|
กิจการกระจายเสียงเพื่อการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เริ่มต้นเป็นครั้งแรกโดยการส่งโทรเลขแบบไร้สาย
(wireless
telegraphy)
ของมหาวิทยาลัย
Wisconsin
ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่
1 ต่อมาในปี
พ.ศ.
2464 มหาวิทยาลัย
Latter Day Saints University
ที่
Salt Lake City
ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงแบบ
noncommercial
เป็นครั้งแรก
หลังจากนั้น
สถานศึกษาและโบสถ์ต่างๆก็ได้ยื่นขอใบอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคมอันหลากหลาย
เช่น เพื่อขยายการศึกษา
สนับสนุนกิจการของโรงเรียนและโบสถ์ ส่งเสริมวัฒนธรรม
และสร้างจิตสำนึกในทางการเมือง
ดังนั้นกิจการวิทยุกระจายเสียงเพื่อการศึกษาจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว
และผลที่สุดก็มีการใช้ใบอนุญาตการประกอบกิจการวิทยุเพื่อการศึกษาไปดำเนินการทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม
ในปี พ.ศ.
2473-2474
ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงในประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นเหตุให้สถานีวิทยุเพื่อการศึกษาหลายแห่งต้องล้มเลิกกิจการไป
จากจำนวนทั้งสิ้น
98
สถานีในปี พ.ศ.
2470
ลดลงเหลือเพียง
25
สถานีในปี พ.ศ.
2478 แม้ว่าทางท้องถิ่นและแต่ละรัฐได้พยายามให้ความช่วยเหลือ
ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ
มีผู้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุความตกต่ำของสถานีวิทยุเพื่อการศึกษาว่า
“สถานีเพื่อธุรกิจสามารถทำเงินได้
และเงินก็สามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นอำนาจทางการเมือง
ในขณะที่สถานีเพื่อการศึกษามีค่าใช้จ่ายมาก
ตราบใดที่รายการเพื่อการศึกษายังไม่สามารถดึงดูดกลุ่มผู้ฟังและผู้ชมจำนวนมากได้
ก็เป็นการยากที่จะได้รับการสนใจจากทางการเมือง”
เนื่องจากสถานีวิทยุเพื่อธุรกิจมีการจัดสรรเวลาเพียงเล็กน้อยให้กับการศึกษา
อนาคตสำหรับรายการเพื่อการศึกษาดูจะเป็นหนทางที่ตีบตัน
คณะกรรมการสื่อสารมวลชนแห่งชาติ
(Federal Communications Commission
หรือ
FCC)
จึงได้กำหนดให้มีการจัดสรรช่องสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ไว้เพื่อใช้ในสาธารณะประโยชน์
ในปี
พ.ศ.
2510
รัฐสภาสหรัฐได้ตรากฎหมายสื่อสารมวลชน
(Communications Act of 1967)
และกฎหมายการกระจายเสียงมหาชน
(Public Broadcasting Act of 1967) ซึ่งส่งผลให้มีการจัดตั้งบรรษัทการกระจายเสียงมหาชน
(Corporation
for Public Broadcasting
หรือ
CPB)
ขึ้นในปี พ.ศ.
2511 CPB
เป็นบรรษัทเอกชนที่ไม่หวังผลกำไร
แต่มีจุดมุ่งหมายที่จะกระตุ้นและส่งเสริมรายการโทรทัศน์ที่มิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการค้ากำไรให้ก้าวหน้าขึ้น
และนำรายการเหล่านั้นเผยแพร่แก่ประชาชนทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์มหาชน
(public radio and
public television)
สถานีสมาชิก
PBS
สถานีโทรทัศน์
PBS (Public
Broadcasting Service)
ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรทัศน์สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาซึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี
พ.ศ.
2512
ปัจจุบันนี้ มีสถานีโทรทัศน์
PBS
ทั่วประเทศจำนวน
349
สถานี ใน
50
รัฐ ซึ่งสถานีโทรทัศน์เหล่านี้ประกอบกิจการภายใต้
171
ใบอนุญาต
(89
ใบอนุญาตเป็นขององค์กรชุมชน,
54
เป็นของสถานศึกษาและมหาวิทยาลัย,
20
เป็นของหน่วยงานของรัฐ,
และ
8
เป็นของท้องถิ่น)
กลุ่มผู้ชม
PBS
ร้อยละ
75.8
ของครัวเรือนในสหรัฐอเมริกามีเครื่องรับโทรทัศน์ และจากการสำรวจในเดือนตุลาคม
2543
ผู้ชมรายการของ
PBS
มีจำนวนถึง
77.5
ล้านครอบครัว
หรือราว 146
ล้านคน
โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละบ้านจะเปิดชมรายการทาง
PBS
มากกว่าแปดชั่วโมงในเดือนดังกล่าว
รูปแบบรายการ
PBS
ไม่ได้ผลิตรายการเอง แต่ได้รับรายการจากสถานีสมาชิก ผู้ผลิตอิสระ
และจากแหล่งต่างๆทั่วโลก จากนั้น
PBS
จะแจกจ่ายให้กับสถานีสมาชิกเพื่ออกอากาศ
รูปแบบที่นำเสนอจะครอบคลุมรายการเด็ก วัฒนธรรม การศึกษา ประวัติศาสตร์
ธรรมชาติ ข่าว กิจการสาธารณะ วิทยาศาสตร์ และการฝึกทักษะ
งบประมาณสนับสนุนของ
PBS
PBS
ประสบปัญหาทางการเงินเช่นเดียวกับการดำเนินกิจการโทรทัศน์เพื่อสาธารณะทั่วไป ในปีงบประมาณ
2542 PBS
ได้รับงบประมาณรวมทั้งสิ้น
1.6
ล้านบาท
รายได้หลักมาจากการบริจาคของผู้ชม
(ร้อยละ
23.2) รัฐสนับสนุน
(ร้อยละ
16.9) CPB
และ
เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง
(ร้อยละ
14.5) ภาคธุรกิจ
(ร้อยละ
13.6) สถานศึกษาและมหาวิทยาลัย
(ร้อยละ
7.9) และมูลนิธิ
(ร้อยละ
6.0)
ในปี
พ.ศ.
2542 มีประชาชนและครอบครัวจำนวนถึง
4.7
ล้านที่บริจาคเงินให้แก่
PBS
เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น
373
ล้านดอลลาร์
PBS
มุ่งหน้าสู่ความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีดิจิตัล
PBS
ได้ดำเนินบทบาทเป็นผู้นำทางโทรทัศน์ที่ได้เผยแพร่รายการผ่านระบบดิจิตัลผ่านช่องสัญญาณ
PBS KIDS
และ
PBS YOU
ในระบบ
multicast นอกจากนั้นPBS
Online
ได้เริ่มผลิตโปรแกรมเพื่อบุกเบิกการผสานสื่อโทรทัศน์เข้ากับอินเทอร์เน็ต โดยนำเสนอเนื้อหาสาระมากกว่า
135,000
หน้า รวมทั้งรายการต่างๆมากกว่า
450
รายการ PBS
Online
นี้
ดำเนินการแบบธุรกิจโดยรับสปอนเซอร์และการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนทั้งทางด้านการเงิน
และด้านเทคโนโลยี
จุดเด่นที่นำมาสู่ความสำเร็จของ
PBS
นั้น
คือการผสมผสานรายการเพื่อการศึกษากับความบันเทิงเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด
อย่างไรก็ตาม
ในสหรัฐอเมริกายังมีรายกายโทรทัศน์อื่นๆที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอเนื้อหาสาระและประโยชน์สาธารณะ
แต่ได้ดำเนินการผ่านระบบบอกรับเป็นสมาชิก
(cable television)
ช่องที่มีชื่อเสียงในขณะนี่ได้แก่
Discovery Channel
ซึ่งเน้นการนำเสนอสารคดีผจญภัยและการท่องเที่ยว
C-SPAN
ซึ่งนำเสนอการประชุมสภา และ
COURT TV
ซึ่งนำเสนอการพิจารณาคดีสำคัญในศาลของสหรัฐ
แนวคิดเรื่อง
public
broadcasting
ในประเทศสหรัฐอเมริกา
คงจะมีความสอดคล้องในบางส่วนกับการดำเนินการของสื่อกระจายเสียงของกรมประชาสัมพันธ์ในประเทศไทย
และสถานีวิทยุเพื่อการศึกษา
(ETV)
อย่างไรก็ตาม
ท่ามกลางข้อจำกัดของการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุเพื่อการศึกษา
งบประมาณอันมหาศาลในการจัดตั้งและดำเนินงานสถานีวิทยุโทรทัศน์
และความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของเทคโนโลยี เคเบิลทีวีจะเพิ่มบทบาทสำคัญอย่างรวดเร็วต่อสังคมไทยในอนาคต
และอาจเป็นทางเลือกที่สำคัญในการดำเนินกิจการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาได้เช่นกัน
ข้อมูลอ้างอิง
Corporation of Public Broadcasting. (2001).
Historical Timeline of Public Broadcasting. [On-line]. Available:
http://www.cpb.org/about/history/timeline.html.
Public Broadcasting Service.
(2001). PBS in Brief. [On-line]. Available: http://www.pbs .org
Sterling, H. (1990).
Broadcasting in America: A Survey of Electronic Media (6th
edition). Boston: Houghton Miffin Company. |