หน่วยทหารพลร่มของกองทัพนาซีเยอรมัน หรือ ฟอลชริมเจเกอร์
(FALLSCHIRMJAGER - PARATROOPER)
      (ภาพบน)  แผนที่เกาะครีต ที่หน่วยพลร่มเยอรมัน กองพลปฏิบัติการทางอากาศที่ 7 บุกเข้าโจมตีในวันที่ 20 พ.ค. 1941 จากมุมซ้ายของแผนที่ จะเห็นสนามบิน Maleme ซึ่งถูกฝูงบินทิ้งระเบิด และฝูงบินขับไล่เยอรมัน โจมตีในช่วงรุ่งอรุณ สร้างความเสียหายให้กับหน่วยปืนต่อสู้อากาศยานรอบสนามบินเป็นอย่างมาก ก่อนที่เครื่องบินลำเลียงแบบ จุงเกอร์ เจ ยู 52 ลำเลียงพลร่มของกรมจู่โจมที่ 1 กองพลพลร่มที่ 7 จะร่อนลงฉุกเฉิน ในบริเวณสนามบิน เหล่าพลร่มกรูกันออกจากเครื่อง เข้ายึดพื้นที่รอบสนามบินอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พลร่มจากกรมทหารพลร่มที่ 3 ของกองพลพลร่มที่ 7 จะโรยตัวลงสู่พื้นดินบนเกาะครีต บริเวณ Khania กรมทหารพลร่มที่ 2 เข้าโจมตี Rethimnon และกรมทหารพลร่มที่ 1 เข้ายึด Heraklion

        นับจากวันที่ 20 พ.ค. การรบจะดำเนินไปอย่างนองเลือด จนกระทั่งฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งอยู่ใต้การบังคับบัญชาของพลตรี Freyberg ผู้ซึ่งเดินทางมาถึงครีต เพียงสามสัปดาห์ก่อนการบุกของเยอรมัน จะยอมแพ้อย่างเด็ดขาดในวันที่ 30 พ.ค. ท่ามกลางความสูญเสียอย่างหนักของทั้งสองฝ่าย โดยทหารสัมพันธมิตรเสียชีวิต 1,800 คน ถูกจับเป็นเชลย 12,000 คน ทหารเรืออังกฤษเสียชีวิต 1,828 คน บาดเจ็บ 183 คน ถอยไปได้อย่างปลอดภัย 18,000 คน ในขณะที่เยอรมัน เสียทหารไปถึง 4,000 คน บาดเจ็บ 2,500 คน 

        ตามข้อเท็จจริงแล้ว สัมพันธมิตรทรบล่วงหน้าถึงแผนการบุกของฝ่ายเยอรมัน ก่อนหน้านี้แล้ว อันเป็นผลมาจาก การถอดรหัสอีนิกม่า (Enigma) ของฝ่ายเยอรมันได้ แต่ทหารสัมพันธมิตรก็อยู่ในสภาพที่ขาดแคลน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ ยานยนต์ อย่างมากมาย เนื่องจากถอยร่นมาจากกรีก ในสภาพที่แตกกระสานซ่านเซ็น ทำให้ทหารสัมพันธมิตรที่จำนวนมากกว่า เยอรมันผู้รุกรานถึงสองเท่า ไม่สามารถต้านทานได้ 

       ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ได้มีการวิเคราะห์ถึงการสูญเสียอย่างมากของทหารพลร่มเยอรมัน ในการรบที่เกาะครีต การวิเคราะห์พบว่า การใช้พลร่มเป็นกำลังหลักในการรุกนั้น จำเป็นจะต้องกระทำด้วยความรวดเร็ว ฉับพลัน โดยที่ข้าศึกไม่รู้ตัวมาก่อน เนื่องจากการส่งทางอากาศขนาดใหญ่ มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียสูงมากหากข้าศึกทราบล่วงหน้า แต่การรบที่เกาะครีตนั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรทราบล่วงหน้าถึงแผนการบุก จึงตอบโต้ได้อย่างรุนแรง เหตุการณ์เดียวกันนี้ ก็เกิดขึ้นกับฝ่ายสัมพันธมิตร ในการส่งทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง ในยุทธการมาร์เก็ต การ์เดน (Operations Market - Garden) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี 1944 ซึ่งก็จบลงด้วยความสูญเสียขนาดใหญ่ของฝ่ายสัมพันธมิตรเช่นเดียวกัน

       สำหรับการรบที่มองเต คาสิโน (Monte Casino) ในประเทศอิตาลีนั้น กองพลพลร่มที่ 1 (1st Fallschirmjager Division) ซึ่งเดิมคือกองพลปฏิบัติการทางอากาศที่ 7 นั่นเอง ได้ทำการรบแบบทหารราบ โดยดัดแปลงที่มั่นที่ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทั้งทางอากาศ และอาวุธหนัก เป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง พวกเขาสามารถต้านทานการรุกของสัมพันธมิตรได้นานนับเดือน และเนื่องจากทหารเหล่านี้สวมใส่ชุดคลุมสีเขียว จึงได้รับการตั้งฉายาจากทหารของสัมพันธมิตรว่า ปีศาจสีเขียว (Green Devils)

        
หน่วยทหารพลร่ม หน้า 1 หน้า  2   หน้า 3 หน้า 4 หน้า 5 หน้า 6 หน้า 7 หน้า 8 หน้า 9 หน้า 10 หน้า 11 หน้า 12       

หน้าหลัก        บันทึกจากติมอร์       รู้จักกับผู้เขียน พันโท ศนิโรจน์ ธรรมยศ
1