สมุนไพร (อ.ตากใบ)
- ไม่มีทายาท ทางการเกษตร (อ.ระแงะ)
- การศึกษา สามัญ และศาสนา ไม่มีคุณภาพ (อ.ยะรัง)
- จัดงบประมาณ จ้างครู สอนตาดีกา (อ.บาเจาะ)
- ให้องค์ภาครัฐ และเอกชน ให้ความรู้พัฒนาอาชีพ ให้องค์กรประชาชน เข้มแข็ง (เวที 24 มีค. 45)
- หลักสูตร การศึกษา ทุกระดับ ไม่สอดคล้อง กับท้องถิ่น (อ.ยะรัง)
2. การพัฒนา สภาพแวดล้อม ที่เอื้อ ต่อการพัฒนา ศักยภาพ ของคน และสังคม 2.1 เพิ่ม และเร่งรัด การแก้ปัญห าด้านสังคม จิตวิทยา สร้างความเข้าใจ ในคุณค่า และความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง ประชาชน ต่างวัฒนธรรม (15) - เจ้าหน้าที่ เข้าไม่ถึง ประชาชน (เวที 24 มีค. 45)
- ให้องค์กร ทางศาสนา องค์กรชุมชน ในท้องถิ่น และภาครัฐ เข้ามาวางแผนงาน และโครงการ อย่างชัดเจน เพื่อสืบทอด วัฒนธรรม อย่างยั่งยืน (อ.บาเจาะ)
- รัฐพยายาม รวมความต่าง ทางวัฒนธรรม (อ.ระแงะ)
- ภาษาท้องถิ่น (ภาษาตากใบ) เสื่อม (อ.ตากใบ)  
  2.2 ให้การดำเนินชีวิต การปฏิบัติตาม หลักศาสนา เป็นไปโดย ไม่มีอุปสรรค (25)     - แหล่งบันเทิง ทำให้เกิดปัญหา ยาเสพติด (อ.เมืองปัตตานี)
 

2.3 คุ้มครอง ปกป้องวิถีชีวิต ประชาชน ในพื้นที่ การประกอบอาชีพ การอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้ ป่าชายเลน ประมงพื้นบ้าน ชายฝั่ง (10)

  - อุทยานแห่งชาติ ทับที่ทำกิน ชาวบ้าน (อ.บาเจาะ)
- อำนาจเถื่อน และอำนาจเงิน ปกครอง ต้องไม่เลือกปฎิบัติ และควรให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการปกครอง ระบบประชาธิปไตย อย่าให้ศาลเตี้ยตัดสิน (อ.บาเจาะ)
- มีการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่า แหล่งน้ำ ธรรมชาติ เสียหาย สัตว์ป่าลดลง (อ.บาเจาะ)
- ตำรวจทางหลวง เรียกเก็บเงิน ตามถนน ประชาชน ติดหนี้ เพราะตำรวจ ทำงานไม่ได้ (อ.เมืองปัตตานี)
- การจัดการ สิ่งแวดล้อม ผิดพลาด เช่น โครงการขุดบ่อปลา โรงงานยาง การปลูกพืช ที่ไม่เหมาะ กับสภาพ พื้นที่ (อ.ระแงะ)
  2.4 เร่งรัด หารูปแบบ การจัดการศึกษา ที่สอดคล้อง กับความต้องการ และวิถีชีวิต ของประชาชน เป็นพิเศษ จนถึงระดับอุดมศึกษา (34) - ระบบ คัดเลือก เข้าศึกษา มอ.ปัตตานี ไม่ให้โอกาส ต่อชุมชน ในพื้นที่ใกล้เคียง (อ.รามัน) - หลักสูตร การศึกษา ไม่สอดคล้อง กับท้องถิ่น ด้านการเกษตร (อ.สายบุรี) - จบมัธยม 6 จากโรงเรียน ศาสนา ไม่มีงานทำ ไม่มีทุนเรียน (อ.สายบุรี) - ขาดโอกาส ทางการศึกษา เพราะไม่มีทุนเรียน (อ.ยะรัง) - เด็กจบ ป.6 ไม่ได้เรียนต่อ (อ.บันนังสตา) - จัดการศึกษา ระดับปริญญาตรี ใน จ.นราธิวาส (อ.บาเจาะ) - ความไม่รู้กฎหมาย นโยบายรัฐ (อ.บาเจาะ) - วิชาคุณธรรม และจริยธรรม เพราะเป็นแค่วิชาเลือก ต้องเป็นภาคบังคับ (เวที 24 มีค. 45) - สนับสนุน ทั้งโรงเรียน ตาดีกา และโรงเรียน ปอเนาะ โดยไม่ยึดว่า จดทะเบียนหรือไม่ (อ.บาเจาะ) - จัดการศึกษา ภาคบังคับ 12 ปี ฟรีจริง ๆ ในปีปฎิรูป การศึกษา (อ.บาเจาะ) - การศึกษา ตาดีกา ไม่สอดคล้อง กับท้องถิ่น (เวที 24 มีค. 45) - การบริหาร จัดการ ตาดีกา ไม่มีหน่วยงานรัฐ ที่รัฐ รับผิดชอบ ชัดเจน (เวที 24 มีค. 45) - การศึกษา ตาดีกา ขาดการพัฒนา หลักสูตร ที่ชัดเจน และต่อเนื่อง (เวที 24 มีค. 45) - การจัดการ คุณภาพ ของเนื้อหา หลักสูตร ตาดีกา ในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไม่ชัดเจน - รัฐ ไม่สนับสนุน การจัด การเรียนการสอน (ผู้สอน) วิทยากร ไม่มีค่าตอบแทน - ขัดแย้ง ในการปฏิบัติ ไม่มีการส่งเสริม ตามนโยบาย (เวที 24 มีค. 45) - ให้คณะกรรมการ อิสลาม ประจำจังหวัด วางนโยบาย สอนหลักสูตรศาสนา ให้สอดคล้อง กับท้องถิ่น (อ.บาเจาะ)
  2.5 พัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน เมืองเศรษฐกิจ และเมืองชายแดน ให้เหมาะสม สอดคล้อง กับศักยภาพ ของพื้นที่ (22) - ขาดน้ำ ทางการเกษตร ไม่มีฝาย เก็บกักน้ำ และระบบท่อส่งน้ำ (อ.เบตง) - ถนนส่วนใหญ่ เป็นลูกรัง (อ.เบตง) - ขยายไฟฟ้า แรงต่ำ สู่พื้นที่การเกษตร (อ.เบตง) -โทรศัพท์ เข้าไม่ถึง พื้นที่เกษตร (อ.เบตง) - ถนนไม่ดี ถนนขนส่ง สินค้าเกษตร ลำบาก เป็นลูกรัง น้ำท่วม (อ.บันนังสตา) - ให้มีศูนย์ ฝึกอาชีพ ระดับตำบล อำเภอ ให้ครบวงจร (อ.บาเจาะ) - ให้ตั้งโรงงาน แยกก๊าซไทย – มาเลเซีย (อ.ตากใบ) - ถนนสี่เลน กั้นทางน้ำ (อ.บาเจาะ) - น้ำท่วม เพราะขาด ระบบ ระบายน้ำ เพราะต่างคน ต่างทำ (อ.บาเจาะ) - ชลประทาน ไม่เอื้อ ต่ออาชีพเกษตรกร ทำให้น้ำท่วมบ้าง น้ำแห้งบ้าง ควรให้หน่วยงาน รับผิดชอบ เข้ามาดูแล อย่างต่อเนื่อง (อ.บาเจาะ)-ขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตร ให้ครอบคลุมทั่วอำเภอ (อ.ตากใบ) - หน่วยงาน ชลประทาน ไม่สำรวจ ความต้องการน้ำ ถนน ของประชาชนโดยตรง ใช้นักวิชาการ ตัดสินใจ (อ.ตากใบ)
  2.6 ส่งเสริม ฐานเกษตรหลัก ที่มาจากชุมชน ให้เพียงพอ เชิงพาณิชย์ สนับสนุน การกระจาย อุตสาหกรรม และบริการ สนับสนุน โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ของชุมชน ส่งเสริม บทบาทธุรกิจเอกชน ให้พร้อมรองรับ การขยายตัว ภายใต้โครงการ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (28) - ให้มีศูนย์ฝึกอาชีพ ระดับอำเภอ ให้ครบวงจร (อ.บาเจาะ) - คนว่างงานยากจน ประชาชน ทำงานนอกถิ่นฐานมาก เพราะผลิตผล ทางการเกษตร ราคาตกต่ำ ที่ดินทำกิน ไม่เพียงพอ (อ.บันนังสตา) - แหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยว ภาคเกษตร ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ท้องถิ่น มีน้อย (อ.เบตง) - สินค้า จากชุมชน เช่น ลูกหยี หมวกกะปิเยาะห์ ขาดตลาดรองรับ (อ.ยะรัง) - ยางพารา ราคาตกต่ำ ผลไม้ขายไม่ได้ราคา (อ.ยะรัง) - พยุงราคา ยางพารา ลองกอง มะพร้าวและให้มี โรงงานแปรรูป (อ.บาเจาะ) - ทุเรียน ยางพารา ลองกอง ส้มโชกุล ราคาตกต่ำ ถูกกดราคา คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน (อ.เบตง) - ยางพารา เงาะ ลองกอง ราคาตกต่ำ (อ.บันนังสตา) - ความยากจน ของชาวบ้าน ที่ทำนา ทำสวน ยางพารา ทำสวนลองกอง ทุเรียน ส้มโอ เพราะผลผลิต ราคาตกต่ำ ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีความรู้ (อ.ยะรัง) - ไม่มีชลประทาน เพื่อการเกษตร เข้าหมู่บ้าน (ยะรัง) - ระบบ ชลประทาน ขวางกั้น เส้นทางเดิน ของน้ำ ทำให้น้ำท่วม เกือบทุกปี โดยเฉพาะ ต.ตลองใหม่ อ.ยะรัง ท่วมเกือบ ทั้งตำบล เสียหายมาก (อ.ยะรัง) - วัวชาวบ้าน เป็นโรค คอบวม ตายปี 44 ประมาณ 1,000-1,500 ตัว (อ.ตากใบ) - โครงการ เกี่ยวกับ การเกษตร ไม่ตรง กับความต้องการ ของประชาชน ไม่มีโรงงาน แปรรูป (อ.รามัน) - นโยบาย แทรกแซง ราคายางผ่าน สกย. ล้มเหลว (อ.บันนังสตา) - ลองกอง เป็นโรคหนอน ชอนเปลือก ไม่ออก ผลผลิต ตามฤดูกาล ประมาณ 10 ปี แล้ว เพราะชาวบ้าน ขาดความรู้ ในการดู และการพัฒนาดิน ใช้สารเคมี โดยพลการ ฝนไม่ตก ตามฤดูกาล (อ.ระแงะ) - ให้มีโรงงาน อุตสาหกรรม ผลิตผ้าคลุมหัว ส่งต่างประเทศ (อ.ตากใบ) - ให้มีตลาดกลาง ทางด้านเกษตร ตลาดปลอดภาษี ตลาดฟรีเดย์ (อ.ตากใบ) - นาร้าง เพราะขาด ระบบชลประทาน ที่เหมาะสม มีการขุดคูลึก ระบายน้ำไม่ได้ (อ.ระแงะ) - เยาวชนอายุ 18 - 20 ปี ในทุกตำบล 40% ว่างงาน (อ.รามัน) - ไม่กล้าลงทุน เพราะเจ้าหน้าที่รัฐ ขูดรีด (เวที 24 มี.ค. 45) - ไม่มีตลาด รองรับผลิตภัณฑ์ เย็บจักร ปักจักร อุตสาหกรรม ต้นทุนจม ควรหาทาง นำสินค้า ไปจำหน่าย ต่างประเทศ (อ.ระแงะ)
  2.7 ดำเนิน นโยบายการเมือง นำการทหารต่อไป เพื่อสร้าง ความสงบ เรียบร้อย ถาวร (11) - อบรม เจ้าหน้าที่ทั้งหมด เกี่ยวกับเทคนิค การหาข่าว (อ.ระแงะ) - เจ้าหน้าที่ตำรวจ ละเลย ไม่จับผู้ต้องหา มีการยิงแทง ในงานมหรศพ จับกุม ผู้ต้องหา ไม่ได้ เกิดปัญหายืดเยื้อ (อ.ตากใบ) - ความไม่ปลอดภัย ที่อนุญาต พกอาวุธปืน เสรีเกินไป ควบคุมไม่ได้ (อ.ระแงะ)  
  2.8 เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ ของวิถีชีวิตมุสลิม กับประเทศเพื่อนบ้าน และโลกมุสลิม อย่างใกล้ชิด (22)   - สร้างสะพาน ข้ามแม่น้ำสุไหง - โกลก ตาบา เป็งกาลังกูโบร์ (อ.ตากใบ) - เกิดความแตกแยก ในหมู่บ้าน เนื่องจาก ขาดการศึกษา ผู้นำชุมชน ระดับต่าง ๆ ขาดการ ประสานงานกัน (อ.ระแงะ)
3. การพัฒนา การ มีส่วนร่วม ของทุกฝ่าย ในการแก้ปัญหา และร่วมพัฒนา 3.1 สนับสนุน ให้หน่วยงาน การบริหาร ราชการ ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และชุมชน มีส่วนร่วม ในการพัฒนา และแก้ไขปัญหา ให้มากขึ้น (32) - การเมืองท้องถิ่น ใช้อำนาจ ไม่โปร่งใส เป็นเครื่องมือ เจ้าหน้าที่รัฐ (อ.เบตง) แต่ละฝ่าย ทั้งผู้นำท้องถิ่น อบต.ใน - ความไม่เข้าใจ บทบาทหน้าที่ ของการแก้ปัญหา ศาสนา ในชุมชน (อ.บันนังสตา) - รถ บขส. เข้าเมือง ไม่ได้ติด สัมปทาน (อ.สายบุรี) - ความแตกแยก ทางสังคม เพราะเลือกตั้งบ่อย ประชาชน ไม่เข้าใจ ระบอบ ประชาธิปไตย (อ.ระแงะ) - เจ้าหน้าที่รัฐ สร้างสถานการณ์เอง (เวที 24 มี.ค. 45) - การกระจายอำนาจ ของรัฐ ต้องกระทำ อย่างจริงจัง (ปฏิบัติจริง) (เวที 24 มี.ค. 45) - ให้ชลประทาน ศึกษาผลดี ผลเสีย จากการใช้ ระบบสูบน้ำ พลังงาน ไฟฟ้า (อ.รามัน) - เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่นำความคิด ชุมชน ไปปรับนโยบาย เพราะติดยึด การบริหาร แบบราชการ ไม่เห็นความสำคัญ ของประชาชน (อ.บันนังสตา) - ชลประทาน ใช้ได้บางพื้นที่ บางพื้นที่ ที่นาเสียใช้น้ำไม่ได้ น้ำท่วม น้ำแล้ง (อ.รามัน) - โรงเรียน ในชนบท ขาดการดูแล ให้ผู้นำท้องถิ่น เป็นผู้ประสาน กับโรงเรียน ผู้ปกครอง ,ครู , นักเรียน (อ.ระแงะ) - โรงเรียน ในชนบท ขาดการดูแล ให้ผู้นำท้องถิ่น เป็นผู้ประสาน กับโรงเรียน ผู้ปกครอง ครู นักเรียน (อ.ระแงะ) - อนุสาวรีย์ โรงงานยาง เพราะไม่ตรง กับความต้องการ ของชาวบ้าน สกย. สร้างเกษตร ไม่ส่งเสริม การทำยางสวย สหกรณ์ ไม่ประสาน ชาวบ้าน ผลิตแล้ว โดนตัดทิ้ง มองว่าชาวบ้านโง่ โกง (อ.ระแงะ) - เจ้าหน้าที่ ไม่เข้าถึง ประชาชน (เวที 24 มี.ค. 45) - การกำหนด นโยบาย ไม่ได้มีการ สำรวจปัญหา และความต้องการ ของประชาชน อย่างแท้จริง (อ.ระแงะ)
  3.2 สนับสนุน สถาบัน ครอบครัว ให้มีความมั่นคง ชุมชน มีความเข้มแข็ง รักษาประเพณี ที่ดีงาม (24) - ทำให้สังคม เกิดความ ไม่สงบสุข (เวที 24 มี.ค. 45)   - ขาดความสามัคคี ของผู้นำชุมชน อบต. ผู้นำศาสนา เพราะไม่เข้าใจ บทบาท หน้าที่ ตนเอง (อ.ตากใบ)
  3.3 สนับสนุน และเพิ่มบทบาท ของประชาชน ชุมชน และองค์กรท้องถิ่น ในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (23) - ที่ดิน รกร้าง ไม่สามารถ ใช้ประโยชน์ได้ ทั้งคลอง ตื้นเขิน น้ำท่วม น้ำเสีย( อ.เบตง) - ปรับปรุง แหล่งน้ำ ธรรมชาติ เป็นแหล่ง ท่องเที่ยว (อ.บาเจาะ) - เรืออวนลาก ล้ำเขต ประมง ขนาดเล็ก (อ.ตากใบ)  
  3.4 ให้ความสำคัญ กับการ แก้ปัญหา ยาเสพติด ในเชิงป้องกันเชิงรุก ผนึกกำลังทุกฝ่าย สร้างเครือข่าย ความร่วมมือ ระหว่างบ้าน โรงเรียน มัสยิด / วัด (33) - วัฒนธรรมเสื่อม จากแหล่งบันเทิง และการมั่วสุม ของเยาวชน (อ.เบตง) - ยาเสตติด (ยาบ้า) ระบาด ในกลุ่มเยาวชน แรงงาน ต้องปราบผู้มีอิทธิพล ให้ความรู้ กับครอบอครัว ใช้หลักศาสนา (อ.สายบุรี) - วัยรุ่น นอกระบบ โรงเรียน ในเมือง 30 % ในชนบท 70 % ติดยาเสพติด ต้องปราบ ให้เด็ดขาด (อ.บันนังสตา) - ความไม่ปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน เกิดจากยาเสพติด ระบาดมาก อาวุธสงคราม เจ้าหน้าที่ ไม่จริงใจ แบ่งพรรค แบ่งพวก ขัดแย้งกันเอง (อ.บาเจาะ) - สถานบันเทิง , ซ่อง , โสเภณี , เอดส์ , ขยายสู่ชนบท การลักขโมย (อ. สายบุรี) - สถานบันเทิง ซ่อง โสเภณี เอดส์ ขยายสู่ชนบท การลักขโมย (อ.สายบุรี)- เจ้าหน้าที่ รับผิดชอบ ยาเสพติด หลายหน่วย มากเกินไป ควรจัด เจ้าหน้าที่ รับผิดชอบ เฉพาะ (อ.บาเจาะ) - การแพร่ระบาด ขยายเสพติด เพราะเจ้าหน้าที่ ลำเลียงส่งยาเสพติด ผู้ปกครอง ไม่ติดตาม ดูแลลูกหลาน (อ.ยะรัง)
  3.5 ผนึกกำลัง หน่วยงาน ทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัคร ในการป้องกัน และปราบปราม อย่างเป็นเอกภาพ รวมทั้ง เตรียมกำลังสำรอง กึ่งทหาร รองรับ เมื่อทหารถอนกำลัง (3)     - จับถูกบ้างผิดบ้าง (จับแพะ)
  3.6 ให้มีระบบติดตาม ประเมินผล การแก้ไขปัญหา โดยให้ทุกฝ่าย เข้ามามีส่วนร่วม (34) - เมื่อเกิด เหตุการณ์ ที่ไม่ดี เกิดขึ้น ไม่สงบ เศรษฐกิจ ชะงัก โดยทันที (เวที 24 มี.ค. 45) - ให้หน่วยงานรัฐ เข้าถึง ประชาชนจริงๆ ลดด้านโครงสร้าง พื้นฐาน ช่วยเหลือ ด้านส่งเสริมอาชีพ ประชาชน (อ.ระแงะ)   - ให้สื่อ เสนอข้อมูล ที่ถูกต้อง เช่น ให้องค์กร ประชาชน สามารถ ตรวจสื่อได้ (เวที 24 มี. ค. 45) - รัฐ เป็นผู้กำหนด ฝ่ายเดียว (อ.สายบุรี) - สื่อ ควรนำเสนอ ภาพพจน์ ที่ถูกต้อง (ยะลา , นราธิวาส, ปัตตานี) (เวที 24 มี.ค. 45)

หมายเหตุ ตัวเลขในวงเล็บ ช่องนโยบายทั้ง 19 ข้อ เป็นผลจากการ ให้คะแนนความชอบ / ไม่ชอบ ของตัวแทนชาวบ้าน ต่อนโยบายในข้อนั้น ๆ จากตัวแทนชาวบ้าน ที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 62 คน

3.2 ผลการจัดประชุม เวทีชาวบ้าน ร่วมกับข้าราชการ และภาคเอกชน ระดับ 3 จังหวัด
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2545 ณ โรงแรมซีเอส อ.เมือง จ.ปัตตานี ได้มีการสัมมนา หัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐ และตัวแทน ภาคเอกชน ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมจำนวน 80 คน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพิจารณา ข้อเสนอแนะ ของประชาชน เสนอรัฐบาล และหน่วยงาน ภาครัฐภาคเอกชน เพื่อพิจารณา ปรับปรุงนโยบาย ความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (2542 – 2546) ให้สอดคล้อง กับปัญหาของประชาชน ความเป็นจริง ในพื้นที่ และการกำหนด อนาคต ของจังหวัด ชายแดนภาคใต้ตอนล่าง ใน10 – 20 ปีข้างหน้า ซึ่งมี ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญหลง ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย เป็นผู้กล่าวนำในการประชุมครั้งนี้

ผลการสัมมนา สรุปสาระสำคัญ ได้ว่า เป็นการประชุม ที่สำคัญ ของกระบวนการ ที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ของงาน อย่างน้อย 3 ประการคือ

ประการแรก รวบรวมข้อมูล ความรู้ที่ได้ทั้งหมด เอาไปวิเคราะห์ แล้วเสริม ด้วยความรู้ จากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่ง แล้วนำเสนอแนะ เชิงนโยบายกับระดับบริหารกับคณะรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

ประการที่สอง นำข้อมูลความรู้ ที่ได้ทั้งหมดนี้ และได้ผ่าน การตรวจสอบ การจัดระบบ ได้เรียบร้อยแล้ว เอาเข้ามาบูรณาการ ในการบริหาร จัดการจริง ในพื้นที่ โดยรัฐ เช่น การปฐมนิเทศ ข้าราชการใหม่ การให้ข้าราชการใหม่ ได้ทำงาน คลุกคลีกับชุมชน เพื่อหาความรู้ เพื่อแก้ปัญหา บางอย่าง รวมทั้งนี้ โดยการสนับสนุน โครงการ (สกว.) เล็ก ๆ ได้เป็นส่วนหนึ่ง

ประการที่สาม เป็นโจทย์ ที่ชุมชน สามารถจัดการเอง ได้จากการ ที่ได้เห็น ในเอกสาร แจกวันนี้ มีหลายโจทย์ และความสงสัย เป็นคำถาม ในท้องถิ่น และอยู่ในวิสัย ที่จะหาคำตอบเองได้ เป็นการสร้าง กระบวนการเรียนรู้ ในชุมชนด้วย แล้วเป็นการแก้ปัญหา ในระดับชุมชนได้ด้วย โดยที่อาจ ไม่ต้องรบกวนทางภาครัฐ เป็นโจทย์ ที่สำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย สนับสนุนอยู่แล้ว ภายใต้ โครงการวิจัยท้องถิ่น

3.2.1 ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น จากผู้เข้าร่วมประชุม เกี่ยวกับปัญหา และข้อเสนอแนะ ในการแก้ไขปัญหา จากภาคประชาชน
(1) ความเห็น ของระดับนโยบาย อยากจะเอาผลงานวิจัยครั้งนี้ ไปใช้ประโยชน์จริง ไปปฏิบัติ ในระดับนโยบาย สิ่งที่ระดับนโยบายจริงๆ เราจะเริ่มตรงจุดที่ว่ าตัวนโยบาย สอดคล้อง มันสอดคล้อง กับสถานการณ์ ในพื้นที่จริง หรือไม่ได้รับ การยอมรับ จากประชาชน มากน้อยเพียงไร แล้วผู้ปฏิบัติ มีความเข้าใจ มีการปฏิบัติ ได้อย่างสมจริง หรือไม่มี ปัญหาอุปสรรค ในการปฏิบัติอย่างไร ในขณะเดียวกัน อยากจะรู้ว่า อะไรคือตัวปลดล็อก ปัญหาอื่นๆ ลูกโซ่ เพราะปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เป็นปัญหาเดียว แต่มันเป็นปัญหา ซ้อนหลายๆ ปัญหา เชื่อมโยงกัน ไม่มีปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ที่หลุดออกมา จากปัญหาอื่นๆ เพราะฉะนั้น ตัวปลดล็อกคือตัวไหน ในมุมมอง นโยบาย ตัวปลดล๊อก คือความสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ กับประชาชนฐานราก เมื่อตัวนี้ เป็นตัวปลดล็อก ก็ได้กำหนดวิสัยทัศน์ ปรัชญาของนโยบาย ถ้าเจ้าหน้าที่ เข้าใจจุดนี้ ก็ไม่มีปัญหาจุดอ่อนคือ ความไม่เข้าใจ ของเจ้าหน้าที่ ตัวผู้กำหนดนโยบายเอง ไม่ทำความเข้าใจ ให้ชัดเจน กับเจ้าหน้าที่ ตัวปลดล็อก มันต้องเดินแบบไหน ในคณะเดียวกัน นโยบายความมั่นคง ฉบับนี้มีตัวเชื่อมคือ แผนพัฒนา เศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ และมีตัวรัฐธรรมนูญ เป็นตัวเชื่อม หลักใหญ่ทั้ง 3 นโยบาย มันเดินด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการ เอาคนไปตั้ง การมีส่วนร่วมของประชาชน ให้มีส่วนร่วม การให้เกียรติ ในความเป็นมนุษย์ ที่เท่าเทียมกัน ถ้าอยากตั้งต้น ที่ตัวปลดล็อก ได้ทำให้ตัวอื่น เดินต่อได้ ประเมินผลได้

(2) นโยบายรัฐ กับนโยบายความมั่นคง มันคนละนโยบายกัน แต่ทั้งสองนโยบาย เชื่อมโยงกัน ถามว่า นโยบายความมั่นคง จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดีหรือไม่ ถ้าไปศึกษา ในนโยบายทุกเรื่อง ทุกข้อ ได้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง คงออกนอกกรอบ รัฐธรรมนูญไม่ได้ คิดจะเปลี่ยนแปลง หรือไม่อยู่ที่ดุลยพินิจ มุมมองของผมปี 2539 ได้ไปตรวจดู ตามภูมิภาคตางๆ สิ่งที่ได้เห็นก็คือปัญหาต่างๆ การศึกษา ปัญหาต่างๆ มีเหมือนๆ กัน แต่จะพูดว่า ปัญหา ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความหลากหลาย และซับซ้อน และเชื่อมโยงกัน ในกรุงเทพฯ ก็เช่นเดียวกัน กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในปัญหาปลีกย่อย เล็กน้อย อาจแตกต่างกัน ตามบริบทสังคม ต่างภูมิภาคแล้ว ควรจะมี นโยบายความมั่นคง เกี่ยวกับชายแดนภาคใต้หรือไม่ ในเมื่อภูมิภาคอื่น ของประเทศ ไม่มีนโยบายแบบนี้ เป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาล ที่จะแก้ไขในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นของ แต่ละส่วน แต่ละองค์กร ที่รับผิดชอบ กำหนดนโยบาย ที่จะแก้ปัญหา ตามความแตกต่าง ของบริบทของสังคม ของแต่ละภูมิภาค ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาล ที่มีอยู่แล้ว และคำสั่งดำเนินการ ปัญหาการศึกษา ก็ได้ปฏิรูปความยากจน เป็นความรับผิดชอบของรัฐ นั่นเป็นสิ่งที่สังเกตว่า ควรมีนโยบาย ความมั่นคงแห่งชาติ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะเห็นก็คือ การจัดดุลยภาพ ของพลังอำนาจต่างๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดสมดุล ไม่ว่าจะเป็นอำนาจรัฐ กับประชาชน หรือส่วนอื่นๆ ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบ ซึ่งกันและกัน ภาพพจน์ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพวกเรา ถูกสร้างภาพ ให้มองของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทางลง หรือเลวร้ายโดยตลอด ตรงนี้ จะหาทางแก้ได้อย่างไร ถ้าแก้ได้เราจะเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนการมองปัญหา ในแง่ใหม่ได้ ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไ ด้พัฒนา แล้วปัญหา ในมิติใหม่ เกิดขึ้นแล้ว แต่เราใช้วิธีคิดแบบมิติเก่า เพราะเราติดอยู่กับภาพเดิม

(3) นโยบาย การแก้ปัญหา ความยากจน และการว่างงาน ภาคใต้ที่เราเคยมอง 14 จังหวัด แต่วันนี้เมื่อเรายก 3 จังหวัดภาคใต้ สมควรจะเสนอรัฐบาล ให้แยกในเรื่องของนโยบาย การส่งเสริมการลงทุนใน 3 จังหวัดภาคใต้ ขณะนี้ นโยบายการลงทุนร่วม 14 จังหวัดมีสิทธิพิเศษที่เท่าเทียมกัน ระหว่างจังหวัดนราธิวาส กับสงขลา กับนครปฐม ที่เท่าเทียมกัน มันไม่เพียงพอ กับการส่งเสริมลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายครั้ง ที่เกษตรกร ชาวสวนยาง และชาวสวนผลไม้ เรียกร้องทั้งที่วัตถุดิบมีพร้อม ทำไมโรงงานไม่ยอมมาตั้ง 3 จังหวัด สิ่งที่อยากได้คือ โรงงานแปรรูปยางพารา โรงงานแปรรูปผลไม้ ให้รัฐ เพิ่มสิทธิพิเศษเฉพาะ 3 จังหวัด ใน 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ปัญหามากที่สุดคือ สื่อภาษา ด้านการศึกษา ตอบอะไรไม่ค่อยได้ ปัญหาที่เกิด มาจากความยากจน มาจากการศึกษา ที่ไม่ทั่วถึง พื้นฐานการศึกษาต่างกัน ปัญหาที่ต้องแก้การศึกษา สื่อภาษา อยากให้ทางการเพิ่มโรงเรียน ให้สู่ชุมชนใหญ่ ในพื้นที่ทุรกันดาร ให้มากขึ้น อยากให้ ม.อ. ปัตตานี แยกออกจาก ม.อ. หาดใหญ่ เพราะได้รับทราบข้อมูล จากนักวิชาการมุสลิม หลายๆ ท่าน มีความเห็นตรงกัน ไม่มีแรงผลักดัน ที่จะให้ ม.อ.ปัตตานี ได้พัฒนา ตามความต้องการของชาวมุสลิม

(4) ประชาชน องค์กรประชาชน ได้มีการตรวจสอบสอบถาม ติดตาม นโยบายที่ประกาศนั้น ที่เป็นรูปธรรมคืออะไร ในเมื่อนโยบายดี วัตถุประสงค์ดี แต่ที่เป็นรูปธรรม ที่บอกว่า มีการตรวจสอบ สอบถาม ถามหา หน่วยงานของราชการ ที่อยู่ในพื้นที่ อยู่ในพื้นที่แน่นอนที่สุด ต้องมีนโยบายต้นสังกัด ในระดับกรมมาปฏิบัติ ถามว่า หน่วยงานรัฐบาล ได้นำนโยบาย ความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน มาบูรณาการ เข้ากับตนเองอย่างไร

(5) คำว่าอิสลามนั้น เป็นสังคมหนึ่ง ครอบคลุม กับการดำเนินชีวิตของเขา การศึกษา เป็นหัวใจพื้นฐานสำคัญ ในการพัฒนาประเทศ เช่นเดียวกับ หลักการของศาสนาอิสลาม เพราะอิสลาม ได้ให้ความสำคัญ เป็นอันดับแรก

(6) ต้องสร้างประสิทธิภาพ ระหว่างรัฐกับประชาชน เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ดุซงญอ เราอยู่ในระหว่างเผด็จการ ไม่มีล็อกใดหรอกครับ แต่มันเป็นการ เคลื่อนๆ เดินๆ หยุดๆ ของระบบประชาธิปไตย ปัจจุบัน ให้เสรีภาพ กับประชาชนมากขึ้น ประชาชนมีสิทธิแสดงออกมากขึ้น ระบบการตรวจสอบทางสังคมเข้มแข็ง

(7) ความมั่นคง ในความหมาย สงครามร้อน สงครามเย็น แต่ขณะนี้ สากล พยายามให้ความคิด ในความมั่นคงมนุษย์ ความปลอดภัย กับความหิว ที่จะต้องจัดการ ในสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ก็เป็นองค์ประกอบ เกี่ยวกับความมั่นคง ทั่วไปได้

(8) อยากจะสกัด ข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่สื่อสาร ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่าง เขตเศรษฐกิจพิเศษ โรงงานแปรรูป เป็นบริบทสำคัญ การศึกษา ความยากจน เป็นบ่อเกิด ของความมั่นคง และควบคู่ กับความไม่มั่นคงมนุษย์ ผู้ประกอบการร้าย หรือทุจริตนั้นน้อยมาก เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่เราสามารถไปวิจัยต่อ และนำเสนอได้

(9) ความสำคัญ ของข้าราชการ กับประขาชน เป็นตัวปลดล็อกได้ ต้องมีกระบวนการ คัดสรรข้าราชการ มาให้เหมาะสม กับสภาพท้องที่มีการอบรมเจ้าหน้าที่

(10) การศึกษา ที่เป็นอิสลามโลกาภิวัฒน์ เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ยึดศึกษา วัฒนธรรมดั้งเดิม อยากได้องค์กร ในมุมมอง เพื่อค้นคว้าวิจัย ต่อเพื่อนำเสนอ นโยบายต่อ

3.2.2 ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น จากผู้เข้าร่วมประชุม เกี่ยวกับ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และข้อเสนอแนะ จากภาคประชาชน
(1) สภาพปัญหา ที่นี้อยู่ใต้มาตรฐานปกติ (จึงต้องเป็นพื้นที่พิเศษ) เพราะชายแดนใต้ มีโครงสร้างทางสังคม ที่แตกต่างจากที่อื่น
(2) อะไรคือตัวปลดล็อก ปัญหาอื่นๆ ที่เป็นลูกโซ่ ปัญหาซ้อน
- ความสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ กับประชาชนฐานล่าง
- เจ้าหน้าที่ ควรเดินแบบไหน จึงเป็นปลดล็อกได้
(3) นโยบาย ความสัมพันธ์ ประชาชนกับรัฐ
- นโยบายรัฐ ควรให้ความสำคัญ กับการให้การศึกษา ประชาชน ทุกระดับ ไม่ใช้เฉพาะ ระดับอุดมศึกษา ให้ใช้สื่อ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
(4) ข้อเสนอต่อผู้บริหารระดับนโยบายรัฐบาล
- การแก้ไข ระเบียบกฎหมาย ป่าสงวนที่ดิน สาธารณะ เอื้อประโยชน์ ของประชาชน เช่น การทำสวนยาง
- บูรณาการนโยบายทุกด้าน
- เพิ่มโรงเรียนในเขตพื้นที่ทุรกันดาร
- รัฐบาล ควรกำหนดมาตรการ ให้กระทรวง ทบวง กรม นำนโยบาย ไปปฏิบัติ ในต้นสังกัด
- ทบทวนว่า ควรมีนโยบาย ความมั่งคง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจะปรับ เป็นนโยบาย พัฒนาพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้
- การปรับดุลยภาพ พลังอำนาจต่างๆ ในจังหวัดสมดูลย์
- พัฒนาภาพพจน์ จังหวัดชายแดนใต้ (ใหม่) อย่ายึดติด กับภาพพจน์เก่า
- เสนอรัฐบาล แยกนโยบาย ส่งเสริมการลงทุน จากเดิม 14 จังหวัดมาเหลือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มสิทธิพิเศษ
- โรงงานแปรรูปยางพารา
- โรงงานแปรรูปผลไม้
- ประมงเกือบอิ่มตัวแล้ว
- นโยบายปลดล็อก ให้ประชาชนวิจารณ์ นโยบายความมั่นคงได้
(5) เสนอ ต่อองค์กรพัฒนา ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้
- ปฏิบัติอย่างไร จึงบรรลุนโยบาย จึงจะดีขึ้น
- ต้องการการหนุนเสริม ข้อมูลความรู้อย่างไร เริ่มอย่างไร พลเรือน ทหาร ตำรวจ
- ให้ มอ.ปัตตานี แยกออกจาก ม.อ. หาดใหญ่ มีสภาพมหาวิทยาลัย คณะต่างๆ มีความเข้มแข็ง พัฒนาการ ศึกษาชาวมุสลิม
- ความรู้ ด้านการจัดการ เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้
- สร้างความศรัทธา ให้ประชาชน ยอมรับ โดยเฉพาะ องค์กรต่างๆ ในพื้นที่
- ปรับวิธีปฏิบัติ ให้ชัดเจน
- หน่วยงานราชการ ในพื้นที่ควรนำนโยบาย ความมั่นคง ของรัฐบาล มาบูรณาการ ในพื้นที่ (ศอ.บต. , พตท.43 , สมช. ฯลฯ)
- ตั้งตลาดกลาง (ผัก) ชายแดนภาคใต้ ให้เกิดจากเกษตรกร โดยอาศัยนักวิชาการที่มีความรู้ มาช่วยฝึกช่วยศึกษา
(6) ข้อเสนอแนะในที่ประชุม
- เสนอให้มี การจัดตั้ง สถาบันยางพารา แยกออกจาก พ.ร.บ.ป่าไม้
- เสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัด เฉพาะบางสาขา (เช่น ไม้ยางพารา,ประมงฯ)
- ข้าราชการที่ปฏิบัติ ทั้งระดับภูมิภาค / กลาง มีความคิดบางอย่าง ที่น่าจะทำความเข้าใจ คือ ประชาชนใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ มีเป็นจำนวนมาก รักภาษามาลายูท้องถิ่น ภาษาอาหรับ รู้วิชาศาสนา (คือเรียนในโรงเรียนเยาวชน สอนศาสนา แต่ไม่ได้เรียนสายสามัญ) มีบางส่วนที่เรียนจบชั้น 10 ของสายศาสนา และเรียนจบภาษาไทยแค่ชั้นป.4 หรือ ไม่ได้เรียนเลย มุมมองของข้าราชการ โดยเฉพาะ สายการศึกษา และสายอื่นๆ มองว่า บุคคลเหล่านั้น ไม่มีการศึกษา อ่าน เขียน ไม่ได้ (คงหมายถึงอ่าน เขียน พูดภาษาไทยไม่ได้) ตัวเลข คนไร้การศึกษา จึงดูมาก ปัญหาต้องการปรึกษาหารือ คือ วิชาการที่ราษฎรใน 3 จังหวัดเรียน คือ วิชาภาษามาลายูท้องถิ่น วิชาศาสนา ที่เป็นภาษามาลายูท้องถิ่น และภาษาอาหรับ ถือว่า เป็นคนไร้การศึกษา ในส่วนของทางราชการใช่หรือไม่ เรื่องนี้ ความเข้าใจอย่างนี้ น่าขัดกับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านการพัฒนาศักยภาพ ของคนและสังคม
- ต้องการให้คนใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้รับการศึกษา ให้ทั่วถึงกัน และมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ต้องการแยกให้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีออกจาก ม.อ.หาดใหญ่ เพื่อให้วิทยาเขตปัตตานีตั้งเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ เพราะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ เป็นชาวมุสลิมประมาณ 85% อยากให้ปัตตานีเป็นศูนย์ใหญ่ อยากให้ มหาวิทยาลัยของปัตตานี หรือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีคณะแพทย์ศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ , นิติศาสตร์ และคณะอื่นๆ ที่มีและความต้องการ ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อแยกออกมา และทางมหาวิทยาลัย มีความอิสระ ในการช่วยออกมา พัฒนาชุมชนมุสลิม เป็นส่วนใหญ่ โดยทั่วถึงกัน จะได้ใช้มหาวิทยาลัยได้จัดอบรมบุคลากรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพขึ้น เมื่อใดที่ประชาชนมีความรู้ความสามารถทั่วถึงกัน ตอนนั้นแหละที่จะเริ่มแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้
- ขอให้นโยบาย ความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับจังหวัด ชายแดนภาคใต้ มีการระบุไว้ เป็นนโยบาย ของรัฐบาลทุกสมัย ทุกรัฐบาล อาจเป็นข้อเดียว สรุปหัวใจสำคัญ ของนโยบายความมั่นคงฯ ทุกข้อ เพื่อให้กระทรวง ทบวง กรมยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ
(7) เมื่อทุกอย่าง ได้ผ่านกระบวนการ การวิจัย จนสำเร็จแล้ว จึงขอเสนอแนะว่า
- ควรทำความเข้าใจ กับหน่วยงาน และบุคลากร เข้าใจให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแนวนโยบาย และด้านการปฏิบัติ หมายถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าผู้บริหารของเอกชน รัฐ โรงเรียน เป็นต้น เพราะทุกวันนี้ ปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากผู้บริหาร ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่ไม่ยอมทำตาม ก็เลยทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาเสมอๆ
- ควรทำความเข้าใจ กับภาคประชาชนด้วย เพื่อให้ประชาชน ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง โดยใช้สื่อ หรือเข้าพบประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ จนสามารถนำไปใช้ได้
. - ควรให้นักวิชาการ มีบทบาทให้มากที่สุด ในการที่จะกำหนด ทุกๆ กระบวนการ และการดำเนินการนโยบาย การพัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนยากจน และผู้ด้อยโอกาส ให้มีอาชีพมั่นคงมีรายได้เพียงพอ ที่จะดำรงชีพ คือการแก้ปัญหา ความยากจนของเกษตรกร ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ ยังไม่ทั่วถึงรากหญ้า อย่างแท้จริงและต่อเนื่อง ไม่มีโครงการต่อเนื่อง ไม่มี การลงทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงงานแปรรูป เคยคิด ถ้าไม่มีผู้ลงทุน ควรให้รัฐ ลงทุน ผ่านทางสถาบันเกษตรกร และระบบสหกรณ์ ที่เป็นนิติบุคคล

3.2.3 ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ
(1) ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ข้อเสนอ
- ให้สื่อเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง
- เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องมีความเข้าใจพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
- เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหา
- การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
- ลดอิทธิพล ในระดับท้องถิ่น ที่มีความเกี่ยวข้อง กับอำนาจรัฐ และการเมืองท้องถิ่น

(2) การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอ
- การปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ ให้ประชาชนตรวจสอบได้
- ให้มีคณะกรรมการ ระดับจังหวัด คัดเลือกให้ราชการที่ดี ปฏิบัติงานในพื้นที่ หรือประชาชนเลือก
- สร้างความเสมอภาค
- สร้างจิตสำนึกให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- มวลชนสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ กับประชาชน
- ความมีเอกภาพในการปฏิบัติงาน

(3) นโยบายรัฐไม่ตรงกับสภาพท้องถิ่น
ข้อเสนอ
- ให้ประชาชนให้สนใจข่าวสารของรัฐ
- จัดจิตสำนึกกับประชาชนเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อประชาชน
- การเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนในการพิจารณาความดีความชอบ
- ควรมีการลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยเด็ดขาด
- ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้กล้าแสดงออก
- ขจัดอำนาจมืดในพื้นที่ให้หมดไป
- ประชาชนต้องเรียนรู้ในการบริหาร

(4) กลุ่มเศรษฐกิจ

ปัญหา
สาเหตุ
เงื่อนไข
ผลกระทบ
การแก้ไข / ข้อเสนอแนะ
- ที่ประชุม เสนอจาก สกย. แก้เป็น หน่วยงาน รับซื้อยาง ผ่านสหกรณ์ (อสย.) - เสนอ ตลาดกลาง เกษตร - ยางล้นตลาด ตามฤดูกาล (เห็นด้วย) - ถูกกำหนด โดยผู้ซื้อ ระเบียบกฎหมายเก่า เปลี่ยนหลังปี 42 - ชาวบ้าน รับข้อมูลข่าวสาร อาจผิดพลาด - ชาวบ้าน จะผลิตยาง ชั้น4-5 (ในพื้นที่ใต้ล่าง) - การระชาสัมพันธ์ ของรัฐ ไม่ชัดเจน ทั่วถึง ชาวบ้าน ขาดโอกาส การรับรู้ข่าวสาร - ประเพณีท้องถิ่น - รับซื้อยาง ชั้น 1-2 - 3-4 ยางรมควัน รับซื้อ 1-3 - ยางแห้ง 1-2 - ยางชั้นดี ทำยากเสียเวลา การแทรกแซง ไม่ต่อเนื่อง - ถูกกำหนด โดยสิงคโปร์ (เดิม) - น้ำยาดิบ ไม่ได้แทรกแซง - เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงไป - การจัดการ ไม่ตรงกับ เทคโนโลยี - หนี้สิน ขัดแย้ง ครอบครัวแตกแยก - ถูกกำหนดราคา โดยต่างประเทศ - หนี้ ธ.ก.ส. หนี้ชาวบ้าน - ย้ายไปมาเลย์ - ย้ายไป ตามฤดูกาล (ชั่วคราว) - ไปทำงาน อย่างอื่น เปลี่ยนอาชีพ ปกติ - ตั้งกลุ่ม สมาคม เจ้าของสวนยาง (เดิมมีอยู่แล้ว) - รัฐ ต้องมีการสำรวจ ทั้งต่างประเทศ และในประเทศ ต้องมีข้อมูล ในแต่ละประเทศ อย่างไร - ประชาคมประชารัฐ - แจกแจง ให้ชาวบ้าน ทราบเรื่องคุณภาพ ยางดี หรือไม่ดี - เปลี่ยนระบบ การรับซื้อยาง เป็นน้ำยางข้น - ให้เจ้าของส่วนยาง ทำวิจัย ยางพาราร่วมกัน - การประชาสัมพันธ์ ภาครัฐ - ตลาดกลาง ให้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่ท้องถิ่น - เข้มงวด การส่งออก (น้ำยาง) ออกไปต่างประเทศ - ให้แก้ปัญหา 3 ฝ่าย - เจ้าหน้าที่กองทุน เจ้าหน้าที่ส่งเสริม เจ้าหน้าที่เกษตร - สงเคราะห์ยาง ไม่ทันใจ ชาวสวน ในการช่วยดูแล ชาวบ้าน ไปตัดยาง ที่มาเลย์แทน

 

(5) กลุ่มสังคม

ปัญหา วิเคราะห์ถึง ข้อเสนอ ของเวทีชาวบ้าน
สาเหตุ ของปัญหา (เห็นด้วย กับข้อเสนอ)
เงื่อนไขปัญหา (เห็นด้วย กับข้อเสนอ)
ผลกระทบ (เห็นด้วย กับข้อเสนอ)
การแก้ปัญหา (เห็นด้วย กับข้อเสนอ)
1. การจัดการศึกษา ใน 3 จังหวัด ยังไม่สอดคล้อง กับสภาพท้องถิ่น 2. ประชาชน ยังมีความรู้สึกว่า รัฐไม่ค่อยจริงใจ และจริงจัง กับการแก้ปัญหา เพิ่ม1. รัฐ ไม่ได้ให้ความสำคัญ เท่าที่ควร กับภูมิปัญญา ของท้องถิ่น 2. รัฐ ไม่ได้ใช้สื่อ ที่มีอยู่ ให้เป็นประโยชน์ ต่อคุณภาพ 1.รัฐ ควรดูแล อย่างจริงจัง 2. สร้างจิตสำนึก ให้กับผู้ประกอบการ บางประเภท ที่เกี่ยวกับเด็ก เพิ่ม1. มีการมั่วสุม ระหว่างกัน ชายหญิง เด็กและเยาวชน 2. เกิดอาการ สมองไหล บุคลากร มีคุณภาพ ไม่อยากไปสู่ 3 จังหวัด เพิ่ม 1. รัฐ ส่งเสริมการศึกษา ตอนต้น อนุบาลเด็กเล็ก และคนอื่นๆ อย่างเท่าเทียมกัน 2. ศาสนา ให้เข้มแข็ง และให้มีส่วนร่วม ในการแก้