
| ละครแห่งชีวิต พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๔๗๒
ม.จ.อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ |
ละครแห่งชีวิต เป็นนวนิยายที่ตีพิมพ์ครั้งแรกก่อนการเปลี่ยนแปลง การปกครอง ๓ ปี และเป็นหนังสือที่ก่อให้เกิดผลสะเทือนทั้งในวงวรรณกรรม และวงสังคม คนชั้นสูงในยุคนั้น เป็นนวนิยายที่ใช้ฉากในประเทศและต่างประเทศเป็นเรื่องแรก ทั้งยังเป็น เรื่องเศร้า รักไม่สมหวัง ซึ่งเป็นเรื่องแหวกแนวนิยมในยุคนั้นและเป็นหนังสือที่ปลุกกระแส การวิจารณ์หนังสือด้วย ละครแห่งชีวิต เป็นเรื่องของผู้คนที่อยู่ในชนชั้นผู้ดี หรือชนชั้นสูงในสมัยรัช กาลที่ ๗ ตัวเอกของเรื่องคือ นายวิสูตร ศุภลักษณ์ ณ อยุธยา ผู้เป็นบุตรของพระยาวิเศษ ศุภลักษณ์ ซึ่งเป็นชนชั้นปกครอง มีตำแหน่งข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย เป็น ปราชญ์ของชาวไทย เขียนหนังสือวิทยาการไว้มากมาย สำเร็จปริญญาวิชากฎหมายจาก เมืองนอก บิดาของวิสูตรเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์ มีเกียรติ มีบรรดาศักดิ์ และมีอำนาจ อยู่ คฤหาสน์อันโอ่โถงสง่างาม และมีบุตรธิดาหลายคน วิสูตรรู้สึกแปลกแยกในแวดวงญาติพี่น้อง มองตัวเองเป็นคนนอกท่ามกลาง สังคมชนชั้นสูง เขามองตนเองว่าเป็นลูกชังของพ่อแม่ เขาไม่รับรู้ความกลมเกลียวฉันพี่ น้องกับลูกคนอื่นๆ ของพ่อแม่ เขาไม่เคยได้ลิ้มรสความสุข ความหรูหราฟุ่มเฟือยที่ชนชั้น ปกครองในยุคนั้นสามารถบันดาลให้ได้ ผู้หญิงสองคนที่มีบทบาทในชีวิตวัยเยาว์ของวิสูตร คือ ยายพร้อม หญิงชาวบ้านผู้เป็นพี่เลี้ยง และบุญเฮียง เด็กลูกสาวเจ๊กตี๋ หลานเขยของ ยายพร้อม ซึ่งอยู่ใกล้ๆ คฤหาสน์ของครอบครัวของวิสูตร วิสูตรถือว่าบุญเฮียงเป็นเพื่อน รัก และยายพร้อมเป็นเพื่อนตายในสมัยที่เขายังอยู่กับครอบครัวในบ้านของพ่อ ยายพร้อมได้ถ่ายทอดความคิดเรื่อง "อาภัพ" และ "โชค" ให้แก่วิสูตร โดย ปลอบใจวิสูตรว่า แม้จะอาภัพในเรื่องความรักจากพ่อแม่ แต่เขาก็มีโชคทางการพนัน วิสูตรเป็นเด็กที่เกเร หัวไม้ ใจบึกบึน หัวเรือใหญ่ เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่เชื่อใจในเพื่อนมนุษย์ เมื่ออายุได้ ๑๗ ปี ประดิษฐ์ บุญญารัตน์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนของวิสูตรเป็นผู้ทำ ให้วิสูตรเรียนรู้คำว่า "น้ำใจ" และ "มิตรภาพ" จากเหตุการณ์วิวาทจนถึงขั้นชกต่อยกันระหว่าง เขาทั้งสอง และประดิษฐ์ยอมรับผิดรับโทษจากครูเสียเองแต่ผู้เดียว ทำให้วิสูตรพ้นโทษไป ทั้งๆ ที่ผู้ก่อเรื่องคือตัววิสูตรเอง ในช่วงนี้เอง แม่ของวิสูตรก็ต้องขยับขยายย้ายออกมาจากคฤหาสน์ของพ่อ เพื่อหลีกทางให้กับผู้หญิงที่สาวกว่า วิสูตรตามแม่มาอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับประดิษฐ์ที่ ฝั่งธนบุรีและได้บ่มเพาะความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ลำจวน น้องสาวของประดิษฐ์ ต่อมาเมื่อประดิษฐ์ได้รับทุนไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ วิสูตรนอกจากจะขาด เพื่อนคู่ใจแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ลำจวน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนหญิงที่สนิทสนม ก็ตีจากไปคบ หาสมาคมกับร้อยโทกมล จิตรปรีดี หนุ่มนักเรียนนอก หลังจากวิสูตรจบจากโรงเรียนเทพศิรินทร์แล้ว ก็มีความต้องการจะ "ไปเมือง นอก" เพื่อแสวงหา ความลับแห่งความเจริญรุ่งเรือง ค้นหาสระอโนดาต เขาคิดว่า ขอแต่ เพียงได้ไปเห็นก็จะเป็นที่พอใจแล้ว วิสูตรจึงตัดสินใจใช้เงินสองหมื่นบาทที่ปู่ได้ทำพินัย กรรมไว้ให้ ทั้งๆ ที่ตระหนักดีว่าเงินจำนวนนี้ใช้ไปเมืองนอกได้ไม่กี่ปี และเมื่อกลับมาแล้ว เขาจะไม่เหลืออะไรติดตัวเลย ช่วงแรกของชีวิตในต่างแดนของวิสูตรเต็มไปด้วยความรัก และความอบอุ่น จากครอบครัวและสมาคมของร้อยเอกแอนดรูว์และนางเอลซี จนวิสูตรเห็นว่ากระท่อมนาง พญา ในเมืองเบกส์ฮิลล์-ออน-ซี เป็นสวรรค์สำหรับเขาทีเดียว เขาได้พบมาเรีย เกรย์ สาว นักหนังสือพิมพ์ลูกครึ่งอังกฤษอิตาเลียน ซึ่งต่อมาชักชวนให้วิสูตรเข้าสู่วงการหนังสือ พิมพ์ โดยใชนามปากกา บ็อบบี้ ชีวิตช่วงนี้ของวิสูตร เต็มไปด้วยเรื่องราวของการผจญ ภัย ได้เรียนรู้สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ได้มีโอกาสไปโรม ปารีส รีเวียรา มอนติคาร์โล ได้สัมภาษณ์ บุคคลสำคัญระดับโลก และอิ่มเอิบกับความรักและมิตรภาพในแวดวงของคนหนังสือพิมพ์ และได้สัมผัสกับผู้หญิงอีกหลายคน เช่น คาสลิน ไมลส์ อดีตเพื่อนสาวของประดิษฐ์ โอ เด็ดด์ มาเซลลา หญิงนักเที่ยวแห่งปารีส และ เคาน์เตส บรินเดนฮาบรูก สตรีผู้สูงศักดิ์ รักสนุก ชาวฮังกาเรียน จุดหักเหของชีวิตมาถึงเมื่อวิสูตรประสบอุบัติเหตุ จนต้องเลิกอาชีพนัก หนังสือพิมพ์ สุขภาพทรุดโทรม ฐานะทางการเงินตกต่ำ เขาจึงตัดสินใจไปตายดาบหน้า เดินทางต่อไปเผชิญโชคในอเมริกา ในอเมริกาเขาได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง เรียนวิชาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยยอร์จทาวน์ และพบ อุไร สุวรรณะวนิตย์ นักเรียนแพทย์ สาวสวยรวยอิสรภาพ แต่วิสูตรก็ไม่สามารถเรียนหนังสือต่อได้ เพราะสายตาของเขาได้รับ ความกระทบกระเทือนจากอุปัทวเหตุ รถยนต์สมัยอยู่อังกฤษ เขาจึงต้องทิ้งชีวิตนักเรียน นอก และเดินทางกลับบ้านเกิดผ่านญี่ปุ่นและจีน โดยมีพอลลี เดอร์คลูด ลูกสาวนักค้าของ เก่า และบิดา เซอร์ เปอร์ซีเวิล ฮัมเฟรย์ เป็นเพื่อนร่วมทาง วิสูตรและมาเรียพบกันเป็นครั้ง สุดท้ายที่ท่าเรือเมืองเซียงไฮ้ เขาเดินทางรอบโลก ใช้เวลาในต่างแดนหกปี แต่กลับถึงเมืองไทยเขาก็ยังเป็น "คนไม่มีปริญญา" เช่นเดียวกับที่เขาออกจากเมืองไทย แต่วิสูตรไม่ได้มองตนเป็นคนอาภัพ อีกต่อไป เขากลับเข้าไปอยู่บ้านเดิมของพ่อ และเข้ากับพี่น้องได้ดี เขาไม่มีความน้อยใจที่ ยากจน เพราะถือว่าประสบการณ์ที่เห็นสิ่งดีงามมามาก แล้วทั่วโลกสำคัญกว่าความยากดีมี จน สิ่งที่เขาค้นพบจากการแสวงหาอันยาวนาน นี้ก็คือ การรู้จักตนเองและเพื่อนร่วมโลกมาก ขึ้น และสามารถปรับตนให้เป็นคนในสังคมได้มากขึ้น ฉากสุดท้ายของละครแห่งชีวิตของวิสูตร คือ หน้าหีบศพของร้อยโทกมล จิตร ปรีดี สามีของลำจวน เพื่อนหญิงในวัยเยาว์ของวิสูตร |
