คส 1:3-14 คำขอบพระคุณและคำอธิษฐานภาวนา
(3) เมื่อเราอธิษฐานภาวนาเพื่อท่านทั้งหลาย เราขอบพระคุณพระเจ้า พระบิดาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราอยู่เสมอ
(4) เพราะเราได้ยินกิตติศัพท์ความเชื่อของท่านในพระคริสตเยซู และได้ยินกิตติศัพท์ความรักที่ท่านมีต่อบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง
(5) โดยมีความหวังคอยท่านอยู่ในสวรรค์แล้ว ความหวังนี้ท่านรู้มาก่อนจากการประกาศพระวาจาแห่งความจริงคือข่าวดี
(6) ข่าวดีนี้มาถึงท่าน กำลังบังเกิดผลและเจริญในท่านเช่นเดียวกับที่กำลังบังเกิดผลและเจริญอยู่ทั่วไปในโลก นับตั้งแต่วันที่ท่านได้ฟังและรู้ถึงพระหรรษทานของพระเจ้าในความจริง
(7) ดังที่ท่านเรียนรู้จาก เอปาฟรัส เพื่อนร่วมงานที่รักยิ่งของเรา เขาเป็นผู้รับใช้ของพระคริสตเจ้า ทำงานอย่างซื่อสัตย์แทนเรา
(8) เขาแจ้งให้เรารู้ถึงความรักในพระจิตเจ้าที่ท่านทั้งหลายมีต่อเรา
(9) ดังนั้น นับแต่วันที่เราได้ยินเรื่องของท่าน เราอธิษฐานภาวนาสำหรับท่านอยู่เสมอ วอนขอให้ท่านมีความรู้อย่างสมบูรณ์ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยสรรพปรีชาญาณและความเข้าใจฝ่ายจิต
(10) เพื่อท่านจะได้ดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมกับองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นที่สบพระทัยพระองค์ในทุกสิ่ง บังเกิดผลเป็นกิจการดีทุกประการ และเรียนรู้จักพระเจ้ามากขึ้น
(11) ให้ท่านทั้งหลายได้รับพละกำลังมากขึ้นจากพระฤทธานุภาพอันรุ่งเรืองของพระองค์ จะได้มีความพากเพียร เข้มแข็งและอดทนทุกสิ่ง
(12) ขอบพระคุณพระบิดาเจ้าด้วยความยินดี พระองค์โปรดให้ท่านเป็นบุคคลที่เหมาะสมจะเข้าอยู่ในแสงสว่าง มีส่วนได้รับมรดกร่วมกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า
(13) พระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจความมืดมนและทรงนำเราเข้าไปสู่พระอาณาจักรของพระบุตรสุดที่รักของพระองค์
(14) เดชะพระบุตรนี้ เราได้รับการไถ่กู้และได้รับการอภัยบาป
คำสั่งสอนเป็นทางการ
คส 1:15-20 พระคริสตเจ้าทรงเป็นศีรษะของสรรพสิ่ง
(15) พระองค์ทรงเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น
ทรงเป็นบุตรคนแรกในบรรดาสิ่งสร้างทั้งปวง
(16) เพราะสรรพสิ่งทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดิน
ทั้งที่แลเห็นได้และไม่อาจแลเห็นได้
เทพนิกรบัลลังก์ เทพนิกรนาย เทพนิกรเจ้าและเทพนิกรอำนาจ ล้วนถูกสร้างโดยพระองค์ทั้งสิ้น
ทุกสิ่งถูกเนรมิตขึ้นโดยพระองค์ และเพื่อพระองค์
(17) พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่ง
และสรรพสิ่งดำรงอยู่เป็นระเบียบในพระองค์
(18) พระองค์ทรงเป็นศีรษะของร่างกาย คือพระศาสนจักร
พระองค์ทรงเป็นปฐมเหตุ
ทรงเป็นบุคคลแรกในบรรดาผู้ตายที่กลับคืนชีพ
ทั้งนี้เพื่อพระองค์จะได้ทรงเป็นเอกในทุกสิ่ง
(19) เพราะพระเจ้าพอพระทัยให้ความบริบูรณ์ทั้งปวงอยู่ในพระคริสตเจ้า
(20) และให้สรรพสิ่งคืนดีกับพระเจ้าโดยทางพระองค์
พระคริสตเจ้าโปรดให้ทุกสิ่งมีสันติ ด้วยพระโลหิตที่ทรงหลั่งบนไม้กางเขนของพระองค์
ทั้งสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ในสวรรค์ในสวรรค์
คส 1:21-23 ชาวโคโลสีมีส่วนในความรอดพ้น
(21) ท่านทั้งหลายห่างเหินและเป็นศัตรูกับพระเจ้า มุ่งจะกระทำกิจการชั่วร้ายในอดีต
(22) แต่บัดนี้ พระเจ้าโปรดให้ท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์อีกโดยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้าในร่างกายที่ตายได้ เพื่อจะได้ถวายท่านทั้งหลายเฉพาะพระพักตร์ให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไร้มลทินและไม่ถูกตำหนิ
(23) ฉะนั้นท่านจงยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ ไม่หวั่นไหวจากความหวังตามข่าวดีที่ท่านได้รับฟัง ข่าวดีนี้ประกาศแก่มนุษย์ทุกคนในโลกนี้แล้ว ข้าพเจ้า เปาโล ก็เป็นผู้รับใช้ในการประกาศข่าวดีนี้ด้วย
คส 1:24-29 เปาโลตรากตรำทำงานเพื่อรับใช้คนต่างศาสนา
(24) บัดนี้ข้าพเจ้ายินดีที่ได้รับทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ความทรมานของพระคริสตเจ้ายังขาดสิ่งใด ข้าพเจ้าก็เสริมให้สมบูรณ์ด้วยการทรมานในกายของข้าพเจ้าเพื่อพระกายของพระองค์คือพระศาสนจักร
(25) ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้พระศาสนจักรนี้ตามภารกิจที่พระเจ้าทรงมอบให้ เพื่อจะได้ประกาศพระวาจาของพระเจ้าแก่ท่านอย่างสมบูรณ์
(26) นั่นคือธรรมล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ตลอดทุกยุคสมัย บัดนี้ธรรมล้ำลึกปรากฏชัดแจ้งแก่บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แล้ว
(27) พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะแสดงให้เขาเหล่านั้นรู้ว่า ธรรมล้ำลึกนี้ได้นำพระสิริรุ่งโรจน์ล้นเหลือมาให้คนต่างศาสนา นั่นคือการที่พระคริสตเจ้าทรงดำรงอยู่ในท่าน ทรงเป็นความหวังเพื่อให้ท่านได้รับความรุ่งเรือง
(28) เราประกาศถึงพระคริสตเจ้าพระองค์นี้ โดยเตือนและสอนทุกคนให้มีความรู้ทุกอย่างเพื่อให้แต่ละคนดีพร้อมเดชะพระคริสตเจ้า
(29) ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงตรากตรำทำงาน และต่อสู้ด้วยพลังที่มาจากพระองค์ พลังนี้กำลังมีอำนาจผลักดันให้ข้าพเจ้าทำงานอย่างเข้มแข็ง [Go Top]
คส 2:1-5 เปาโลห่วงใยความเชื่อของชาวโคโลสี
(1) ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า ข้าพเจ้าต้องต่อสู้อย่างหนักเพียงใดเพื่อท่าน เพื่อชาวเลาดีเซีย และเพื่อทุกคนที่ไม่เคยเห็นหน้าข้าพเจ้าเลย
(2) เขาจะได้รับกำลังใจมีความรักความสนิทสนมกันยิ่งขึ้น จะได้มีความรู้ความเข้าใจอย่างซาบซึ้งในธรรมล้ำลึกของพระเจ้าเรื่ององค์พระคริสตเจ้า
(3) ในองค์พระคริสตเจ้ามีพระปรีชาญาณและความรอบรู้ซ่อนอยู่เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า
(4) ข้าพเจ้าพูดเช่นนี้ก็เพื่อมิให้ผู้ใดใช้ถ้อยคำไพเราะหลอกลวงท่านได้
(5) แม้ว่ากายข้าพเจ้าอยู่ห่างไกลจากท่าน แต่ใจนั้นอยู่ใกล้ท่าน ข้าพเจ้าดีใจที่เห็นว่าท่านทั้งหลายประพฤติเรียบร้อย และยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อต่อองค์พระคริสตเจ้า
คำเตือนให้ระวังความหลงผิด
คส 2:6-8 จงดำเนินชีวิตตามความเชื่อแท้จริงในพระคริสตเจ้า ไม่ใช่ตามคำสอนที่ไม่ถูกต้อง
(6)เมื่อท่านได้รับองค์พระเยซูคริสตเจ้าแล้วจงดำเนินชีวิตในพระองค์ต่อไป
(7) จงหยั่งรากลึกลงในพระองค์ และเสริมสร้างขึ้นในพระองค์ จงมีความเชื่ออย่างมั่นคงดังที่ท่านได้รับคำสั่งสอนมา จงเต็มเปี่ยมไปด้วยการขอบพระคุณพระเจ้า
(8) จงระวังอย่าให้ผู้ใดใช้ ปรัชญา หรือใช้เล่ห์กลอันไร้แก่นสารหลอกลวงท่านตามขนบประเพณีของมนุษย์หรือหลักการของโลก ไม่สั่งสอนตามคำสอนของพระคริสตเจ้า
คส 2:9-15 พระคริสตเจ้าเพียงพระองค์เดียวทรงเป็นประมุขของมนุษยชาติและของทูตสวรรค์
(9) ในองค์พระคริสตเจ้านั้น พระเทวภาพบริบูรณ์สถิตอยู่ในสภาพมนุษย์ที่สัมผัสได้
(10) และท่านได้รับความบริบูรณ์ในพระองค์ผู้ทรงเป็นประมุขแห่งบรรดาเทพผู้ทรงเดชานุภาพและเทพผู้ทรงอำนาจทั้งสิ้น
(11) ในองค์พระคริสตเจ้า ท่านเข้าสุหนัตอย่างแท้จริงมิใช่จากการกระทำของมนุษย์แต่เป็นการเข้าสุหนัตที่มาจากพระคริสตเจ้า เพื่อสลัดวิสัยบาปตามธรรมชาติมนุษย์ทิ้งเสีย
(12) เมื่อรับศีลล้างบาป ท่านทั้งหลายถูกฝังพร้อมกับพระคริสตเจ้าและกลับคืนชีพพร้อมกับพระองค์ด้วยความเชื่อในพระเดชานุภาพของพระเจ้า ผู้ทรงบันดาลให้พระคริสตเจ้ากลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
(13) ในอดีตท่านตายแล้วเพราะการล่วงละเมิดและไม่ได้เข้าสุหนัตทางกาย แต่พระเจ้าโปรดให้ท่านมีชีวิตพร้อมกับพระคริสตเจ้า โดยทรงให้อภัยการล่วงละเมิดทั้งหลายของเรา
(14) พระองค์ทรงยกเลิกหนี้สินที่เรามีต่อบทบัญญัติซึ่งกล่าวหาเรา โดยทรงยกหนี้สินนั้นไปจากเรา และตรึงไว้กับไม้กางเขน
(15) พระองค์ยังทรงปลดอำนาจของเทพนิกรนายผู้ทรงเดชานุภาพ และเทพนิกรอำนาจลงเสีย และทรงบังคับให้เทพเหล่านั้นเข้าขบวนแห่เฉลิมฉลองชัยชนะของพระคริสตเจ้าต่อหน้ามหาชน
คส 2:16-23 การบำเพ็ญพรตที่ไม่ถูกต้องโดยขึ้นกับ จิตปกครองโลก
(16) อย่าให้ใครตัดสินกล่าวโทษท่านในเรื่องการกินการดื่ม การถือวันฉลอง ถือวันขึ้นหนึ่งคำและวันสับบาโต
(17) สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเงาของความเป็นจริงที่จะต้องมาถึงในอนาคต ความเป็นจริงนี้คือพระคริสตเจ้านั่นเอง
(18) อย่าให้ผู้ที่ชอบถ่อมตนกราบไหว้ทูตสวรรค์ตัดสินกล่าวโทษท่าน คนเช่นนี้มักพรรณนาสิ่งที่เขาอ้างว่าได้เห็นอย่างละเอียด และจิตใจที่ยังคิดตามธรรมชาติมนุษย์ก็มีความหยิ่งผยองอย่างไร้ประโยชน์
(19) คนเช่นนี้ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับพระองค์ผู้ทรงเป็นศีรษะ จากศีรษะนี้ร่างกายทั้งหมดรับทุกสิ่งที่จำเป็น มีข้อต่อและเส้นเอ็นยึดเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว จะได้เจริญเติบโตขึ้นตามพระประสงค์ของพระเจ้า
(20) ถ้าท่านทั้งหลายตายพร้อมกับพระคริสตเจ้าและเป็นอิสระจากจิตซึ่งปกครองโลกแล้ว ทำไมท่านจึงยังมีชีวิตอยู่ในโลกโดยยอมอ่อนน้อมต่อกฎเกณฑ์ต่าง ๆ อีกเล่า
(21) เช่น อย่าหยิบ อย่าชิม อย่าแตะต้อง
(22) กฎเหล่านี้จะต้องเลิกใช้ในที่สุด เพราะเป็นกฎเกณฑ์และคำสอนที่มนุษย์คิดขึ้นเท่านั้น
(23) กฎเกณฑ์เหล่านี้ดูประหนึ่งว่ามีปรีชาในการปฏิบัติศาสนกิจ ในการแสดงความถ่อมตนและในการบำเพ็ญพรต แต่ที่จริงแล้ว กฎเกณฑ์ก็ไม่มีประโยชน์แต่ประการใดนอกจากส่งเสริมความพอใจของตนเอง
[Go Top]
คส 3:1-4 ความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ
III. คำเตือนใจ
คส 3:5-17 กฎความประพฤติโดยทั่วไปของคริสตชน คส 3:18-26 จริยธรรมในครอบครัว
1คส 4:1
คส 4:2-6 จิตตารมณ์การแพร่ธรรม
คส 4:7-9 ข่าวส่วนตัว
คส 4:10-18 คำทักทายและคำอวยพร
(1) ถ้าท่านทั้งหลายกลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเจ้าแล้ว ก็จงใฝ่หาแต่สิ่งที่อยู่เบื้องบนเถิด ณ ที่นั้นพระคริสตเจ้าประทับเบื้องขวาของพระเจ้า
(2) จงคิดถึงแต่สิ่งที่อยู่เบื้องบน อย่าพะวงถึงสิ่งของบนแผ่นดินนี้
(3) เพราะท่านทั้งหลายตายไปแล้วและชีวิตของท่านก็ซ่อนอยู่กับพระคริสตเจ้าในพระเจ้า
(4) เมื่อพระคริสตเจ้า องค์ชีวิตของท่านจะทรงสำแดงพระองค์ เมื่อนั้นท่านจะปรากฏพร้อมกับพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์ด้วย
(5) ท่านทั้งหลายจงปราบโลกีย์วิสัยในตัวท่าน คือการผิดประเวณี ความลามก กิเลสตัณหา ความปรารถนาในทางชั่วร้าย และความโลภซึ่งเป็นเหมือนการกราบไหว้รูปเคารพอย่างหนึ่ง
(6) โลกีย์วิสัยเหล่านี้นำการตัดสินลงโทษของพระเจ้าลงมายังผู้ดื้อรั้น
(7) ครั้งหนึ่งท่านก็เคยเป็นเช่นนี้เคยดำเนินชีวิตในกิเลสตัณหาเหล่านี้
(8) แต่บัดนี้ ท่านจงขจัดทุกอย่าง คือความโกรธ ความโมโหร้าย การปองร้าย การสาปแช่ง และการพูดหยาบคาย
(9) อย่าพูดเท็จต่อกัน ท่านทั้งหลายได้ปลดเปลื้องวิสัยมนุษย์เก่า ๆ และการกระทำตามวิสัยมนุษย์เก่า ๆ นั้นแล้ว
(10) สวมใส่วิสัยมนุษย์ใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อมุ่งไปหาความรู้ตามภาพลักษณ์ขององค์พระผู้สร้าง
(11) ดังนั้น การเป็นชาวกรีก หรือชาวยิว การเข้าสุหนัตหรือไม่เข้าสุหนัต การเป็นอนารยชนหรือชาวสิเธีย การเป็นทาส หรือเป็นคนอิสระไม่สำคัญอีกต่อไป ที่สำคัญก็คือพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นทุกสิ่งในทุกคน
(12) ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่รักของพระองค์ จงเห็นอกเห็นใจกัน จงมีความใจดี ความถ่อมตน ความอ่อนโยนและความพากเพียรอดทนเป็นเสมือนเครื่องประดับตน
(13) จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน หากมีเรื่องผิดใจกันก็จงยกโทษกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยความผิดของท่านอย่างไร ท่านก็จงให้อภัยแก่เขาอย่างนั้นเถิด
(14) แต่สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดก็คือ ความรัก ซึ่งรวมเราไว้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์
(15) ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าครอบครองดวงใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านทั้งหลายให้รวมเป็นกายเดียวกันก็เพื่อจะได้บรรลุถึงสันติสุขนี้เอง จงระลึกถึงพระคุณนี้เถิด
(16) ขอพระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในท่านอย่างเต็มเปี่ยม จงสอนและตักเตือนกันด้วยปรีชาญาณ จงขอบพระคุณพระเจ้าโดยการขับร้องบทเพลงสดุดี เพลงสรรเสริญ และบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ จากใจจริง
(17) ท่านจะพูดเรื่องใดหรือทำกิจการใด ก็จงพูดจงทำในพระนามของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยทางพระองค์เถิด
(18) ภรรยาจงอยู่ใต้อำนาจของสามีตามสมควรในองค์พระผู้เป็นเจ้า
(19) สามี จงรักภรรยาและอย่าทำให้นางรู้สึกขมขื่น
(20) บุตร จงเชื่อฟังบิดามารดาในทุกสิ่ง เพราะการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า
(21) บิดาก็จงอย่าขัดใจบุตรเกินไป จนเขาท้อแท้หมดกำลังใจ
(22) ทาส จงเชื่อฟังเจ้านายในโลกนี้ในทุกสิ่ง อย่ารับใช้เพียงเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อให้มนุษย์พอใจเท่านั้น แต่จงรับใช้จากใจจริง โดยมีความยำเกรงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
(23) ไม่ว่าทำสิ่งใด จงทำจากใจประหนึ่งว่าทำเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เพื่อมนุษย์
(24) ท่านรู้แล้วว่า ท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นรางวัล
(25) จงรับใช้พระคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด
(26) ผู้ที่กระทำผิดจะได้รับโทษตามความผิดนั้น เพราะพระเจ้าไม่ลำเอียง [Go Top]
(1) เจ้านาย จงให้ทาสของท่านได้รับความยุติธรรมตามความเหมาะสม ท่านรู้แล้วว่า ท่านก็มีเจ้านายองค์หนึ่งในสวรรค์เช่นเดียวกัน
(2) จงอธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอ อย่าละเลยที่จะขอบพระคุณ
(3) จงภาวนาสำหรับเราด้วย เพื่อพระเจ้าจะทรงเปิดโอกาสให้เราประกาศพระวาจาสอนธรรมล้ำลึกเรื่องพระคริสตเจ้า เพราะการสอนธรรมล้ำลึกนี้เอง ข้าพเจ้าจึงต้องถูกจองจำ
(4) จงภาวนาเพื่อให้ข้าพเจ้าเทศน์สอนได้ตามหน้าที่
(5) จงใช้ทุกโอกาสเพื่อปฏิบัติตนต่อคนต่างศาสนาด้วยความเฉลียวฉลาดรอบคอบ
(6) จงให้คำพูดของท่านอ่อนโยนและถูกกาลเทศะอยู่เสมอ จงรู้จักตอบทุกคนอย่างดีที่สุด
(7) ทีคิกัสจะแจ้งให้ท่านรู้ข่าวของข้าพเจ้า เขาเป็นน้องที่รัก เป็นเพื่อนร่วมงานรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างซื่อสัตย์
(8) ข้าพเจ้าส่งเขามาพบท่านก็เพื่อท่านจะได้รู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ของเรา และเพื่อให้กำลังใจท่าน
(9) เขามาพร้อมกับโอเนสิมัส น้องที่รักและซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นชาวเมืองเดียวกับท่าน เขาทั้งสองคนจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นที่นี่ให้ท่านรู้
(10) อาริสทารคัสซึ่งถูกจองจำพร้อมกับข้าพเจ้า และมาระโกลูกพี่ลูกน้องของ บารนาบัส ขอฝากความคิดถึงท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าเคยกำชับท่านเรื่องมาระโกแล้ว ถ้าเขามา ก็จงต้อนรับเขาอย่างดี
(11) เยซู ยุสตัสก็ขอฝากความคิดถึงมาเช่นกัน ในบรรดาพี่น้องชาวยิว มีเพียงสามคนนี้เท่านั้นที่ร่วมงานกับข้าพเจ้าเพื่อพระอาณาจักรของพระเจ้า เขาเหล่านี้เป็นกำลังใจของข้าพเจ้า
(12) เอปาฟรัสซึ่งเป็นชาวเมืองเดียวกับท่านขอฝากความคิดถึงมาด้วย ผู้รับใช้ของพระคริสตเยซูผู้นี้มีความอุตสาหะอธิษฐานภาวนาเพื่อท่านอยู่เสมอ ท่านจะได้ยืนหยัดมั่นคงตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์
(13) ข้าพเจ้ายืนยันได้ว่า เขาตรากตรำทำงานหนักเพื่อท่านทั้งหลาย เพื่อคริสตชนที่เมืองเลาดีเซียและที่เมืองฮีเอราบุรี
(14) ลูกา แพทย์ที่รัก และเดมาสขอฝากความคิดถึงท่าน
(15) จงนำความคิดถึงไปให้แก่พี่น้องที่เมืองเลาดีเซีย และให้แก่นิมฟาและพระ ศาสนจักรที่ชุมนุมกันที่บ้านของเธอ
(16) เมื่อได้อ่านจดหมายฉบับนี้ในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว จงส่งต่อไปให้พระศาสนจักรที่เมืองเลาดีเซียอ่านด้วย และท่านจงอ่านจดหมายของข้าพเจ้าที่มีถึงชาวเลาดีเซีย
(17) บอกอารคิปปัสด้วยว่า จงเอาใจใส่ศาสนบริการที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบหมายให้ และจงพยายามทำให้สำเร็จ
(18) ข้าพเจ้าเปาโลเขียนคำทักทายนี้ด้วยมือของข้าพเจ้า จงระลึกถึงข้าพเจ้าผู้ถูกจองจำ ขอพระหรรษทานสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเทอญ [Go Top]