Deep in my heart

by moony

กลางดึกคืนหนึ่ง เด็กชายรอจนทุกคนในบ้านหลับกันหมด แล้วจึงค่อยๆหยิบตะเกียงและแอบย่องออกจากบ้านอย่างเงียบๆ เขารีบวิ่งตรงเข้าไปในป่า จุดหมายคือกระท่อมร้างกลางป่าที่ที่เขาใช้เป็นที่เล่นเสมอๆ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดแม่ของเขา เด็กชายเตรียมของขวัญอย่างดีเอาไว้ เขาอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและพบของขวัญวางอยู่หน้าประตูห้อง แม่คงดีใจมาก ดังนั้นเขาจึงต้องรีบไปเอาของขวัญนั่นจากที่ซ่อนก่อน

ระหว่างทางเด็กชายสังเกตว่าป่าในคืนนี้เงียบมาก ไม่มีแม้แต่เสียงของสัตว์ที่หากินตอนกลางคืน เสียง แมลง หรือเสียงของใบไม้ที่เสียดสีกันเพราะแรงลมเลย เงียบจนผิดปกติ ความกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจของเด็กน้อย เขารีบวิ่งไปที่กระท่อมโดยเร็วที่สุด โชคดีที่คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงบวกกับแสงจากตะเกียง จึงมีแสงสว่างเพียงพอที่จะมองเห็นเส้นทางในป่าได้ง่ายขึ้น

ทันใดนั้น เด็กชายก็ได้ยินเสียงบางอย่างข้างหน้าเขา ห่างไปพอสมควร เด็กชายหยุดวิ่งและรีบแอบที่โคนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที เสียงนั่นคล้ายกับเสียงคนเดินและก็มีเสียงลมหายใจดังฟืดฟาดๆ แต่ใครกันเล่าที่จะมาเดินอยู่ในป่าตอนกลางคืนแบบนี้ เด็กชายคิด เสียงนั่นค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาดับไฟในตะเกียง เฝ้าภาวนาขอให้เจ้าของเสียงนั่นไม่เห็นเขา แต่แล้วมืดของเด็กชายก็ไปสัมผัสกับบางอย่าง มันเป็นน้ำอุ่นๆเหนียวๆ เมื่อเขาเพ่งมองดูมันคือเลือดสดๆ เด็กชายกลัวจับใจ เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดรีบวิ่งออกจากโคนต้นไม้ มุ่งหน้ากลับบ้าน ของขวัญไว้มาเอาใหม่วันหลังก็ได้ เขาคิด เขาวิ่งอย่างสุดชีวิต วิ่ง วิ่งไปโดยไม่ยอมหยุด เสียงนั่นดูเหมือนจะห่างไกลออกไปทุกทีๆ อีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านแล้ว เขารู้สึกโล่งอก คืนนี้ช่างเป็นคืนที่น่ากลัวทีเดียว

ทันใดนั้นเขาก็ชนเข้ากับบางสิ่งบางอย่างอย่างแรงจนเขาลงกระเด็นไปกองกับพื้น เมื่อเด็กชายเงยหน้าขึ้นมาเขาเขาก็เห็นมัน สิ่งมีชีวิตที่น่าเกลียดน่ากลัว มันสูงประมาณ 8 ฟุต ขนยาวรุงรังเต็มตัว แววตาของมันสีแดงก่ำ ส่อแววกระหายเลือดออกมาอย่างชัดเจน ภายในปากของมันเต็มไปด้วยเขี้ยวที่ยาวและคมกริบ สองมือของมันชุ่มไปด้วยเลือดสดๆ จากเหยื่อที่มันเพิ่งฆ่าไปเมื่อกี้ มันร้องคำรามเสียงก้องก่อนที่จะกางกรงเล็บอันแหลมคมและพุ่งเข้าใส่เด็กชาย เขารีบตะเกียกตะกายวิ่งหนี แต่มันก็กระโดดไปขวางหน้าเขาเอาไว้ เขาหันหลังวิ่งหนีไปอีกทางทันที แต่แล้วเขาก็รู้สึกเจ็บปวดที่กลางหลัง กรงเล็บของมันปักลึกลงไปในตัวเขา เลือดสดๆค่อยๆไหลออกมา เด็กชายกรีดร้องสุดเสียง ทันใดนั้นมันก็กัดเขาเข้าที่คอ เด็กชายเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาไม่มีแรงแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออีกแล้ว เขาคงจะไม่รอดแล้ว ความคิดของเขาว่างเปล่า ทุกอย่างเป็นสีขาวโพลนไปหมด ก่อนที่เขาจะหมดสติไป

เขาได้ยินเสียง.........เสียง.......เสียงที่แสนคุ้นเคย............พ่อ...ใช่..........เสียงของพ่อนั่นเอง..........เจ้าสัตว์ร้ายร้องอย่างโหยหวนก่อนหนีไป มันคงโดนคาถาอะไรสักอย่าง แต่เขาไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว ร่างกายของเขาชาไปหมด สิ่งสุดท้ายที่เขารู้คือภาพพ่อของเขาวิ่งเข้ามากอดเขา.....เพียงเท่านั้น..........แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป

รีมัส ลูปินสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก เสื้อนอนชุ่มไปด้วยเหงื่อ ขอบตาแดงเรื่อ

“นี่เราฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้วเหรอเนี่ย” เขานึก “ทำไมนะเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับเรา.......ถ้าวันนั้นเราไม่ออกไปนอกบ้าน......ถ้าวันนั้นเราตายไปซะ” แล้วน้ำตาก็ค่อยๆไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้าง เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือ สะอื้นไห้
“เป็นอะไรไป รีมัส ฝันร้ายเหรอ” เสียงอันอ่อนโยนดังขึ้น
“ชั้นทำนายตื่นเหรอ ขอโทษนะ ซิริอัส”
“นายร้องไห้ ทำไม มีอะไรเหรอ” ซิริอัสถามอย่างห่วงใย
“ไม่มีอะไรหรอก.......แค่ฝันร้ายน่ะ.......ฝันถึงตอน..............ที่ชั้น.............ถูกมนุษย์หมาป่า............กัด” เสียงของเขาขาดเป็นห้วง
“รีมัส”
“ตอนนั้นน่ะถ้าชั้นตายๆไปซะก็ดีหรอก นายรู้ไหมชีวิตหลังจากนั้นมันเลวร้ายกว่าเสียอีก....... ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ คนรู้จักทุกคน....... ต่างก็ตีตัวออกห่างไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ชั้นอีกเลย.......... ชั้นเห็นนะ .......ในแววตาของพวกเขามีแต่ความหวาดกลัว..... มันเหมือนกับว่ามีชั้นอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ ชั้นไม่น่าจะมีชีวิตอยู่เลย.......ชั้น....ชั้น.........”

ซิริอัสดึงมือของลูปินมากุมเอาไว้

“นายยังมีชั้นอยู่อีกทั้งคนนะ เพราะฉะนั้นนายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้วนะ รีมัส”

ลูปินจ้องมองเข้าไปในดวงตาของซิริอัส เขาเห็น.......ในแววตานั่น......ความห่วงใย......ความหวังดี......ความเข้าใจ.....ความรัก........ทุกสิ่งทุกอย่าง

“ขอบใจนะ” ลูปินยิ้มทั้งน้ำตา “ ชั้นดีใจที่ตอนนี้มีนายอยู่กับชั้น”

 

~ The End ~