วิวัฒนาการของการกระจายเสียงสาธารณะในประเทศสหรัฐอเมริกา

พ.ต.ท. หญิง ดร. ศิริวรรณ  อนันต์โท


 

กิจการกระจายเสียงเพื่อการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เริ่มต้นเป็นครั้งแรกโดยการส่งโทรเลขแบบไร้สาย (wireless telegraphy)  ของมหาวิทยาลัย Wisconsin  ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ ต่อมาในปี พ.. 2464   มหาวิทยาลัย  Latter Day Saints University ที่ Salt Lake City  ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงแบบ noncommercial เป็นครั้งแรก     หลังจากนั้น สถานศึกษาและโบสถ์ต่างๆก็ได้ยื่นขอใบอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคมอันหลากหลาย  เช่น เพื่อขยายการศึกษา  สนับสนุนกิจการของโรงเรียนและโบสถ์  ส่งเสริมวัฒนธรรม  และสร้างจิตสำนึกในทางการเมือง   ดังนั้นกิจการวิทยุกระจายเสียงเพื่อการศึกษาจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว   และผลที่สุดก็มีการใช้ใบอนุญาตการประกอบกิจการวิทยุเพื่อการศึกษาไปดำเนินการทางธุรกิจ   อย่างไรก็ตาม  ในปี พ.. 2473-2474 ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงในประเทศสหรัฐอเมริกา  เป็นเหตุให้สถานีวิทยุเพื่อการศึกษาหลายแห่งต้องล้มเลิกกิจการไป  จากจำนวนทั้งสิ้น 98 สถานีในปี พ.. 2470 ลดลงเหลือเพียง 25 สถานีในปี พ.. 2478   แม้ว่าทางท้องถิ่นและแต่ละรัฐได้พยายามให้ความช่วยเหลือ  ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ   มีผู้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุความตกต่ำของสถานีวิทยุเพื่อการศึกษาว่า  “สถานีเพื่อธุรกิจสามารถทำเงินได้  และเงินก็สามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นอำนาจทางการเมือง   ในขณะที่สถานีเพื่อการศึกษามีค่าใช้จ่ายมาก    ตราบใดที่รายการเพื่อการศึกษายังไม่สามารถดึงดูดกลุ่มผู้ฟังและผู้ชมจำนวนมากได้  ก็เป็นการยากที่จะได้รับการสนใจจากทางการเมือง

เนื่องจากสถานีวิทยุเพื่อธุรกิจมีการจัดสรรเวลาเพียงเล็กน้อยให้กับการศึกษา  อนาคตสำหรับรายการเพื่อการศึกษาดูจะเป็นหนทางที่ตีบตัน    คณะกรรมการสื่อสารมวลชนแห่งชาติ  (Federal Communications Commission หรือ FCC)  จึงได้กำหนดให้มีการจัดสรรช่องสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ไว้เพื่อใช้ในสาธารณะประโยชน์     ในปี พ.. 2510 รัฐสภาสหรัฐได้ตรากฎหมายสื่อสารมวลชน (Communications Act of 1967) และกฎหมายการกระจายเสียงมหาชน (Public Broadcasting Act of 1967)   ซึ่งส่งผลให้มีการจัดตั้งบรรษัทการกระจายเสียงมหาชน (Corporation for Public Broadcasting หรือ CPB)  ขึ้นในปี พ.. 2511     CPB เป็นบรรษัทเอกชนที่ไม่หวังผลกำไร   แต่มีจุดมุ่งหมายที่จะกระตุ้นและส่งเสริมรายการโทรทัศน์ที่มิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการค้ากำไรให้ก้าวหน้าขึ้น   และนำรายการเหล่านั้นเผยแพร่แก่ประชาชนทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์มหาชน (public radio and public television) 

สถานีสมาชิก PBS

สถานีโทรทัศน์ PBS (Public Broadcasting Service) ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรทัศน์สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาซึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี พ.. 2512    ปัจจุบันนี้ มีสถานีโทรทัศน์ PBS ทั่วประเทศจำนวน 349 สถานี ใน 50 รัฐ  ซึ่งสถานีโทรทัศน์เหล่านี้ประกอบกิจการภายใต้ 171 ใบอนุญาต (89 ใบอนุญาตเป็นขององค์กรชุมชน, 54 เป็นของสถานศึกษาและมหาวิทยาลัย, 20 เป็นของหน่วยงานของรัฐ, และ 8 เป็นของท้องถิ่น)    

กลุ่มผู้ชม PBS      

ร้อยละ 75.8 ของครัวเรือนในสหรัฐอเมริกามีเครื่องรับโทรทัศน์    และจากการสำรวจในเดือนตุลาคม 2543  ผู้ชมรายการของ PBS มีจำนวนถึง 77.5 ล้านครอบครัว หรือราว 146 ล้านคน   โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละบ้านจะเปิดชมรายการทาง PBS มากกว่าแปดชั่วโมงในเดือนดังกล่าว

รูปแบบรายการ  

PBS ไม่ได้ผลิตรายการเอง แต่ได้รับรายการจากสถานีสมาชิก  ผู้ผลิตอิสระ  และจากแหล่งต่างๆทั่วโลก  จากนั้น PBS จะแจกจ่ายให้กับสถานีสมาชิกเพื่ออกอากาศ   รูปแบบที่นำเสนอจะครอบคลุมรายการเด็ก  วัฒนธรรม  การศึกษา  ประวัติศาสตร์  ธรรมชาติ  ข่าว  กิจการสาธารณะ  วิทยาศาสตร์  และการฝึกทักษะ

งบประมาณสนับสนุนของ PBS

PBS ประสบปัญหาทางการเงินเช่นเดียวกับการดำเนินกิจการโทรทัศน์เพื่อสาธารณะทั่วไป  ในปีงบประมาณ 2542  PBS ได้รับงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท    รายได้หลักมาจากการบริจาคของผู้ชม (ร้อยละ 23.2)  รัฐสนับสนุน (ร้อยละ 16.9)   CPB และ เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง (ร้อยละ 14.5)    ภาคธุรกิจ (ร้อยละ 13.6)     สถานศึกษาและมหาวิทยาลัย (ร้อยละ 7.9)    และมูลนิธิ (ร้อยละ 6.0)     ในปี พ.. 2542  มีประชาชนและครอบครัวจำนวนถึง 4.7 ล้านที่บริจาคเงินให้แก่ PBS เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 373 ล้านดอลลาร์

PBS มุ่งหน้าสู่ความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีดิจิตัล 

PBS ได้ดำเนินบทบาทเป็นผู้นำทางโทรทัศน์ที่ได้เผยแพร่รายการผ่านระบบดิจิตัลผ่านช่องสัญญาณ  PBS KIDS และ PBS YOU ในระบบ multicast     นอกจากนั้นPBS Online ได้เริ่มผลิตโปรแกรมเพื่อบุกเบิกการผสานสื่อโทรทัศน์เข้ากับอินเทอร์เน็ต  โดยนำเสนอเนื้อหาสาระมากกว่า 135,000 หน้า  รวมทั้งรายการต่างๆมากกว่า 450 รายการ PBS Online นี้ ดำเนินการแบบธุรกิจโดยรับสปอนเซอร์และการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนทั้งทางด้านการเงิน และด้านเทคโนโลยี

จุดเด่นที่นำมาสู่ความสำเร็จของ PBS นั้น  คือการผสมผสานรายการเพื่อการศึกษากับความบันเทิงเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด   อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐอเมริกายังมีรายกายโทรทัศน์อื่นๆที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอเนื้อหาสาระและประโยชน์สาธารณะ  แต่ได้ดำเนินการผ่านระบบบอกรับเป็นสมาชิก (cable television)  ช่องที่มีชื่อเสียงในขณะนี่ได้แก่ Discovery Channel ซึ่งเน้นการนำเสนอสารคดีผจญภัยและการท่องเที่ยว  C-SPAN ซึ่งนำเสนอการประชุมสภา และ COURT TV ซึ่งนำเสนอการพิจารณาคดีสำคัญในศาลของสหรัฐ

แนวคิดเรื่อง public broadcasting ในประเทศสหรัฐอเมริกา  คงจะมีความสอดคล้องในบางส่วนกับการดำเนินการของสื่อกระจายเสียงของกรมประชาสัมพันธ์ในประเทศไทย  และสถานีวิทยุเพื่อการศึกษา (ETV)   อย่างไรก็ตาม   ท่ามกลางข้อจำกัดของการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุเพื่อการศึกษา    งบประมาณอันมหาศาลในการจัดตั้งและดำเนินงานสถานีวิทยุโทรทัศน์    และความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของเทคโนโลยี  เคเบิลทีวีจะเพิ่มบทบาทสำคัญอย่างรวดเร็วต่อสังคมไทยในอนาคต   และอาจเป็นทางเลือกที่สำคัญในการดำเนินกิจการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาได้เช่นกัน

 


ข้อมูลอ้างอิง

Corporation of  Public Broadcasting. (2001).  Historical Timeline of Public Broadcasting. [On-line]. Available: http://www.cpb.org/about/history/timeline.html.

Public Broadcasting Service. (2001). PBS in Brief. [On-line]. Available: http://www.pbs .org

Sterling, H. (1990). Broadcasting in America: A Survey of Electronic Media (6th edition). Boston: Houghton Miffin Company.


  E-mail: telethailand@yahoo.com


© 2003 TeleThailand

Last revised: 27/11/2003

setstats 1