แม่สายสะอื้น
พิมพ์ครั้งแรกในสยามสมัย พ.ศ.๒๔๙๓-๒๔๙๔

อ.ไชยวรศิลป์
(พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๓)


	
		ชะตากรรมได้กระหน่ำซ้ำเติมผู้คนแห่งชนบทเหล่านี้อีก ด้วยการที่ รัชต์ วัฒนา
	ตัดสินใจลาจากโรงเรียนนันทาวิทยา เพราะเขาไม่มีความหวังจะใช้ความหลอกลวงที่นี้ต่อ
	ไปได้อีก  แต่เขาไม่ได้จากไปเปล่า เขาขโมยเงินบริจาคสร้างโรงเรียน 'นันทาวิทยา' แห่ง
	ใหม่จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ไปด้วย และนี่ก็คือมูลเหตุที่ทำให้ นาถ ศรีสุริยวงศ์ ต้องมาไต่
	สวนจนรู้ความจริงเรื่องนันทาวดี ที่สามารถทำลายความใฝ่ฝันของเขาลงยับเยินในพริบ
	ตาเดียว

		นาถ ไม่มีอนาคตอีกแล้ว เขาจะหาเงินที่ไหนมาชดใช้ให้แก่เรื่องราวเช่นนี้ ใคร
	จะเชื่อบ้างว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เกียรติยศ และความเชื่อมั่นศรัทธาที่พวกเขาสร้างขึ้นมา
	ย่อมจะเป็นที่เคลือบแคลงสำหรับชาวบ้าน และค่อยๆ หมดสิ้นไป  และนันทาวดี บุตรี
	คนเดียวของเขาเล่า  เธอไม่ได้ขยี้หัวใจของเขาเสียแล้วหรือ และยังจะหน่าซอ ลูกเลี้ยง
	ของเขาอีกคนหนึ่ง ที่ต้องสังเวยความบริสุทธิ์ให้แก่จิ้งจอกเมืองกรุง  นาถจึงได้เลือก
	เอาการดื่มสุราเช้าจรดเย็นเป็นทางออก และไม่สามารถจะมี นาถ-พ่อครูคนเดิมอีกแล้ว

		สุดท้ายไม่มีคำให้อภัยจากนาถ  เขาไม่ยอมให้อภัยแก่ความผิดของนันทาวดี
	เลย  นันทาวดีได้ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงหมายล้างแค้นของเธอและของพ่อ  รวมทั้ง
	ของชาวบ้าน ความยับเยินทางใจทำให้นันทาวดีผู้แสนซื่อกร้านแกร่งต่อชีวิต แต่แล้วมีด
	ที่เธอใช้เป็นอาวุธจ้วงแทงเขาก็เพียงแต่แฉลบแขนขวาของเขาเท่านั้น นันทาวดีกลับบ้าน
	อย่างคนไร้หวัง แต่ทว่าเธอกลับมาเพื่อจะรับข่าวร้ายยิ่งกว่าเดิม หน่าซอน้องเลี้ยงของ
	เธอแท้งลูก ซึ่งมีคนเลวอย่างรัชต์เป็นผู้ให้กำเนิด และเธอสิ้นชีวิตในวงแขนของนันทาวดี  
	พ่อของเธอก็เสียชีวิตลงเพราะเขาดื่มอย่างหนัก

		ทั้งหมดนี้เพียงพอแล้วที่ครูนันท์ของทุกคนจะอยู่ในภาวะจิตสลายเธอเดินทาง
	ออกจากหมู่บ้านอย่างเลื่อนลอย  พันโทหย่างซี ผู้บังคับการทหารชาวต่างชาติแห่งดอยสูง
	 เขตติดต่อไทยกับแคว้นฉาน พบเธอในป่าในสภาพคนที่ตัดสินใจตายไปจากโลก  เขาให้
	สติแก่เธอ แต่นันทาวดีได้ทำร้ายชีวิตของเธออย่างรุนแรงซ้ำลงไปอีก  นันทาวดีกล่าวว่า
	
		      "ดิฉันต้องการหนีจากสิ่งเก่าๆ ทุกอย่าง พาดิฉันไปเถอะค่ะพาไปให้พ้น
		จากทุกๆ คน วิญญาณของพ่อคงสาปแช่งดิฉันอยู่ที่นั่น  ท่านไม่มีวันจะอภัย
		ให้แก่ความเลวทรามของดิฉัน...ดิฉันไม่มีความรัก...ดิฉันจะไปกับคุณและตาย
		กับทหารของคุณ  ดิฉันไม่มีค่าสำหรับคนไทย ไม่มีค่าแม้แต่กับชาวชนบทชาย
		แดนซึ่งเคย	รักเชื่อถือเหลือเกิน" (หน้า ๖๔๙ และ ๖๕๔)
	
		นันทาวดีได้ทุ่มชีวิตของเธอลงไปกับเปลวไฟชีวิตที่เผาไหม้ทำลายเธอหมดสิ้น
	เธอเป็นภรรยา "แต่ตัว" โดยปราศจากหัวใจของพันตรีหย่างซีเหยิน  ผู้รับเธอไว้ด้วยความ
	เข้าใจและปรานี อย่างลูกผู้ชาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่ได้หัวใจของเธอมาเลย

		นันทาวดีใช้ชีวิตอยู่บนค่ายทหารบนดอยสูง เป็นเวลาราว ๖ เดือนตลอดเวลา
	นี้เธอมิได้มีสติสมบูรณ์เยี่ยงคนทั้งหลายอีก  เธอไม่ได้รักผู้การหย่างซีซึ่งยอมรับเธอไว้
	โดยความจำเป็น  แต่เธอก็มิได้รังเกียจที่จะอิงแอบแนบชิดอยู่กับเขาบางเวลา  เมื่อหลุด
	พ้นจากอารมณ์อันมืดคลุ้มของกิเลสวิสัย  เธอก็เกิดความขยะแขยงในสภาพของตนเอง
	อย่างบอกไม่ถูก  และเมื่อหาทางออกได้ไม่พบ เธอก็เดินกลับเข้าสู่ความมืดเหมือนเก่า
	'เสียงสะอื้นของแม่สาย' ไม่ใช่เสียงสะอื้นของสาวเหนือใจง่าย ผู้พลีชีวิตให้แก่ชายลวง
	โลก แต่เสียงสะอื้นของแม่สาย  เป็นเสียงสะอื้นเพื่อแสดงความอาลัยรัก ต่อการจากไปและ
	ความพ่ายแพ้ของผู้เพียรกอปรคุณงามความดี เสียงสะอื้นนี้แสดงความสิ้นหวังต่อผู้อ่อน
	แอเสียเปรียบที่คอยแต่จะถูกเหยียบย่ำทำลายจากผู้ที่ "เหนือกว่า" อย่างไม่รู้จบสิ้น  โดยที่
	ป่วยการจะถามหาความเป็นธรรมจากโลก  แม่สายเป็นชายแดนที่ชาวบ้านห่างไกลจาก
	สีสันอารยธรรม แต่ก็ยังไม่วายจะถูกทำร้าย โดยความอำมหิตของสังคมเมืองเช่นนี้

		อากาศเดือนธันวาคม หนาวจัดและหนาวอย่างทารุณ  วิฑูรย์ อินทร ผู้จงรัก
	ภักดีต่อนันทาวดี มิเสื่อมคลายได้พบศพของนันทาวดีในลำน้ำแม่สาย  พันโทหย่างซีเหยิน
	เดินทางกลับไต้หวันตามภาระหน้าที่ของเขา โดยที่เขาอ้อนวอนขอร้องไห้นันทาวดีกลับ
	ไปอยู่ในความอุปการะของวิฑูรย์ อินทร  ซึ่งย่อมรอให้ความจงรักแก่เธอเสมอโดยเต็ม
	ใจ  แต่นันทาวดีได้เลือกใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของเธอในกระต๊อบไม้ไผ่กับครอบครัวมูเซอ
	ที่ยากจน  นันทาวดีเดินฝ่าความหนาวเย็นจากหมู่บ้านบนดอย ไปยังแม่สายก็เพื่อหาซื้อยา
	ให้แก่ลูกน้อยของหญิงมูเซอนั้น  และเธอก็เสียชีวิตลงขณะข้ามลำน้ำแม่สายทั้งที่ในมือก็
	ยังกำยาไว้แน่นนั่นเอง


กลับไปหน้าแรก