| หน่วยทหารพลร่มของกองทัพนาซีเยอรมัน หรือ ฟอลชริมเจเกอร์ (FALLSCHIRMJAGER - PARATROOPER) |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
| (ภาพบน) การส่งสัมภาระทางอากาศของหน่วยพลร่มเยอรมัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินในภาพคือ เครื่องบินแบบ จุงเกอร์ เจ ยู 52 (Junker Ju 52) ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงหลัก ของกองทัพอากาศเยอรมัน จุงเกอร์ เจ ยู 52 (ภาพล่าง) เป็นเครื่องบินแบบ สามเครื่องยนต์ สองเครื่องยนต์ที่ปีก และหนึ่งเครื่องยนต์ที่หัวเครื่องบิน รูปร่างของเครื่องแบบนี้ ได้รับการกล่าวขานว่า เทอะทะ ไม่มีความสวยงาม แต่แท้จริงแล้ว เครื่องจุงเกอร์ เจ ยู 52 เป็นเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์สภาพเยี่ยม และไว้วางใจได้ ทำให้กองทัพอากาศเยอรมัน บรรจุเครื่องบินแบบนี้ เข้าประจำการเป็นเครื่องบินลำเลียงหลักของกองทัพ และใช้งานตลอดสงคราม เครื่องบินจุงเกอร์ เจ ยู 52 เป็นเครื่องบินหลัก ที่ใช้ในการลำเลียงทหารพลร่ม ของกองทัพอากาศเยอรมัน เข้าสู่ที่หมาย นับตั้งแต่การรุกเข้าสู่ยุโรปในช่วงต้นของสงคราม ทั้งการรุกเข้าสู่ เนเธอร์แลนด์ นอรเวย์ และสงครามในการยึดเกาะครีต (Crete) |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
| (ภาพล่าง) การรุกสู่เกาะครีต (Crete) ของทหารพลร่มเยอรมัน ภาพนี้ถ่ายบริเวณเมือง Heraklion หรือในภาษาอังกฤษว่า Iraq lion ในวันที่ 20 พ.ค. 1941 จะเห็นเครื่องบินแบบ จุงเกอร์ เจ ยู 52 ถูกยิงไฟลุกท่วม และกำลังตกลงสู่พื้น ในขณะที่ท้องฟ้า เต็มไปด้วยพลร่มเยอรมัน ที่โดดลงเพื่อยึดที่หมาย เยอรมันใช้เครื่องบินลำเลียง ซึ่งรวมทั้งจุงเกอร์ เจ ยู 52 จำนวน 493 ลำ เครื่องร่อน 72 ลำ นำพลร่มเข้าสู่ที่หมายในครีต นอกจากเครื่องบินลำเลียงแล้ว ยังมีเครื่องทิ้งระเบิด 228 ลำ เครื่องดำดิ่งทิ้งระเบิด 245 ลำ และเครื่องบินขับไล่ 233 ลำ และเครื่องบินตรวจการณ์อีก 50 ลำ รวมทั้งสิ้นกว่า 700 ลำ เข้าร่วมในการรุกครั้งนี้ด้วย การยึดเกาะครีต เป็นการรุกที่ใช้กำลังพลร่มเป็นหัวหอก โดยใช้กำลังพลจาก กองพลปฏิบัติการทางอากาศที่ 7 (7th Flieger Division) เป็นกำลังหลัก สนับสนุนโดยทหารราบอีก 3 กรมทหารราบ นับว่าเป็นการปฏิบัติการ โดยการใช้กำลังทหารพลร่มครั้งใหญ่ที่สุดของกองทัพเยอรมัน และต้องประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก โดยพลร่มเยอรมันเสียชีวิตถึงกว่า 4,000 นาย บาดเจ็บ สูญหายอีกกว่า 2,500 นาย กำลังพลเหล่านี้ บางส่วนเสียชีวิตก่อนจะลงถึงพื้นดินเสียอีก เนื่องจากถูกทหารสัมพันธมิตร ระดมยิงขณะอยู่ในท้องฟ้า กำลังพลที่สูญเสียไปเหล่านี้ ล้วนเป็นทหารชั้นยอด ที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี และไม่สามารถทดแทนได้ในระยะเวลาอันจำกัด ความสูญเสียอันยิ่งใหญ่นี้ ทำให้เยอรมันไม่เคยใช้หน่วยพลร่ม เป็นหัวหอกในการรุกครั้งใหญ่อีกเลย |
||||||||||||
![]() |
||||||||||||
| หน่วยทหารพลร่ม หน้า 1 หน้า 2 หน้า 3 หน้า 4 หน้า 5 หน้า 6 หน้า 7 หน้า 8 หน้า 9 หน้า 10 หน้า 11 หน้า 12 หน้าหลัก บันทึกจากติมอร์ รู้จักกับผู้เขียน พันโท ศนิโรจน์ ธรรมยศ |
||||||||||||