การรบที่เบอร์ลิน

Battle of Berlin
ปืนใหญ่ของรัสเซียซึ่งมีจำนวนมากถึง 28,000 กระบอก ในการรบที่เบอร์ลิน กำลังยิงถล่มที่หมายต่างๆ ในกรุงเบอร์ลิน ในเดือนเมษายน 1945 รัสเซียใช้กระสุนปืนใหญ่และจรวดมากกว่าสองล้านนัดในการรบครั้งนี้ ส่งผลให้อาคารต่างๆ ในเบอร์ลินถูกทำลายเป็นซากปรักหักพัง แต่การต้านทานในตัวเมืองยังมีอยู่อย่างหนาแน่น  
แผนที่แสดงการโอบล้อมกรุงเบอร์ลิน ของกองทัพรัสเซีย เป็นการโอบล้อมในทุกด้าน ในช่วงสุดท้าย ทหารเยอรมันส่วนหนึ่งพยายามแหวกวงล้อมไปทางตะวันตก เพื่อยอมแพ้แก่กองทัพอเมริกัน บางส่วนประสบความสำเร็จ ในขณะที่บางส่วนถูกทหารรัสเซียจับกุมได้ หรือไม่ก็ถูกสังหารเสียชีวิต

สภาพการโอบล้อมแบบปิดประตูตีแมวเช่นนี้ ส่งผลให้ผู้คนที่อยู่ภายใต้ตัวเมืองไม่มีทางหนี ภายหลังจากสงครามสิ้นสุดลง มีชาวเยอรมันถูกทหารรัสเซียข่มขืนเป็นจำนวนถึง 100,000 คน รวมถึงมีการสังหารพลเรือนเป็นจำนวนมาก
    กรุงเบอร์ลินขณะนี้ ถูกป้องกันโดยกองทัพเยอรมัน และหน่วยทหาร เอส เอส สนับสนุนโดยยุวชนฮิตเลอร์ (Hitler youth) และกองกำลังโฟล์คสตรุมม์ (Volkssturm) ซึ่งเป็นผู้สูงอายุซึ่งส่วนใหญ่เคยเป็นทหารมาก่อน ตลอดจนทหารผ่านศึกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีจำนวนทั้งหมดที่อยู่ในกรุงเบอร์ลินประมาณ 45,000 คน จากจำนวนทหารเยอรมันทั้งหมดที่ป้องกันอยู่รอบพื้นที่ 766,750 คน

     ตัวเลขที่น่าสนใจอีกตัวเลขคือ จากจำนวนทหารเยอรมัน 45,000 คน ที่ป้องกันเบอร์ลิน กว่า 20,000 คนเสียชีวิตจากการสู้รบ

     จากห้วงเวลา 1 - 19 เมษายน 1945 การรุกของรัสเซียเต็มไปด้วยความสูญเสีย เยอรมันต่อสู้อย่างทรหด รัสเซียต้องเสียรถถังไปถึง 2,807 คัน ส่วนใหญ่จากอาวุธต่อสู้รถถัง แบบ Panzerfaust

     20 เมษายน 1945 ซึ่งเป็นวันเกิดของฮิตเลอร์ ปืนใหญ่ของกองกำลังแนวหน้าเบโลรุสเซียที่ 1 (1st Belorussia Front) ของรัสเซีย ก็เปิดฉากยิงถล่มนครเบอร์ลินอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง ไปสิ้นสุดการยิงลงเมื่อเยอรมันยอมแพ้ ใช้กระสุนมากกว่าสองล้านนัด เป็นการยิงที่ใช้กระสุนมากกว่าการทิ้งระเบิด ของเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรเหนือนครเบอร์ลินตลอดสงครามเสียอีก 

     ในขณะเดียวกัน กองกำลังแนวหน้าเบโลรุสเซียที่ 2 ของรัสเซียก็โจมตีปีกของกองทัพกลุ่ม Vistula ของเยอรมัน วันต่อมา 2nd Guards Tank Army ของนายพล Bogdonov ก็รุกเข้าเบอร์ลินทางทิศเหนือ

     ฮิตเลอร์ออกคำสั่งการรักษากรุงเบอร์ลินด้วยตนเอง เขาสั่งให้กองทัพที่ 9 (the ?IX Army) รักษาแนวตั้งรับที่ Cottbus เอาไว้ แต่ก็ได้รับการคัดค้านจากฝ่ายเสนาธิการของเขาว่า หากไม่ถอนกองทัพที่ 9 ออกมาอย่างทันท่วงที กองทัพที่ 9 จะตกอยู่ในวงล้อมของรัสเซีย

      สถานการณ์เป็นไปอย่างสิ้นหวังสำหรับฝ่ายเยอรมัน แม้จะต้านทานอย่างเหนียวแน่น ทหารรัสเซียรุกคืบหน้าเข้ามาเรื่อยๆ จากอาคารหนึ่งสู่อีกอาคารหนึ่ง จากถนนสายหนึ่งสู่ถนนอีกสายหนึ่ง ท่ามกลางการสูญเสียอย่างหนัก

      รถถังของรัสเซียแบบ T 34 แม้จะมีศักยภาพในการรบในทุ่งกว้าง แต่เมื่ออยู่ในเมือง ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ที่กีดขวางการเคลื่อนที่ ก็ทำให้ประสิทธิภาพของรถถังด้อยลงไปอย่างมาก 

     

    
กองกำลังโฟล์คสตุม (Volkssturm) ซึ่งป้องกันเบอร์ลิน จัดจากทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และคนชรา ในภาพจะเห็นบางส่วนติดอาวุธต่อสู้รถถัง Panzerfaust

การรบที่เบอร์ลิน 
หน้า 1     หน้า 2     หน้า 3     หน้า 4      หน้า 5      หน้า 6     หน้า 7      
   
    กลับหน้าหลัก    บันทึกจากชายแดนใต้   รู้จักผู้เขียน   
1