พระอัญญาโกณฑัญญะเถระ



ประวัติ : พระโกณทัญญะเถระ ปฐมสาวก

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร ที่กรุงราชคฤห์ พระอัญญาโกณทัญญะเข้าไปเฝ้า พระวังคีสเถระเห็นดังนั้นดำริว่าจะมีสรรเสริญ พระโกณทัญญะเถระ ด้วยพระคาถาทั้งหลายโดยสรุปนิทัศนนัย เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ดำริดังนั้นแล้วท่านก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแล้ว พระวังคีสเถระจึงสรรเสริญพระอัญญาโกณทัญญะเถระ ด้วยพระคาถาทั้งหลาย เป็นเนื้อความว่า พระอัญญาโกณทัญญะเถระมีปรกติยินดีในเสนาสนะอันสงัด ประกอบไปด้วยไตรวิชชาและมหานุภาพ ผู้ฉลาดด้วยเจโตปริญญา และเป็นผู้รับมรดกแห่งพระผู้มีพระภาค ได้ตรัสรู้ธรรมาภิสมัยมรรค และผลก่อนกว่าสาวกทั้งปวง พระอัญญาโกณทัญญะเถระไม่ได้มาเฝ้าพระผู้มีพระภาคประมาณถึง 12 ปี เนื่องจากว่าท่านไปจำพรรษาอยู่แทบฝั่งสระโบกขรณี ชื่อว่ามนทากินี ณ ป่าหิมพานต์ ใกล้กันกับที่อยู่ของช้างฉัททันต์ทั้งหลาย และที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งปวงแต่กาลก่อนนั้น พระอัญญาโกณทัญญะเถระนั้นเป็นพระมหาสาวก บรรดาผู้ที่มาสู่สำนักพระผู้มีพระภาค แล้วมักไปสู่สำนักพระอัญญาโกณทัญญะเถระ ด้วยเห็นว่าท่านเป็นพระมหาสาวก ได้ตรัสรู้ธรรมาภิสมัยมรรคผลก่อนกว่าสาวกทั้งปวง ในเวลาภิกขาจาร บรรดาสาวกทั้งปวง ย่อมคมนาการไปด้วยลำดับพรรษาอายุ ถึงเวลาแสดงพระธรรมเทศนา เมื่อพระผู้มีพระภาคสถิตเหนือพุทธอาสน์อันตั้งอยู่ท่ามกลางแล้ว พระสารีบุตรเถระอรรคสาวกนั้นย่อมนั่งข้างเบื้องขวา พระมหาโมคคัลลาน์ ทุติยสาวกย่อมนั่งข้างซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะเถระย่อมนั่งอยู่ในเบื้องปฤษฎางค์ แห่งพระอรรคสาวกทั้งสององค์นั้น เมื่อพระอัญญาโกณทัญญะเถระ ดำริว่าท่านควรจะไปอยู่ในชนบท จึงได้กราบทูลขอโอกาสต่อพระผู้มีพระภาค เมื่อทรงอนุญาตแล้วท่านจึงได้ไปอยู่ ณ ที่อยู่ดังกล่าวแล้ว บรรดาหมู่คชสารที่ได้เคยบำเรอพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย เมื่อได้เห็นพระมหาเถระแล้วก็ดำริว่า บุญเขตเนื้อนาบุญเราทั้งหลายมาถึงแล้ว จึงได้พากันกระทำวัตตปฎิบัติแก่พระมหาเถระ ช้างทั้งหลายย่อมนำอาหารที่หามาได้มาถวาย ในกาลนั้น มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ นาคทัต ปรกติอยู่ ณ เขาไกรลาส เมื่อพระมหาเถระไปภิกขาจาร เทพบุตรนั้นก็ยังบาตรพระมหาเถรให้เต็มด้วยข้าวปายาสอันปราศจากน้ำ อยู่ทุกวัน 
ดังได้สดับมา พระมหาเถระนั้น ในศาสนาพระพุทธกัสสปทศพลนั้น ท่านได้ถวายขีรสลากภัตตทาน อันเจือด้วย นมสด สิ้นกาลประมาณ 8 หมื่นปี ด้วยผลนั้นอำนวยผล โภชนาหารจึงได้บังเกิดแก่พระมหาเถระ ด้วยประการดังกล่าว 
ต่อมาเมื่อพระมหาเถระ มาพิจารณาดูอายุสังขารของท่านก็ทราบว่า อายุจะสิ้นแล้ว และท่านจะปรินิพพานในสถานที่นี้ ท่านจึงได้ไปสู่สำนักพระบรมศาสดา ดังกล่าวมาแล้ว 

ลำดับนั้น พระมหาเถระปริวิตกว่า ภิกษุรูปใดมิได้รู้จักท่าน ภิกษุทั้งหลายนั้นก็จะยังมโนปโทสจิตให้บังเกิดขึ้นในตัวท่านว่า นั่นจะเป็นภิกษุรูปใด แก่ชราทุพพลภาพคร่ำคร่า มาเฝ้าสนทนาปราศัยกับด้วยพระบรมครูอยู่ ตกว่าทั้งหลายใด ยังมโนปโทสจิตให้บังเกิดดังนั้นแล้ว ภิกษุเหล่านั้นก็ย่อมจะยังอบายภูมิให้เต็มบริบูรณ์ ถ้าภิกษุเหล่าใดรู้จักท่านแล้ว ก็จะยังปสาทจิตความเลื่อมใสให้บังเกิดว่า เรามาสรรเสริญพระอัญญาโกณทัญญะเถระนี้ เป็นพระมหาสาวก เป็นพระมหาเถระออกหน้าปรากฎในหมื่นจักรวาฬ เมื่อยังปสาทจิตความเลื่อมใสบังเกิดดังนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นก็จะมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า จำท่านจะปิดหนทางอบายภูมิเสีย แล้วจะเปิดหนทางสวรรค์ให้แก่สัตว์ทั้งหลาย ดำริดังนี้แล้ว

พระมหาเภระจึงได้ออกนามของท่านให้พระบรมศาสดาได้สดับและกล่าวประพฤติปราศัยปฎิสันถารกับด้วยพระบรมศาสดา แล้วกราบทูลถวายนมัสการว่า อายุสังขารของท่านนี้สิ้นแล้ว ขอพระบรมศาสดาทรงอนุญาตกาล อันจะปรินิพพานแก่ท่าน พระผู้มีพระภาคจึงมีพุทธฎีกาตรัสว่า ดูกร โกณทัญญะ ท่านจะปรินิพพาน ณ ที่ดังฤา ท่านได้กราบทูลว่า อันช้างทั้งหลายเป็นอุปฐากของท่าน เป็นการยากที่บุคคลจะกระทำได้ ท่านจะกลับไปปรินิพพานในสำนักแห่งช้างทั้งปวง พระบรมศาสดาจึงทรงอนุญาตว่า กาลํ มญฺญก ดูกรโกณทัญญะภิกษุ ท่านจงดูแต่กาลอันควรเถิด 
พระมหาเถระจึงกระทำประทักษิณพระบรมศาสดาแล้วกราบทูลว่า ท่านได้เห็นพระผู้มีพระภาคเป็นปฐมทีแรกเท่านั้น แล้วได้มาเห็นพระองค์นี้เป็นปัจฉิมทัศนะครั้งเดียวนี้แล้ว จากนั้น พระมหาเถระจึงถวายนมัสการลาพระบรมศาสดา ออกมาอยู่ ณ ซุ้มพระวิหาร ให้โอวาทแก่มหาชนทั้งปวงว่า สังขารธรรมทั้งหลาย บังเกิดขึ้นมาแล้ว ที่จะไม่ทำลายอย่าพึงสงสัย ท่านทั้งหลายพึงบำเพ็ญอัปปมาทธรรม ให้บริบูรณ์ในสันดานเถิด ครั้นให้โอวาทแล้ว โดยทางนภากาศ ลงสรงอุทกังในสระโบกขรณี แล้วนุ่งสบงทรงจีวร กระทำผ้าอุตราสงค์เหนืออังสประเทศ ลำดับเสนาสนะ แล้วก็ยับยั้งอยู่ในสมาบัติ ครั้งถึงเพลาปัจฉิมยามจวนใกล้รุ่ง ท่านก็ดับขันธ์ ดับกรรมชรูป และวิบากขันธ์สิ้นเชิงหาเศษไม่ได้ เป็นอนุปาทิเสสปรินิพพาน ณ กาลครั้งนั้น เมื่อได้ปลงศพพระมหาเถระแล้วพระภิกษุทั้งปวงก็ได้อัฐิธาตุไปถวายพระบรมศาสดาที่เวฬุวันมหาวิหาร พระผู้มีพระภาคทรงรับห่ออัฐิธาตุด้วยพระหัตถ์ แล้วบรรจุไว้ในพระเจดีย์ พระเจดีย์องค์นั้น ยังประดิษฐานอยู่ตราบเท่ากาลทุกวันนี้ ด้วยอำนาจพระบรมพุทธาธิฐาน 

พระสารีบุตร 

พระมหาโมคคัลลานะ 

พระอานนท์ 

พระอุบาลี 

พระมหากัสสปะ

พระอัญญาโกณฑัญญะ


>>

<<

!!