จากแม่สะเรียงไปทางแม่ฮ่องสอน
3 ก.ม.
เลี้ยวซ้ายไปตามถนนคอนกรีต
39 ก.ม.
จะถึงด่านรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน
เพื่อทำเรื่องขออนุญาติผ่านพื้นที่
จากจุดนี้อีก
35 ก.ม.
จะถึงโพซอ
เป็นเส้นทางโหดสำหรับเรา
แต่เป็นความมันเล็กๆ
สำหรับชาว Off Road

เส้นทางไปบ้านโพซอช่วงนี้เป็นทางที่โหดพอควร
บางช่วงต้องผ่านหลุมโคลนลึกเกือบครึ่งคันรถ
เนื่องจากที่ฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่กี่วัน
รถส่วนใหญ่ที่ร่วมเดินทางครั้งนี้
จะเป็นรถ 4WD
ที่แต่งมาเพื่อสภาพถนนแบบนี้อยู่แล้ว
จึงไม่ค่อยมีปัญหานัก
จะมีก็เพียงรถของพี่อ้วนจาก
แอคชั่น
ฮอลิเดย์
ที่เป็นกึ่ง
Off Road
ส่วนอีกกึ่งหนึ่ง
จะหนักไปทาง
Off
เด็กมากกว่า
ก็ต้องมีการลากถูบ้างในบ้างครั้ง
กับยางแตกไปอีก
1 เส้น (ไม่รู้ว่าถูกไม้ตำหรือน้ำหนักตัวพี่อ้วน)
แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
เรามาถึงบ้านโพซอก็เกือบบ่าย
4 โมง
จากโพซอไปเสาหินอีก
30 กว่าโล
และต้องผ่านลำธารที่มีความลึกอีกหลายจุดด้วยกัน
วันนั้นเราจึงสรุปว่าจะตั้งแคมป์กันที่โพซอ
จุดตั้งแคมป์ที่โพซอเป็นลานโล่ง
มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล
รถแต่ละคันก็เลือกตั้งเต้นท์ติดกับลำธารที่ใหลรินอยู่เคียงข้าง
คงจะเป็นเวลาแห่งความสุขของคนเดินทาง
กับอาหารมื้อเย็นท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขา
และเสียงของสายน้ำที่ใหลกระทบเหล่าก้อนหิน
เป็นเสียงเพลงแห่งป่าโดยแท้จริง
 คืนนั้นเรามีแคมป์รอบกองไฟ
มีกระเหรี่ยงซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน
มาร้องเพลงพื้นบ้านของชาวกระเหรี่ยง
เนื้อหาของเพลงก็แสดงถึงวิถีชีวิต
ธรรมชาติและความรัก
ซึ่งก็มี
หน่อดาวลอย
สาวกระเหรี่ยงคอยเป็นล่ามแปลให้พวกเราฟัง
บางครั้งความงดงามที่คนเดินทางแสวงหา
ไม่ได้อยู่แค่ธรรมชาติที่ได้เห็น
มีความงดงามในขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวิถีชีวิตของผู้คน
ให้เราได้ร่วมสัมพัสและรับรู้
แสงจากกองไฟค่อยๆมอดลง
เหลือเพียงเสียงกรนเบาที่เข้ากับเสียงของป่า(จะเข้ากันใหมเนี๊ย) 
เช้าวันนี้หัวหน้าสุรชัยได้พูดคุยถึงเรื่องการท่องเที่ยวกับธรรมชาติ
และรหัสของป่าเป็นความรู้ที่ได้ทั้งความเพลิดเลิน
และเราได้มีโอกาสเข้าไปดูความเป็นอยู่
ของชาวกระเหรี่ยงในหมู่บ้าน
โดยมีหน่อดาวลอยคอยอธิบายให้พวกเราฟัง
เราเดินทางกลับแม่สะเรียงในช่วงบ่าย
คืนนี้เรามีนัด
ขันโตกดินเนอร์
ใต้แสงดาวกับเสียงบรรเลงเพลง
และศิลปะการฟ้อนรำของเมืองเหนือ

พรุงนี้จะเป็นเรื่องราวความงดงามของสายน้ำ
กองคา
ที่สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น้อยคนจะได้เคยไปสัมพัส
ความงดงามที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า......
สาละวิน
ตามมานะครับ |