| การรบที่เบอร์ลิน Battle of Berlin |
|||||||||||||||
![]() |
|||||||||||||||
| เชลยศึกเยอรมันจากหน่วย Volkssturm ซึ่งเป็นหน่วยป้องกันเมืองเบอร์ลิน หน่วยนี้จัดกำลังจากคนชรา ทหารผ่านศึก และยุวชนฮิตเลอร์ (Hitler youth - Hitlerjugend) กำลังพลเหล่านี้ติดอาวุธต่อสู้รถถังอันทรงประสิทธิภาพอย่างเช่น ?Panzerfaust สามารถทำลายรถถังของรัสเซียได้เป็นจำนวนมากถึงกว่า 2,000 คัน | |||||||||||||||
| 22 เมษายน 1945 ในห้องประชุมสรุปสถานการณ์ภายในบังเกอร์ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ท่านผู้นำยอมรับว่าแผนการต่างๆ ในการปกป้องอาณาจักรไรซ์ที่สามของเขา ล้มเหลว พร้อมทั้งกล่าวหาฝ่ายเสนาธิการว่า เป็นต้นเหตุของความล้มเหลวทั้งมวล ท้ายที่สุด ฮิตเลอร์ประกาศว่า สงครามครั้งนี้ เยอรมันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้ว แต่เขาจะอยู่ที่นี่จนวินาทีสุดท้าย 23 เมษายน 1945 กองทัพที่ 5 (the 5th Shock Army) และกองทัพรถถังที่ 1 (the 1st Guards Tank Army) ของรัสเซียรุกเข้าตัวเมืองจากด้านตะวันออกเฉียงใต้ และถึงสถานีรถไฟรอบเมืองใน 24 เมษายน ขณะเดียวกำลังเสริมของฝ่ายเยอรมันก็ไม่สามารถฝ่าวงล้อมทหารรัสเซียเข้ามาในเมืองได้ ตามแผนการของฮิตเลอร์ มีเพียงหน่วยทหาร เอส เอส ของอาสาสมัครฝรั่งเศสเท่านั้น ที่สามารถฝ่าวงล้อมเข้ามาได้ และเข้ารับผิดชอบพื้นที่ Sector C ที่มีการโจมตีจากรัสเซียรุนแรงที่สุด 26 เมษายน 1945 กองทัพที่ 8 (the 8th Guards Army) และกองทัพรถถังที่ 1 (the 1st Guards Tank Army) ของรัสเซียโจมตีสนามบิน Tempelhof และพบกับการต่อต้านจากกองพล Muncheberg และกองพล Nordland ของเยอรมัน 27 เมษายน 1945 กองพล Muncheberg และ Nordland ที่อ่อนล้าและมีกำลังต่ำกว่าอัตราการจัดจริง ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพรัสเซียถึง 5 กองทัพ จนต้องล่าถอยจากที่มั่น ทำให้กองทัพรัสเซียเริ่มเข้าสู่ใจกลางเมืองเบอร์ลินได้ 29 เมษายน 1945 กองทัพที่ 3 (the 3rd Shock Army) ของรัสเซียข้ามสะพาน Moltke และกระจายกำลังเข้าสู่ถนน และอาคารในเบอร์ลิน เริ่มต้นที่กระทรวงมหาดไทย แต่ก็คืบหน้าไปไม่ได้มากนัก เนื่องจากปืนใหญ่ไม่สามารถข้ามสะพานตามมาได้ เพราะสะพานเสียหายอย่างหนัก จนกระทั่งสะพานได้รับการซ่อมแซม หน่วยปืนใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนกำลังเข้าสู่ตัวเมือง และยิงทำลายทีละอาคาร และสามารถเข้ายึดตึกกองบัญชาการตำรวจลับเกสตาโปได้ แต่ก็ถูกหน่วยเอส เอส ตอบโต้จนต้องถอนตัวออกจากอาคาร เวลา 04.00 น. ภายในบังเกอร์ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เขาได้ลงนามในพินัยกรรม และเข้าพิธีแต่งงานกับอีวา บราวน์ (Eva Braun) 30 เมษายน 1945 สะพาน Moltke ซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์ ทหารรัสเซียพร้อมรถถังและปืนใหญ่ สนธิกำลังเข้าโจมตีอาคารรัฐสภาไรซ์สตาค (Reichstag) ตัวอาคารรัฐสภานี้ ไม่ได้ใช้การมาตั้งแต่ ปี 1933 ถูกทหารเยอรมันดัดแปลงเป็นที่มั่นที่แข็งแรง อีกทั้งยังมีปืนใหญ่ขนาด 88 มม. ซึ่งอยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร ยิงสนับสนุนตอบโต้การเข้าตีของรัสเซียอย่างรุนแรง การรบในตัวอาคารเป็นไปแบบห้องสู่ห้อง ใช้เวลา 2 วันกว่าที่จะกวาดล้างทหารเยอรมันออกไปได้ทั้งหมด ในวันเดียวกันนั้นเอง เวลา 15.30 น. อดอล์ฟ ฮิตเลอร์และอีวา บราวน์ ฆ่าตัวตาย ศพของทั้งสองถูกเผาไม่ไกลจากทางออกฉุกเฉินของบังเกอร์ ในห้วงเวลานี้ หลงเหลือทหารเยอรมันกระจัดกระจายอยู่ในเมืองประมาณ 10,000 คน และกำลังถูกบดขยี้จากทหารรัสเซียที่รุกเข้ามาทุกๆด้าน เมื่อข่าวการเสียชีวิตของฮิตเลอร์แพร่ออกไป ทหารเยอรมันส่วนใหญ่พยายามฝ่าวงล้อมของรัสเซีย ข้ามแม่น้ำ Elbe เข้ายอมแพ้ต่อกองทัพที่ 9 ของสหรัฐอเมริกา 2 พฤษภาคม 1945 นครเบอร์ลินตกเป็นของรัสเซีย แม้จะมีการต่อต้านออกไปอีกสองถึงสามวันก็ตาม 7 พฤษภาคม 1945 เยอรมันยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นการปิดฉากสงครามโลกครั้งที่สอง ในทวีปยุโรปลงอย่างสิ้นเชิง |
|||||||||||||||
![]() |
|||||||||||||||
| ทหารรัสเซียสวนสนามในกรุงเบอร์ลิน ภายหลังการสู้รบสิ้นสุดลง | |||||||||||||||
การรบที่เบอร์ลิน หน้า 1 หน้า 2 หน้า 3 หน้า 4 หน้า 5 หน้า 6 หน้า 7 กลับหน้าหลัก บันทึกจากชายแดนใต้ รู้จักผู้เขียน |
|||||||||||||||