|
|
||
|
|
|
|
|
มะเร็งกระเพาะอาหาร
|
||
| มะเร็งกระเพาะอาหาร | ||
| มะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นมะเร็งที่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และมักพบในช่วงอายุ | ||
| 40 - 45 ปีขึ้นไป มะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มแรก | ||
| สาเหตุ | ||
| ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร คือ | ||
| 1. การรับประทานอาหาร ที่มีดินประสิวเจือปนอาหารหมักดอง อาหารรมควัน อาหารเค็มเป็นประจำ | ||
| 2. การติดเชื้อโรค เฮลิโคแบคเตอร์พัลโลรัย ( H.pylori ) | ||
| 3. ภาวะบางอย่างของกระเพาะอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังบางชนิด | ||
| อาการ | ||
| มะเร็งกระเพาะอาหารระยะเริ่มแรกอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ โดยทั่วไปมะเร็งกระเพาะอาหาร | ||
| มีอาการดังนี้ | ||
| 1. ปวดท้อง แน่นท้อง บริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือเหนือสะดือ ท้องอืด อาหารย่อยยาก | ||
| 2. คลื่นไส้ อาเจียน | ||
| 3. ถ่ายอุจจาระดำ | ||
| 4. มีก้อนในท้อง บริเวณใต้ลิ้นปี่เหนือสะดือ | ||
| 5. เบื่ออาหาร น้ำหนักลด | ||
| 6. อาการทางตับ ปอด หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้าโต ในกรณีที่มะเร็งลุกลามมากแล้ว | ||
| การวินิจฉัย | ||
| 1. ตรวจกระเพาะอาหาร ด้วยการกลืนแป้งแบเรียม แล้วถ่ายเอกซเรย์ | ||
| 2. ตรวจด้วยกล้องส่องตรวจกระเพาะอาหาร สามารถดูผิวของกระเพาะอาหารได้ดี และตัดชิ้นเนื้อ | ||
| ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา | ||
| 3. การตรวจทางรังสีอื่นๆ เพื่อดูการกระจายของมะเร็งกระเพาะอาหาร | ||
| การรักษา | ||
| 1. การผ่าตัด เป็นวิธีรักษาที่ดีที่สุดในการรักษา อาจผ่าตัดกระเพาะอาหารออกหมด หรือเอาออก | ||
| เพียงบางส่วน ( การไม่มีกระเพาะอาหารผู้ป่วยก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ตามปกติ ) | ||
| 2. การใช้เคมีบำบัด เป็นเพียงวิธีการบรรเทาแต่อาจใช้ร่วมกับการผ่าตัด เพื่อเพิ่มผลการรักษา | ||
| ให้ดียิ่งขึ้น | ||
| 3. รังสีรักษา | ||
| การป้องกัน | ||
| 1. ลดปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารดังกล่าวข้างต้น | ||
| 2. รับประทานผัก ผลไม้สด เป็นประจำ ช่วยลดการเกิดมะเร็งได้ | ||