
นักศึกษาแห่เป็นเมียเก็บ
เลิกขายตัวเลี่ยงโดนจับ หันเกาะเสี่ย
นศ.สาวเลิกขายบริการทางเพศผ่านนายหน้า หันไปนั่งจับแขกกระเป๋าหนักตามผับและร้านอาหารมีระดับแทน
เป้าหมายหลักอยู่ที่กลุ่มนักธุรกิจ และข้าราชการ
ชั้นผู้ใหญ่ เผยเป็น "เมียเก็บ" ไม่เสี่ยงถูกตำรวจจับ แต่มักนำเงินไปกับซื้อ
"ยาอี" เสพ
หลังจากตำรวจทั่วประเทศ เข้มงวดจับกุม รวมถึงล่อซื้อนักศึกษาที่ขายบริการทางเพศอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
ส่งผลให้การขายบริการทางเพศของนักศึกษาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มที่ยังคงขายบริการต้องตรวจสอบนักเที่ยวอย่างเข้มงวดเนื่องจากเกรงว่าจะถูกล่อซื้อจับกุม
แต่ที่จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มนักศึกษาที่เคยขายบริการทางเพศ กลับมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง
แต่เปลี่ยนรูปแบบการขายบริการใหม่ ส่วนเงินที่ได้จากการขายบริการ จะถูกนำไปใช้ซื้อ
"ยาอี ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นที่มีฐานะ แทนการนำไปเที่ยวเตร่
และซื้อเครื่องแต่งกายหรือสินค่าฟุ่มเฟือยเหมือนเช่นที่ผ่านมา
เอ๋ นักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
ยอมรับว่าการขายบริการทางเพศผ่านการติดต่อทาบทามทางโทรศัพท์ โดยมีลูกค้าหลักอยู่ที่นักท่องเที่ยว
นักธุรกิจ และข้าราชการที่เดินทางไปตรวจงาน ปัจจุบันลดหายไปกว่าร้อยละ
70 หลังจากตำรวจปราบปรามอย่างหนัก และนักเที่ยวเกรงจะถูกจับกุมได้ หรือถูกชี้ตัวเหมือนกรณีอดีต
ส.ว.ชื่อดังคนหนึ่ง
ทำให้เธอและเพื่อนๆ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ โดยการเสนอขายด้วยตัวเอง
หรือขายตรง โดยจะรวมกลุ่มกับเพื่อนที่ขายบริการด้วยกัน ไปนั่งตามร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวมีฐานะ
หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นิยมเข้าไปใช้บริการ เช่น บริเวณริมแม่น้ำปิง
ผับย่านถนนมหิดล และหลังไนท์บาร์ซา หรือร้านอาหารที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มีอยู่ 3-4 ร้านในตัวเมืองเชียงใหม่
เมื่อเจอผู้ชายที่แต่งตัวดี หรือมีฐานะก็จะคอยส่งสายตาเชิญชวนให้พวกเขาเข้ามาพูดคุยด้วย
หรือเข้ามาทักทาย ทำความรู้จัก แต่วันแรกต้องไม่ให้มีความสัมพันธ์ทางเพศเกิดขึ้นทันที
นอกจากขอแลกเบอร์โทรศัพท์มือถือ วันรุ่งขึ้นค่อยนัดไปกินข้าวจากนั้นก็ว่าไปตามเกม"
เอ๋ กล่าว
นักศึกษาสาวคนดังกล่าว บอกด้วยว่า หลังจากเกิดความสนิทสนมแล้ว ต้องพยายามทำให้ลูกค้าเชื่อว่าไม่ได้หวังเงินทอง
หรือเป็นการขายบริการ ส่วนวิธีการและเทคนิคแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เช่น
บางคนเอ่ยปากขอยืมเงินอ้างว่าต้องการใช้เงินด่วน ประมาณ 1,000 บาท เมื่อลูกค้าตกลงให้ตามขอ
วันรุ่งขึ้นต้องรีบนำเงินไปคืนให้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นเมื่อลูกค้าเชื่อใจจะเป็นฝ่ายให้เงินใช้เอง
ดีกว่าคอยรับโทรศัพท์จากเอเย่นต์ ซึ่งจะหักเงินค่านายหน้า ร้อยละ 30
เป็นค่าบริการ แต่แบบใหม่จะได้เดือนละประมาณ 5-6 พัน แต่นานแค่ไหนอยู่ที่ว่า
เราจะเอาใจเขาแค่ไหน เพื่อนหลายคนในสถาบันเดียวกันก็ใช้วิธีนี้" เอ๋
กล่าว และยอมรับว่าเงินที่ได้จะหมดไปกับยาอีที่กลุ่มวัยรุ่นในเชียงใหม่กำลังนิยมมากขณะนี้
เช่นเดียวกับ "จ๊ะ" เพื่อนนักศึกษาขายบริการกลุ่มเดียวกับ เอ๋ บอกว่า
ปัจจุบันวัยรุ่นเชียงใหม่หันไปเสพยาอีกันมาก โดยกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีฐานะ
หรือคนที่ทำงานแล้ว ดังนั้น วิธีที่เธอและเพื่อนในกลุ่มจะเข้าไปในสังคมกลุ่มนี้ได้
เพื่อยกระดับตัวเอง คือต้องเสพยาอีกับเพื่อนๆ ด้วย
"ใน 1 สัปดาห์ จะเที่ยวกัน 3-4 วัน เสพยาอีครั้งละ 1-2 เม็ด ราคาเม็ดละ
350-450 บาท มีขายในกลุ่มที่เสพด้วยกัน เคยถามว่าไปเอามาจากไหน ได้รับคำตอบว่า
คนมีสีนำไปให้ขาย บางครั้งหลังจากเที่ยวกลางคืนเสร็จ จะพากันไปเสพต่อที่อพาร์ตเมนต์
หรือคอนโดของคนในกลุ่ม บางครั้งจะมีเพศสัมพันธ์กันในกลุ่ม เพราะฤทธิ์ยาอี"
จ๊ะ กล่าว
สำหรับ "ยาอี" นั้น ปัจจุบันเข้าไปเผยแพร่ในกลุ่มนักเที่ยว และกลุ่มนักธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่
น้อยครั้งที่ตำรวจจะจับกุมได้ เนื่องจากมีการนัดหมายไปเสพตามคอนโดมิเนียม
หรืออพาร์ตเมนต์ ตามรายงานของหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด พบว่า ยาอีเริ่มเข้าไประบาดในจังหวัดเชียงใหม่
ประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่เคยไปเรียนต่างประเทศ
ล่าสุด มีรายงานว่า กลุ่มว้า (UWSA) และกลุ่มจีนโกกั้งในเขตชายแดนตรงข้ามจังหวัดเชียงใหม่
กำลังเร่งศึกษาและปรับปรุงคุณภาพยาอี ที่พวกเขาผลิตได้แล้ว ให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับของต่างประเทศ
หากชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ทำสำเร็จ ยาอีจะแพร่ระบาดมาก เนื่องจากมีราคาถูกกว่ายาอีที่ต้องสั่งนำเข้าจากกลุ่มประเทศตะวันตกหลายเท่าตัว
เรื่องนักศึกษาขายตัว ไม่ได้เกิดขึ้นหรือเป็นปัญหาเฉพาะกับสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น
เพราะความจริง ได้แพร่ระบาดไปทั่ว รศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ประธานในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวยอมรับว่า การขายบริการทางเพศของนักศึกษาสถาบันต่างๆ
เป็นเรื่องที่ได้ยินเป็นประจำ แม้แต่ระดับผู้นำนักศึกษาที่อยู่ใกล้ชิดนักศึกษาเอง
ก็ยอมรับว่า เป็นเรื่องจริง แต่สถาบันทุกแห่งไม่เคยนิ่งนอนใจ พยายามปรับทัศนคติและค่านิยมนักศึกษาตลอด
"ในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีโครงการรณรงค์ให้นักศึกษารักนวลสงวนตัว รักเกียรติยศ
ลดการฟุ้งเฟ้อ รวมทั้งร่วมทุนกับภาคเอกชนสร้างหอพักภายในมหาวิทยาลัย
เพื่อจัดระเบียบค่านิยมต่างๆ ใหม่ ต้องสอนให้นักศึกษาเข้าใจว่าความรู้ที่เขาได้
มีมูลค่าในการประกอบอาชีพได้ ไม่จำเป็นต้องขายบริการ เพราะถ้าจะใช้วิธีลงโทษอย่างเดียว
คงช่วยไม่ได้เลย" อธิการบดี ม.มหาสารคาม กล่าว
รศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวปฏิเสธข่าวที่ว่า
นักศึกษา มอ.นิยมขายบริการให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น สิงคโปร์
และมาเลเซีย รวมทั้ง มีการจัดหานักศึกษาให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ลงไปในพื้นที่
จึงไม่แน่ใจว่า คนให้ข้อมูลเหล่านี้พูดออกมาด้วยความรู้สึก หรือเป็นความเห็นส่วนตัวหรือไม่
แต่เมื่อมีคนเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวออกมา จะสั่งให้รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาเข้าไปตรวจสอบ
และหาข้อมูล หากพบข้อมูลที่ชัดเจน จะนำมาเปิดเผยโดยไม่ปิดบัง
คมชัดลึก
หน้าแรก
|
|