การรบที่เบอร์ลิน

Battle of Berlin
ทหารรัสเซียจากกรมปืนเล็กยาวที่ 756 (the 756th Rifle Regiment) กำลังปักธงชาติบนยอดตึกรัฐสภา Reichstag ภายหลังจากยึดนครเบอร์ลินได้ ทหารผู้กำลังปักธงคือ Nikhail Yegorov อีกสองคนจากซ้ายคือ Meliton Kantaria และ Alexi Berest ภาพนี้ถูกจัดขึ้นใหม่ในวันต่อมา เพื่อการถ่ายภาพภายหลังการปักธงจริงโดยบุคคลทั้งสาม
ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 20 เมษายน 1945 ซึ่งเป็นวันเกิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (ขณะที่มีผู้โต้แย้งว่า ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 20 มีนาคม 1945 - เนื่องจากภาพได้ถูกเผยแพร่ทางภาพยนตร์ข่าว (Die Deutsche Wochenschau) เป็นครั้งแรกในวันที่ 22 มีนาคม 1945 - ข้อสรุปเกี่ยวกับวันที่ถูกต้องยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่)

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์กำลังมอบเหรียญกล้าหาญกางเขนให้กับยุวชนฮิตเลอร์ ซึ่งเชื่อว่าคือ Alfred Czech ภายนอกบังเกอร์ของเขาในกรุงเบอร์ลิน ยุวชนฮิตเลอร์เหล่านี้เป็นส่วนของกองกำลัง Volkssturm อันเป็นกองกำลังรักษากรุงเบอร์ลิน ที่เกณฑ์มาจากคนชราและเด็ก Volksturm ได้รับการติดอาวุธที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอาวุธต่อสู้รถถัง Panzerfaust และ Panzerschreck ที่สร้างความเสียหายให้กับรถถังของรัสเซียเป็นอย่างมาก

การรบที่เบอร์ลิน

     การรบที่เบอร์ลิน เป็นการสู้รบครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายในสงครามโลกครั้งที่สอง ในสมรภูมิยุโรป การรบเริ่มต้นตั้งแต่ 16 มกราคม 1945 เมื่อกองทัพรัสเซียสามารถรุกผ่านแนวตั้งรับของกองทัพเยอรมันที่ วิสทูราและโอเดอร์ (Vistula - oder) มาได้

     อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ตัดสินใจบัญชาการรบอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน ในขณะที่ผ่ายเสนาธิการของเขา ต้องการให้เขาย้ายไปอยู่ที่กองบัญชาการของเขา ในปรัสเซียตะวันออก

     ทางฝ่ายสหรัฐอเมริกา นายพลดไวท์ ดี ไอเซนฮาวว์ (Dwight D. Eisenhower) ไม่มีความต้องการที่จะยึดกรุงเบอร์ลิน ร่วมกับรัสเซีย เพราะตระหนักดีว่า การรบที่เบอร์ลินจะต้องนองเลือด ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เลือดของชาวอเมริกัน ปูทางเข้าสู่นครหลวงของอาณาจักรไรซ์ที่ 3 หรือ เบอร์ลินแต่อย่างใด

     อีกทั้งไอเซนฮาวว์ยังกังวล ถึงการปะทะกันเอง จะโดยอุบัติเหตุ หรือ โดยความตั้งใจก็ตาม ระหว่างฝ่ายอเมริกัน และฝ่ายรัสเซีย ในการยึดครองกรุงเบอร์ลินอีกด้วย ดังนั้นเมื่อสหรัฐอเมริกาไม่ร่วมการยึดเบอร์ลิน รัสเซียก็เปิดฉากการรุกโดยลำพัง โดยใช้กำลังมหาศาล ประกอบด้วยทหารราบ 2,500,000 คน รถถัง 6,250 คัน อากาศยาน 7,500 ลำ

     จากนั้นกองทัพรัสเซียก็รุกมาทางตะวันตกด้วยความเร็ว วันละ 30 - 40 กิโลเมตร ผ่านปรัสเซียตะวันออก (East Prussia) ปอมเมราเนียตะวันออก (East Pomerania) และหยุดการรุกลงชั่วคราว เมื่ออยู่ห่างจากกรุงเบอร์ลิน 60 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออก ตามแนวแม่น้ำโอเดอร์ (Oder river)

     20 มีนาคม 1945 การรบรอบๆ ชานเมืองเบอร์ลินก็เปิดฉากขึ้น

การรบที่เบอร์ลิน 
หน้า 1     หน้า 2      หน้า 3     หน้า 4     หน้า 5     หน้า 6    หน้า 7        
   
    กลับหน้าหลัก    บันทึกจากชายแดนใต้   รู้จักผู้เขียน   
1