ศิลปะอย่างไทย
ละโว้ธานี
ศรีปุระ นครอลังการ
ดินแดนแห่งอมตะนคร
เป็นการแสดงจินตนาการประกอบแสง-เสียงในงานแผ่นดิน
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อลำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ที่มีต่อลพบุรีและประเทศชาตินอกจากพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของพระองค์การแสดงการ ละเล่นและขบวนแห่การแต่งกายสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงการประดับประทีปโคมไฟใน พระราชวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์การแสดงแสง-เสียงดังกล่าวยังเท้าความถึงประวัติความ เป็นมาของจังหวัดลพบุรี ท่ามกลางฉากอันวิจิตรตระการตา ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี ที่น่าประทับใจคือในงานฉลองแผ่นดินพระนารายณ์มหาราชชาวจังหวัดลพบุรีพร้อมใจกัน |
![]() |
จิตรกรรม
คือ
การระบายด้วยสีหรือภาพเขียนสีซึ่งเกิดขึ้นจากการเขียนหรือการวาด
โดยใช้สี
เป็นส่วนสำคัญในการทำให้เกิดภาพ ภาพจิตรกรรมของฝาผนังพระอุโบสถวัดใหญ่สุวรรณารามอำเภอเมืองเพชรบุร การเขียนและความเป็นเลิศในฝีมือช่าง อายุของภาพคาดคะเนว่าน่าจะเขียนขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2150-2200 ในรัชสมัยแผ่นดินพระเจ้าประสาททองลงมา |
|
เรือเพลง
เป็นเรือที่ใช้เล่นสำหรับเล่นเพลงเรือซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่มาแต่โบราณนิยมเล่นกันมากในจังหวัด สุพรรณบุรีอ่างทอง สิงห์บุรี และอยุธยา ส่วนใหญ่ จะเริ่มเล่นตั้งแต่ขึ้ น 7ค่ำ เดือน 12 ชึ่งเป็นช่วงหน้าน้ำ ข้าวในทุ่งนาเหลืองอร่ามเต็มที่ ชาวบ้านมีเวลาว่างก่อนฤดูเก็บเกี่ยว จึงพายเรือออกมาร้องเพลงเรือ เพือความเพลิดเพลิน เรือที่ใช้ในการเล่นเพลงเรือ จะต้องเป็นเรือที่นั่งได้ลำละ 9-10 คน ซึ่งได้แก่ เรรือมาด 4 แจว หรือเรือพายม้า เพลงเรือมีลักษณะเป็นร้อยกรองหรือบทกลอน ที่ลงด้วยสระเดียวกันไปเรื่อยๆ และต้องร้องรับ "ฮ้าไฮ้" มีฉิ่งและกรับ เป็นเครื่องประกอบจังหวะเพื่อความครึกครื้นเรือเพลงจะแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ต่างผลัดกันร้องโต้ตอบ เนนนนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับการเกี้ยวพาราสี หรือต่อว่าต่อขาน เน้นความสนุกสนานเป็นหลัก เรือเพลงส่วนใหญ่จะเล่นเวลาพลบค่ำ ดังนั้นท้องน้ำจึงสว่างไสวไปด้วยตะเกียงเจ้าพายุ หรือตะเกียงลานที่จุดไว้กลางลำเรือ |
ว้าหารูปให้ไม่ได้ I AM SORRY |
หากได้อ่านวรรณคดีหลายๆ เล่ม จะปรากฏในบทกลอนสำหรับร้องเป็นเพลงประกอบการรำว่า เมื่อมีการเบิกตัวละครออกจากฉากแทบทุกฉาก กวีมักจะพรรณนาถึงการแต่งกายไว้อย่างพิถีพิถัน แสดงถึงนิสัยรักการแต่งตัวของคนไทย ปกติคนไทยแต่เก่าก่อนมักจะทอผ้าใช้เอง โดยย้อมทำเป็นสีสันและลวดลายต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการสร้างลวดลายบนผ้าอีกประเภทหนึ่ง คือการปักผ้า ด้วยเหตุที่การปักผ้าเป็นงานช่างที่ประณีตใช้เวลาแต่ทว่าให้ความงามได้มาก ฉะนั้นเมื่อใดที่มีการปักผ้าขึ้น ผ้าชิ้นนั้นย่อมใช้ในกาลพิเศษ หรือบุคคลพิเศษ กรณีพิเศษ เช่น การปักผ้าเป็นเรื่องราวต่าง ๆ สำหรับประดับบ้าน ดังปรากฏในเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ว่า นางวันทองก็ปักผ้าด้วยไหมเป็นเรื่องราววรรณคดี ประดับไว้ในบ้าน หรือการปักผ้าห่อคัมภีร์ การปักตาลปัตตานึกสำหรับถวายพระ ก็ทำด้วยกาลที่มีการทำบุญพิเศษ เช่น การทำบุญครบรอบอายุ ส่วนการปักผ้าสำหรับบุคคลพิเศษ เห็นจะได้แก่ผ้าปักของเจ้านายที่ใช้ทรง เพราะเป็นของที่ทำยาก ใช้ฝีมือล้วน ๆ โดยเฉพาะหากเป็นผ้าสไบที่ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองแล้ว ยังถือเป็นของพระราชทานสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น มิใช่ใส่เอาสวยงาม แต่เป็นเครื่องบอกบรรดาศักดิ์อย่างหนึ่ง พวกละครไทยซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับจักร ๆ วงศ์ๆ แลเห็นความสวยงามของเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับเจ้านายนี้ ก็นิยมเอามาทำเลียนแบบโดยผู้ประพันธ์พรรณนาไว้เป็นบทกลอนไพเราะ เกือบทุกครั้งที่ตัวละครเอกออกจากฉากใหญ่ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ตัวละครก็จะรำทำท่าไปตามเพลงหรือบทกลอนเหล่านั้น เช่นเพลงชมตลาด เพลงสรงโทน เป็นต้น ในสมัยก่อนนั้น การปักผ้าเป็นเรื่องของสตรีโดยแท้ โดยเฉพาะในวังแล้ว ก็นิยมสั่งสอนให้มีความรู้เรื่องการทำอาหาร จัดดอกไม้ และปักผ้า ซึ่งคงเป็นเช่นเดียวกับค่านิยมในปัจจุบันที่นิยมส่งลูกเรียนบัลเล่ต์หรือเล่นเปียโน โดยการปักผ้านั้นมักจะมีช่างเขียนออกแบบไว้ให้แล้ว ยกเว้นนอกเสียจากช่างสตรีบางคนที่มีความสามารถในการเขียนหรือออกลายเองได้ สำหรับวัสดุที่ใช้ในการปักผ้านั้น ต้องใช้วัสดุหลายประเภท ที่เป็นหลักก็ได้แก่ ไหม ดิ้นเงิน ดิ้นทอง เลื่อม แล่ง ลูกปัด ฯลฯ ที่สมัยก่อนต้องสั่งมาจากต่างประเทศ เช่น เปอร์เซีย อินเดีย แต่ด้วยวิสัยช่าง ก็อาจจะผสมวัสดุที่หาได้รอบๆ ตัวใช้ร่วมไปด้วย เช่น ปีกแมลงทับ พลอยสีต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนขั้นตอนการทำผ้าปักเหล่านี้ก็ทำโดยเขียนลายบนกระดาน แล้วปรุลายเหล่านั้นเป็นเส้นไข่ปลา แล้วตบฝุ่นสีลงบนพื้นผ้า เมื่อเกิดเป็นรอยฝุ่นแล้วจึงลอกเอากระดาษต้นแบบออก แล้วลงมือปักตามลายปรุ โดยใช้กลึงเป็นลายก็ได้ หรือปักเป็นลายดอกจอก ลายประจำยามได้ ตามแต่จะจินตนาการไปให้วัสดุเหมาะกับลวดลาย ผ้าที่ปักด้วยมือเหล่านี้ เจ้าของใช้อย่างถนอมและใช้ในโอกาสพิเศษ ไม่นิยมซักล้าง โดยเฉพาะหากเป็นดิ้นเลื่อม ที่ทำด้วยโลหะ เพราะจะทำให้หมองหรือเป็นสนิม สำหรับผู้ที่รักผ้าแล้ว ยามใดที่ได้คลี่ผ้าปักเก่าเก็บออกมาจากกรุ ก็จะรู้สึกได้ว่าผ้าเหล่านั้นเป็นเสมือนต้นไม้ที่ได้ฝน กล่าวคือ เมื่อเราคลี่ผ้าออกมารับลม ผืนผ้างามนั้นก็จะส่งกระแสความตั้งใจ ความรัก ที่เจ้าของผ้าบรรจุอย่างประหลาด เหมือนกับที่ผู้เขียนคเยพบผ้าปักปลอกหมอนในเรือนเจ้าแม่หลานที่วางซุกในมุมมืด แต่ด้วยกระแสอะไรบางอย่างก็ให้หยิบผ้านั้นมาคลี่ดู ปรากฏเป็นผ้าปักกลึงเส้นทองซึ่งมีลวดลายที่สวยงามมากจึงได้รักษาไว้และนำลายมาประยุกต์ใช้ ปักเป็นหน้าหมอนผืนใหม่งามจับตา |
คนยุคก่อนมีวิธีคิดที่จะใช้วัสดุพื้นบ้านมาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่มีประโยชน์ หม้อน้ำ
เป็นภาชนะดินเผาสีดินแดงหรือสีอิฐ
มีขนาดไม่ใหญ่นัก คือ รูปทรงของหม้อน้ำจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น โดยมักจะมีส่วนกลางที่ป่องกว้างออก มีก้นและปากสอบเข้า และมีฝาปิดคล้ายหม้อดิน แม้จะเน้นที่ประโยชน์ใช้สอย แต่มักจะพบลวดลายบนหม้อน้ำและด้ามจับของกระบวยตักน้ำอยู่เสมอ
|
ผ้าขาวม้า เป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนไทย ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้ความหมายตามพจนานุกรมจะหมายถึงผ้าห่ม ผ้าใช้ผลัดอาบน้ำ หรือเคียนพุงแต่จริง ๆ แล้ว ผ้าขาวม้ายังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกมากมาย สมัยก่อน
ผ้าขาวม้าใช้ทำเป็นเบาะรองเด็กแรกเกิด
หรือจะใช้เป็นผ้าอ้อม
เป็นแปลเด็กโดยผูกเชือกแขวนกับขื่อบ้านหรือต้นไม้ก็ได้ตามสะดวก
หรือจะใช้เป็นผ้าผูกรองลูกไว้ข้างหลังแม่กับลูกตกก็ได้อีกกระทั่งเด็กโตพอรู้ความผ้าขาวม้าก็กลาย ชายไทยสามารถใช้ผ้าขาวม้าคาดเอวแทนเข็มขัด เป็นผ้านุ่ง คล้องคอหรือพาดบ่าเมื่อจะออกไปนอกบ้าน ใช้โพกศรีษะกันความร้อนจากแสงแดด ใช้ใส่สัมภาระ หรือใช้ต่างผ้าเช็ดตัว หญิงไทยก็เช่นกัน ใช้ผ้าขาวม้าเป็นผ้าแถบรัดอกแทนยกทรงหรือใช้กระโจมอกอาบน้ำ ซึ่งเป็นภาพที่ยังพบเห็นกันอยู่ในชนบท นอกจากนี้ ผ้าขาวม้ายังเป็นของขวัญ ของฝากสำหรับญาติผู้ใหญ่ในทุกเทศกาล เป็นของที่ระลึกแบบไทย ๆ ที่ใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าและราคาไม่แพง |
นำอบไทยมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา คนในภาคกลางนิยมปรุงขึ้นใช้กันเองในครัวเรือน หรือทำเป็นของชำร่วยสำหรับแจกญาติสนิทมิตรสหาย ส่วนที่ทำขายใส่อยู่ในขวดโหลแก้วก็มีอยู่บ้างพอสมควร น้ำอบจะมีลักษณะเป็ฯน้ำสีเหลืองอ่อนใส มีกลิ่นหอมแบบไทย ๆ วิธีการปรุงนั้นใช้การอบด้วยกลิ่นควันของเครื่องหอมจำพวก กำยาน พิมเสน แก่น จันทน์เทศ และดอกไม่ฃ้ที่มีกลิ่นหอม เช่น ลำดวน จันทน์กะพ้อ กระดังงา โดยเฉพาะดอกชมนาดซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นหอมเฉพาะของน้ำอบไทย น้ำอบไทยส่วนหนึ่งในการดำเนินวิถีชีวิตของคนไทยในยุคก่อน นิยมนำมาใช้ประชโลมเนื้อตัวเพื่อผ่อนคลายความร้อนและให้มีกลิ่นหอมกรุ่นติดกายไปตลอดวัน มีการนำมาผสมกับแป้งร่ำใช้ปะหน้าให้ดูสวยงามหรือลูบทาตามเนื้อตัวเพื่อระงับอาการระคายเคืองโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ และหากนำมาผสมกับข้าวสารป่นก็จะมีสรรพคุณช่วยลดอาการคันแสบร้อน หรือเป็นผืนเม็ดจากอาการแพ้ต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้น้ำอบไทยยังใช้เป็นเครื่องบูชาในพิธีกรรมต่าง ๆ เช่นพิธีทำขวัญข้าวหรือทำขวัญพระแม่โพสพ ใช้สำหรับสรงน้ำพระพุทธรูป พระภิกษุ หรือรดน้ำผู้ใหญ่ในโอกาสต่าง ๆ และยังใช้เป็นส่วนผสมกับแป้งกระแจะที่ใช้สำหรับเจิมคน สัตว์ หรือสิ่งของ ในพิธีการตามขนบธรรมเนียมนิยมอีกด้วย
|
|
ท่ามกลางม่านควันสีขาวลอยคละคลุ้งขึ้นมาจากกระถางธูปใบโต
เสียงกังวานของระนาด
ตะโพน และฉิ่งฉาบกรูกราว
ประสานกับเสียงร้องทำนองชาตรีดังเจื้อยแจ้วจากลำคอของเหล่านางรำที่กำลังจีบมือ
และตวัดเท้าอยู่เบื้องหน้าองค์สวายัมภูผู้ศักดิ์สิทธิ์
ทำหน้าที่เสมือนเป็นสื่อกลางระหว่างมวลมนุษย์กับเทพยดานำเครื่องบนบานของเหล่าผู้ทุกข์ยากจากโลกอันสับสน
ไปถวายแด่องค์ปชาบดีซึ่งโปรดปรานละครรำยิ่งนัก
แม้เรื่องที่นำมาแสดงไม่ปะติดปะต่อกันสักเท่าใด
ผู้แก้บนส่วนใหญ่มักไม่สนใจ
ขอเพียงเสียเงินจ้างให้นางละครออกมาร้องมารำถวายเป็นพอ |
มณีนพรัตน์
หมายถึง อัญมณีมงคล 9
ประการตามความเชื่อของคนไทยในสมัย |
กระต่ายขูดมะพร้าว
เป็นเครื่องมือสำหรับขูดมะพร้าวที่ยังไม่ได้กะเทาะเปลือกออก
บางพื้นบ้าน วิธีขูดมะพร้าวของชาวบ้านจะขูดเบา
ๆ ไม่กดแรงเกินไป
เพราะจะทำให้คั้นกะทิยากหากขุดเบา
ๆ
แล้วเนื้อมะพร้าวจะเป็นฝอยละเอียด
คั้นน้ำกะทิง่ายและได้ปริมาณมากกว่าปกติการขูดมะพร้าวใช้ปรุงอาหารในครอบครัวไม่นิยมขูดเนื้อมะพร้าว |
ภาชนะชนิดหนึ่ง ทำด้วยเส้นดอกไม้ไผ่และหวายสาน ลักษณะอย่างรูปกรวยกลมทรงเดตี้ยหงายขึ้น ส่วนปากกลม ส่วนก้นสอบมาก พื้อนก้นกระจาดเป็นรูปสี่เหลี่ยม สมัยก่อนนิยมทำทรงเตี้ย ปัจจุบันมักทำทรงสูง ใช้ใส่ของแห้งหรือภาชนะต่าง ๆ พาไปกับตัวด้วยวิธีกระเดียดเข้ากับเอวหรอใส่สาแหรกสอดไม้คานหาบไปเป็นคู่
|
วันสงกรานต์
หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย
ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปี
ซึ่งมีธรรมเนียมปฏิบัติสืบทอดเป็นวัฒนธรรมอันดีงามต่อ
ๆ กันมา เช่น การทำบุญตักบาตรในตอนเช้า การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และการละเล่นรื่นเริงต่าง ๆ นอกจากนั้น ยังมีความเชื่อถือเกี่ยวกับตำนานของนางสงกรานต์ ซึ่งเป็นธิดาของท้าวกบิลพรหมหรือท้าวมหาสงกรานต์ว่า นางสงกรานต์ จะผลัดเปลี่ยนกันรับหน้าที่อัญเชิญเศียรของท้าวกบิลพรหมผู้เป็นบิดา ออกมา แห่เวียนประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุในวันสงกรานต์ของทุก ๆ ปี นางสงกรานต์มีอยู่ด้วยกัน ๗ นางประจำแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์ หากวันสงกรานต์ตรงกับวันใดก็จะเป็นหน้าที่ของนางสงกรานต์ประจำวันนั้น ๆ โดยแต่ละนางจะมีชื่อและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป ในปีนี้ วันสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดีจึงเป็นหน้าที่ของนางกิริณีเทวี ซึ่งทัดดอกมณฑณ และใช้มรกตเป็นเครื่องประดับ เสวยถั่วงาเป็นภักษาหาร หัตถ์ขวงถือขอ หัตถ์ซ้ายถือปืน ปละมีช้างเป็นพาหนะทรง |
ตามวัดวาอาราม
หรือแหล่งโบราณสถานในพุทธศาสนา
เรามักพบเครื่องหมายกำหนดเขตชุมนุมของพระภิกษุในการ ส่วนลวดลายที่ช่างฝีมือแกะสลักลงบนเสมา หากไม่เป็นลายไทยก็จะเป็นภาพพระพุทธรูป พระพุทธประวัติ และทศชาดก บางอันมีลักษณะเป็นเพีงแผ่นหรือแท่งหินเรียบ ๆ เท่านั้น เนื่องจากไม่ปรกฏการแกะสลักลวดลายใด ๆ สำหรับรูปแบบของเสมาในปัจจุบันนิยมใช้แผ่นหินที่สกัดส่วนบนให้กว้างและโค้งมน ปาดยอดให้แหลมขึ้น ตรงกลางมีลักษณะคอดเข้า ส่วนปลายผายออก และสลักหลายพระธรรมจักรบริเวณครึ่งบนของเสมา
|