|
|
ทางเหนือ ตั้งแต่ราวปี พ.ศ.1000เป็นต้นมา มีการรวมตัวกันขึ้นเป็นแค้วนหริภุญชัย
โยนกเชียงเสน และเงินยางเชียงแสน ชึ้งต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นล้านนา รุ้งเรืองร่วมสมัย
กับสุโขทัยและอยุธยา
ภาคกลาง บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา-ท่าจีนมีแคว้นทวารวดีที่เติบโตขึ้นมาในช่วง
พ.ศ. 1100-1500มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนครปฐมหรือนครไชยศรีทวารวดีสิ้นสุดความเป็น
รัฐลงด้วยเหตุผลสองประการคือการเปลียนทางเดินของลำน้ำและอิทธิพลขอมที่แผ่ขยายเข้ามา
ตั้งเมืองละโว้ขึ้นเป็นศูนย์กลางแทน
ละโว้ รุ้งเรืองขึ้นมาหลังปี พ.ศ. 1500 แทนที่รัฐเดิมของทวารวดีอย่างนครชัยครีเทพ
โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ลุ้มแม่น้ำลพบุรี เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลงในราวพุทธศตวรรษที่ 18 หลัง
ยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พร้อมกับการเกิดขึ้นของสุโขทัย ละโว้ก็ลดบทบาทลงไปด้วย
ราชธานีสุโขทัย
ชื่อของเมืองที่แปลว่า "รุ้งอรุณแห่งความสุข"และคำกล่าวที่รู้จักกันดีว่า...เมืองสุโขทัย
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวทำให้ภาพของสโขทัยเป็เมืองแห่งความฝัน นครแห่งคและอดีตที่มิ
อาจหวนคืนราวปีพ.ศ.1700 กว่า ปรากฏข้อความในสิลาจาลึกวัดศรีชุม ชึ้งเขียนขึ้นโดย
พระมหาเถรศรีศรัธาระบุว่า พ่อขุนนาวนำถุมในนครสุโขทัยและศรีสัชนาแห่งลุ่มน้ำยมแสดง
ให้เห็นว่าสุโขทัยเริมมีฐานะฬนแคว้นขึ้นมาแล้วโดยมีพ่อขุนนาวเป็นเจ้าเมืองในช่วงนี้ อิทธิพล
ของขอมเริ่มเสื่อมลงหลังจากยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724-17641) เนื่องจาก
สงครามและการเกณฑ์แรงงานการสร้างศาสนสถานต่างๆ นอกจากนี้พ่อขุนศีรนาวนำถุมก็ใช้
วิธีให้โอรสคือพ่อขุนผาเมืองแต่งงานกับธิดาของกษัตริย์กัมพูชาอยู่ในฐานะ "เมืองพ่อตา"
กับ "ลูกเขย" พ่อขุนผาเมืองจึงได้รับการขนานนามเป็น "ศรีอินทรบดินทราทิตย์" หลังจาก
ที่พ่อขุนศรีนาวนำถุมรวบรวมแคว้นสุโขทัยขึ้นแล้ว ไม่นานก็เกิดเหตุการวุ่นวายขึ้น โดยมี
"ขอม" พวกหนึ่งเข้ามาแย่งชิงอำนาจพวกขอมเข้ามายึดเมืองได้ในที่สุด และเป็นไปได้ว่า
พ่อขุนศรีนาวนำถุมเชืยชีวิไป้แล้วช่วงนี้ พ่อขุนผาเมืองชึ้งครองเมืองราดอยู่ จึงรวมกับพ่อขุน
บางกลางหวาชึ่งมิได้ระบุแน่ชัดว่ากำลังครองเมืองใดอยู่ รวบรวมกำลังไปชิงเมืองขุโขทัยคืน
มาได้สำเร็จ พ่อขุนผาเมืองจึงยกเมืองให้พ่อขุนบางกลางหาวพร้อมทั่งมอบนาม
"ศรีอินทราบดินทราทิตย์" ให้ด้วย หลังจากนั้นการขยายอณาเขตของสุโขทัยก็เริมขึ้นถือเป็น
ช่วงเวลาการกวาดต้อนผู้คน และรวบรวมบ้านเมืองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร
หลังพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ขึ้ครองราชได้ไม่นาน ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดที่อยู่ใกล้เมืองสุโขทัย
ก็ยกทับมายึดเมืองตากนี้เองที่ปรากฏเรื่องราวอันกล้าหารของเจ้ารามคำแห่งที่ไสช้างเข้าขวาง
ขุนสามชนจนได้ชัยชนะแสดงให้เห็นว่ากำลังของอาณาจักรสุโขทัยนั้นยังมิได้รวมกันเป็นปึก
แผ่น ยังต้องอาศัยการทำศึกปราบปรามอยู่บ่อยครั้ง
พ่อขุนรามคำแหง : กษัตริย์ผุ้มีชื่อเสียงมากที่สุดของสุโขทัยพระองค์มีชื่อเสียงในฐานะ
ผู้สร้างกรุงสุโขทัยให้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด เป็นผู้คิดประดิษฐอักษรไทยและเป็นผู้สร้าง
ศิลาจาลึกบอกเล่าเรื่องราวในยุคสมัยของพระองค์ ในยุคนี้อานาเขตของสุโขทัยแผ่ขยายออก
ไปกินบริเวณถึงตอนล่างของลุ่มแม่น้ำปิง ลุ่มน้ำยม ลุ่มแม่น้ำน่าน และตอนบนของแม่น้ำป่าสัก
อาณาเขตของสุโขทันดังที่ปรากฎนั้น
กว้างใหญ่ไพศาลจนถึงเวียงจัน เมืองแพร่ เมืองน่าน
ชียงแสน พะเยา นี้ก้ชี้ให้เห็นว่าสุโขทัยมีการติดต่อกับรัฐเหล่านี้จริง และการติดต่อค้าขาย
นี้เองที่นำมาวึ่งความรุ่งเรืองของสุโขทัย ออออันสอดคล้องกับข้อความที่ปรากฏในศิลาจารึกว่า
...เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใครค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้า
เงือนค้าทองค้านโยบายการค้าแบบเสรี และการที่...เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ลู่ทาง คือการไม่
เก็บภาษีนี้ ทำให้สุโขทัยเติบโตขึ้นเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญทางศิลปวัฒนธรรม คนแต่ละกลุ่ม
ที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับสุโขทัยต่างก็ได้นำวัฒนธรรมเฉพาะของตนมาด้วยการเปิดรับและการ
ถ่ายทอดวัฒนธรรม ทำให้สุโทัยเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธรูปสำริดอันงดงามที่ได้ถ่ายทอดมา
จากดินแดนอิสาน พร้อมๆกันนี้สุขโทัยก็ได้ประยุกต์ศิลปวัฒนธรรมบางอย่างขึ้นมาเป็นรูปแบบ
เฉพาะของตัวเอง แต่ ณ วันนี้ ความรู้เล่านี้ก็ถูกคัดค้านอย่างมาก โดยนักวิชาการที่ทักท้วงว่า
พ่อขุนรามคำแหงมิได้เป็นผู้ประดิษฐอักษรไทย รวมทั้งสิราจารึกก็มิได้แต่งขึ้นในสมัยพระองค์
แต่ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร |
|

ภาพอาณาจักรสุโขทัย
|
|
Page => 1:
2 : 3 : 4
: 5 |