วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2003 ทหารอินโดนีเซีย 17 คน นำโดยร้อยตรี บายู อายี (Bayu Ayi) ซึ่งเพิ่งเข้าสู่พื้นที่ที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนเป็นครั้งแรก ได้เดินลาดตระเวณหลงเข้ามาในดินแดนติมอร์ ลึกเข้ามาถึงกว่า 3 กิโลเมตร ในพื้นที่บ้านบร็อคนาน่า (Broknana) ซึ่งอยู่ในพื้นที่จุดผ่านแดนที่ 5 (JP 5 - Junction Point 5) นอกความรับผิดชอบของผม แต่ในขณะนั้น ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารในจุดผ่านแดนที่ 5 ไม่มี อันเนื่องจากการปรับลดกำลังของสหประชาชาติ
  
          ทหารอินโดนีเซียที่พลัดหลงเข้ามา ถูกล้อมโดยตำรวจ บี พี ยู ของติมอร์ และขอให้ทหารอินโดนีเซียปลดอาวุธ ทหารอินโดนีเซียไม่ยอมปลดอาวุธ เหตุการณ์มีทีท่าว่าจะบานปลายออกไป เพราะต่างฝ่าย ต่างไม่ยอมกัน

          ขณะนั้นผมประจำอยู่ที่จุดผ่านแดนที่ 1 ได้รับวิทยุให้ไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งๆที่มีระยะทางเพียง 50 กิโลเมตร จากจุดผ่านแดนที่ 1 ไปจุดผ่านแดนที่ 5

          เมื่อไปถึงที่นั่น ทหารอินโดนีเซียรู้ว่าเป็นผมเป็นทหารไทย ที่ทหารอินโดนีเซียพูดถึงอยู่เสมอ ก็ขอให้ผมช่วยเจรจากับฝ่ายติมอร์ ร้อยตรีบายู อายี ปรี่เข้ามาทักทายผมแบบเพื่อน ผมเจรจาไกล่เกลี่ยว่า ปัญหานี้ เป็นปัญหาระดับประเทศ พวกเราเป็นผู้ปฏิบัติตัวเล็กๆ ไม่มีปัญหาอะไร ขอเพียงเราเดินทางไปคุยกันที่เขตแดนดีกว่า แต่ก่อนไป ขอให้ทหารอินโดนีเซียปลดซองกระสุน และเปิดลูกเลื่อน ส่วนอาวุธผมไม่ยึด ขอแค่นั้น บายูบอกว่า เขาเชื่อใจผม ว่าแล้วก็สั่งให้ทหารทั้งหมดปฏิบัติตามที่ผมบอก จากนั้นเราก็ขึ้นรถของสหประชาชาติไปเจรจากันที่เขตแดน 
      ภาพการเจรจาที่เขตแดน ภายหลังจากที่ทหารอินโดนีเซีย ยอมปลดซองกระสุน ตำรวจสหประชาชาติ ซึ่งอยู่ขวาสุดของภาพ และผู้สังเกตุการณ์ทางทหารจากออสเตรเลีย (คนสวมหมวกสีฟ้า เสื้อพรางหันหลัง คนที่สองจากซ้าย) มาร่วมสังเกตุการณ์การเจรจาดังกล่าว

        ในวันรุ่งขึ้น เรื่องการรุกล้ำเขตแดนนี้ กลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ที่ถูกนำเข้าที่ประชุมสภาของอินโดนีเซีย และของติมอร์ตะวันออก นำไปสู่การแก้ไขเส้นเขตแดนที่ไม่ชัดเจนในขั้นต่อไป เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
เล่าเรื่องจากรูป  1   2   3   4    5   6   7   8   9   10 หน้า 11   12     13
  

หน้าหลัก        บันทึกจากติมอร์       รู้จักกับผู้เขียน พันโท ศนิโรจน์ ธรรมยศ
1