ความเป็นมาของการโดดร่มแบบกระตุกเอง
1. ประวัติการโดดร่มแบบกระตุกเอง และการโดดร่มแบบกระตุกเองทางทหาร
การโดดร่มแบบกระตุกเองเริ่มจากในต่างประเทศ คือ เมื่อ พ.ศ. 2454
นักกายกรรมชาว
อเมริกันชื่อ Grant Morton ไดแสดงความกล้าหาญ ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมากมาย ด้วยการอุ้มร่มผ้าไหมที่พับไว้อย่างเรียบร้อยแล้วกระโดดออกมาจาเครื่องบิน Wright Model E. แล้วปล่อยให้ร่มกางออกรับลมเขาลอยลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัยที่หาดเวนิส แคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐ ซึ่งอาจถือได้ว่าบุคคลผู้นี้เป็นคนแรกที่กระโดดร่มประเภทนี้
แต่บุคคลแรกที่กระโดดร่มแบบกระตุกเอง ประสพผลสำเร็จอย่างแท้จริงนั้น
ซึ่งได้มีการทดลองอย่างจริงจัง เมื่อ 28 เม.ย. 2462 โดย MR. Leslie Irvin ชาวอเมริกัน ที่สนามโดด MC Cook เมือง Dayton รัฐ OHIO ประเทศสหรัฐ ฯ Irvin กระโดดจากเครื่องบินที่ความสูง 1,500 ฟุตแล้วดึงร่มด้วยห่วงดึง ทำให้ร่มกางทันทีโดยไม่มีการถ่วงเวลาแต่อย่างใดขณะลงพื้นข้อเท้าแตกถือได้ว่าการทดลองประสพความสำเร็จ
ส่วนการโดดร่มแบบกระตุกเอง ที่มีการถ่วงเวลาเป็นครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นจาก
อุบัติเหตุการสละเครื่องบินของ ร.ท. ฮาร์โรลด์ อาร์ แฮริส (LT.Harold R.Harris) เมื่อ 22 ต.ค. 2465 ร.ท. ฮาร์โรลด์ ได้กระโดดสละเครื่องบินที่ความสูง 2,500 ฟุต แต่เกิดปัญหายุงยากในการหาห่วงดึงร่มจนกระทั่งดิ่งลงมากระตุกห่วงดึงร่มให้ร่มกางได้ที่ระยะความสูง 500 ฟุต ก่อนถึงพื้นดิน เท่ากับเขาได้ถ่วงเวลาก่อนดึงร่มให้กางได้ถึงประมาณ 15 วินาที โดยไม่ได้ตั้งใจ
ซึ่งเท่าที่กล่าวข้างต้นนั้น การกระโดดร่มแบบกระตุกเอง (Free Fall ) นั้นยัง
ไม่มีท่าทางการโดดเป็นกิจจะลักษณะ แล้วแต่จะตกลงมาท่าใดก็ได้ สำหรับท่าทางการทรงตัวระหว่างโดดลงมาก่อนดึงร่มให้กางนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 โดย Floyd Smith ชาวฝรั่งเศส ได้เขียนเรื่องลงในนิตยสารเกี่ยวกับเรื่องแนวทางและวิธีการทรงตัวในอากาศ ขณะที่มนุษย์ดึงถ่วงเวลาลงมาก่อนที่จะกระตุกร่มให้กางอันเป็นเทคนิคพื้นฐานที่สำคัญที่เป็นประโยชน์ในการกระโดดร่มแบบกระตุกเองอยู่ในทุกวันนี้ ต่อมาชาวฝรั่งเศส ก็ได้นำการกระโดดร่มมาเป็นการกีฬา ในปี พ.ศ. 2492 ได้ก่อตั้งสมาคมขึ้นถึง 10 สมาคมทั่วประเทศ อีกทั้งยังค้นพบวิธีแก้ไขท่าทางการทรงตัวในอากาศได้อย่างสมบูรณ์
เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ของการโดดร่มประเภทนี้ได้นำเข้าสู่สหรัฐอีกใน ปี
พ.ศ. 2498 โดย MR.Jacques A Istel ซึ่งภายหลังที่เขาได้สังเกตุการณ์ และได้พบความเห็นความวิเศษสุดของการโดดร่มในฝรั่งเศสมาแล้ว เขาได้ติดต่อและฝึกให้กับทีมโดดร่มกีฬาทีมแรกของสหรัฐ ในการเข้าร่วมแข่งขันนานาชาติ และเขายังได้รับเชิญจาก ทบ.สหรัฐให้เป็นกรรมการคัดเลือกและฝึกสอนทหารพลร่มหน่วยรบพิเศษที่ 77 ฟอร์ทแบลค เอ็น.ซี. ถึงเทคนิคในการโดดร่มแบบกระตุกเอง ในปี พ.ศ. 2500
ทบ.สหรัฐได้พิจารณาการฝึกโดดร่มแบบกระตุกเอง จากการกีฬาให้เป็น
ทางทหารโดยจัดตั้งทีมที่ FT. Bragg N.C. ประมาณปี พ.ศ. 2503 เพื่อฝึกกระโดดในระยะสูงขั้นใช้อ๊อกซิเจน ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกชุดแรกนี้ต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตรการใช้อ๊อกซิเจนที่ฐานทัพอากาศโอไฮโอ มีการศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับการขาดอ๊อกซิเจน การทดลองหาอัตราตกที่แน่นอนในระยะสูงๆและในปีเดียวกันนี้สมาชิกจำนวนหนึ่งของ ทบ.สหรัฐ ได้สาธิตการกระโดดร่มแทรกซึมทางอากาศชั้นสูงที่สุดในสมัยนั้นเป็นครั้งแรก สูงถึง 30,000 ฟุต โดยใช้อ๊อกซิเจน และประกอบสิ่งอุปกรณ์ด้วยนับว่าเป็นการพัฒนาการกระโดดร่มแทรกซึมทางอากาศชั้นสูง (HALO) และเมื่อ 16 ธ.ค. 2506 สมาชิกทีมโดดร่ม HALO ของทีม ทบ.และ ทอ.สหรัฐ จำนวน 14 คน ได้ทำสถิติโดดในการโดดร่มประเภทนี้อีกครั้ง ที่สนามโดดเอลเซนโตร แคลิฟอเนีย ความสูง 43,500 ฟุต โดยนักโดด HALO ทุกๆ คนปลอดภัย
2. ความเป็นมาของการโดดร่มแบบกระตุกเองในประเทศไทย
จากหลักฐานที่มีการบันทึกไว้โดย พล.ต.ต. นพ. นคร ศรีวณิช ซึ่งเป็นพลร่ม
ยุคแรกที่ค่าย
เอราวัณว่าในช่วงเดือน ก.ค. 2494 ซึ่งขณะนั้นมีการฝึกกระโดดร่มรุ่นแรกในเมืองไทยครูอเมริกันเชื่อว่าผู้ที่จะกระโดดต้องกลัวจึงจัดกระโดดให้ชมเสียก่อน เพื่อแสดงว่าการกระโดดร่มเป็นของง่าย ๆ ไม่มีอันตรายอะไรเลยหลังจากนั้นจึงบังคับให้ตำรวจไทยกระโดด ผู้กระโดดให้ชมมี 2 คน คนแรก พ.ท. รอกเกอร์ (น่าจะเป็นคนเดียวกับ MR.Rheu Rocker ) นายทหารประจำหน่วยจัสแม๊กปีกพลร่มโลหะสีเงินมีดาวและช่อชัยพฤกษ์ประดับอกแสดงว่าเป็นนักกระโดดร่มชั้นหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเขากระโดดมาแล้วกว่า 200 ครั้ง วันนั้นใช้ร่ม B-12 กระโดด แบบ Free Fall จากความสูงประมาณ 4 พันฟุต ออกจากเครื่องบินร่มไม่กางทันทีลอยละลิ่ว ๆ ลงมาระยะหนึ่งแล้วจึงกาง ลงถึงพื้นเรียบร้อยผู้กระโดดอีกคนหนึ่ง คือ พ.อ. Pete Joost เป็นการโดดแบบใช้สายดึงประจำที่ด้วยร่ม T-7A
จากหลักฐานดังกล่าวข้างต้นนั้นตรงกับข้อมูลซึ่งได้สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง
ในเหุตการณ์ครั้ง
นั้นเล่าตรงกันว่า Rocker ได้โดดแบบ Free Fall ให้นักเรียนพลร่มรุ่นแรกชมด้วย จึงถือว่าการโดดของ Rocker ครูฝึกชาวอเมริกัน ผู้นี้เป็นการโดดกระตุกเองครั้งแรกในประเทศไทย
ต่อมาปี พ.ศ. 2499 กองทัพอากาศไทยได้แสดงแสนยานุภาพที่สนามบิน
ดอนเมือง นอก
จากจะแสดงการบินชนิดต่าง ๆ แล้ว มีสิ่งที่แปลกและยังใหม่ต่อสายตาชาวไทย คือชาวฝรั่งเศส 3 นาย ทำการโดดร่มแบบกระตุกเอง จากเครื่อง C-47 ลงมาพร้อมกันจากความสูง 9000 ฟุต ถ่วงเวลา 40 วินาที ก่อนดึงร่มให้กาง ใช้พลุควันสีขาว แดง ขาว น้ำเงิน ประกอบดิ่งลงมาเป็นสัญญาลักษณ์ของธงชาติฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับสีสัญญลักษณ์ของธงชาติไทยพอดี ยังความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเริ่มแรก ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2504 ซึ่งเป็นวันดี "วันปียมหาราช"
ร้อย พธ.สกอ.พธ.ทบ.
เปิดการฝึกการกระโดดร่มแบบกระตุกเองหรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า "ดิ่งพสุธา" ขึ้นเป็นครั้งแรกในกองทัพบก โดยมี พันตรี อีเกิล (Maj. Egle) ที่ปรึกษาสหรัฐประจำ ร้อย พธ.สกอ. เป็นผู้ดำเนินการและเป็นครูฝึกซึ่งได้คัดเลือกข้าราชการในร้อย พธ.สกอ. ที่มีความสมัครใจจำนวน 4 นาย เป็นผู้เข้ารับการฝึก ดังรายชื่อ
1. จ.ส.อ. พิศิษฐ์ จันทภูมิ (ยศขณะนั้น)
2. จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ (ยศขณะนั้น)
3. ส.อ. ธวัชชัย ภักดิ์ศรีวงศ์ (ยศขณะนั้น) และ
4. ส.อ. ประสาท ปะละฤทธิ์ (ยศขณะนั้น)
โดยในการฝึกได้ใช้ร่ม บี.12 ดัดแปลงและโดดจาก บ.แอล 20 ทำการฝึก
สอนเฉพาะวันเสาร์
และอาทิตย์ ใช้เวลาในการฝึกประมาณ 3 เดือนเศษ จากการฝึกโดดร่มดังกล่าวในครั้งเริ่มแรก สรุป ได้ว่าครูฝึกให้ผ่าน หมายความว่าเมื่อตัดสายและถ่วงเวลา 10 วินาที แล้วเป็นที่น่าพอใจของครู จัดว่าเป็นผู้สามารถโดดร่มแบบกระตุกเอง หรือ"ดิ่งพสุธา" ได้ 2 ราย คือ
1. จ.ส.อ. พิศิษฐ์ จันทภูมิ และ
2. จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์
ดังนั้น จึงไม่นาเป็นปัญหาว่าใคร หรือผู้ใดเป็นผู้โดดร่มแบบกระตุกเอง
ดิ่งพสุธา หรือเหิน
เวหา เป็นคนแรกในกองทัพบก และประเทศไทยหลังจากนั้นไม่นาน ประมาณต้นปี พ.ศ. 2505 กองพันทหารพลร่ม (ชื่อหน่วยในขณะนั้น) ซึ่งตั้งอยู่ ณ บ้านป่าหวาย ก็เปิดการฝึกขึ้นบ้างโดยมี พันตรีอาดัมส์ (Maj. Adams) ที่ปรึกษาสหรัฐประจำกองพันทหารพลร่มเป็นผู้ดำเนินการและเป็นครูฝึก ซึ่งได้คัดเลือกข้าราชการในกองพันทหารพลร่มที่สมัครเข้ารับการฝึก จำนวน 3 นาย คือ
1. ร.ท. เทียมชัย พันธ์ชูจิต (ยศขณะนั้น)
2. จ.ส.ต. พรหม อนุสรรัมย์ (ยศขณะนั้น)และ
3. ส.อ. สัมพันธ์ พงษ์พานิช (ยศขณะนั้น)
สรุป การฝึกใช้ร่มและ บ.ในการฝึก เช่นเดียวกับร้อย พธ.สกอ. และใช้
ระยะเวลาในการฝึก
ประมาณ 3 เดือนเศษ นักโดดร่มสามนายสามารถทดสอบผ่านตามขั้นตอนทุกประการ และโดดร่มแบบกระตุกเองหรือดิ่งพสุธาได้ แต่ยังต้องหาประการณ์ในการโดดอีกต่อไป ในปีเดียวกันนั้น ( ประมาณกลางปี พ.ศ. 2505 ) ร้อย พธ.สกอ.ก็ได้รับอนุมัติให้เปิดการฝึกต่ออีก โดยให้ จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ (ยศขณะนั้น) ซึ่งผ่านการทดสอบสามารถโดดร่มแบบเหินเวหาได้ และมีประสบการณ์พอสมควรเป็นครูฝึก (ที่ปรึกษาที่เคยเป็นครูฝึกมาก่อน เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาแล้ว) และให้ผู้เข้ารับการฝึกครั้งแรก ที่ยังทดสอบไม่ผ่านรวม 2 ราย คือ ส.อ. ธวัชชัย กับ สอ. ประสาท นั้นเป็นผู้เข้ารับการฝึกต่อ รวมกับผู้เข้ารับการฝึกใหม่อีก 2 นาย จึงเป็นผู้เข้ารับการฝึกจาก ร้อย
พธ.สกอ. ในการฝึกครั้งนี้จำนวน 4 นาย ดังนี้ คือ
1. ส.อ. ธวัชชัย ภักดิ์ศรีวงศ์ (ยศขณะนั้น)
2. ส.อ. ประสาท ปะละฤทธิ์ (ยศขณะนั้น)
3. ส.อ. เสาวกุล ชูศิริ (ยศขณะนั้น)
4. ส.อ. ถวิล วุฒิวงศ์ชัย (ยศขณะนั้น)
ในการเปิดการฝึกต่อของ ร้อย พธ.สกอ. ซึ่งนับเป็นการฝึกครั้งที่สองโดย
ครูฝึกไทย คือ
จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ เป็นครั้งแรกและคนแรกนั้นทางกองพันทหารพลร่มที่ป่าหวาย โดยอนุมัติและส่งกำลังพลของหน่วยเข้ารับการฝึกด้วย 4 นาย ดังนี้คือ
1. ร.อ. สุวิช สุวรรณปรีชา (ยศขณะนั้น)
2. ร.อ. ประดิษฐ์ สมเพราะ (ยศขณะนั้น)
3. ส.อ. สมาน พึ่งปัญญา (ยศขณะนั้น)และ
4. ส.อ. สมทรง แปลงเงิน (ยศขณะนั้น)
จึงมียอดผู้เข้ารับการฝึก (นักเรียน) ทั้งสองหน่วย คือร้อย พธ.สกอ. และ
กองพันทหารพลร่ม
ในการเปิดการฝึกครั้งที่สองของ ร้อย พะ.สกอ. หรือในการฝึกครั้งนี้จำนวนรวม 8 นาย ทำการฝึกเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น โดยใช้ร่ม บี. 12 ดัดแปลงโดดจาก บ.แอล 20 และมี ฮ. สนับสนุนในบางโอกาส ใช้สนามโดด บริเวณสนามบินโคกกระเทียม ลพบุรี และบริเวณสนามบินบ้านแพะ สระบุรี ใช้เวลาในการฝึกประมาณ 5 เดือนเศษ อนึ่ง ในการฝึกครั้งนี้ได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากนายทหารอเมริกันที่เชี่ยวชาญการโดดร่มเหินเวหา ชื่อ ร.ท. จอห์น อาร์ มินูโทลี่ เกี่ยวกับ กฎนิรภัยของการโดดร่มเหินเวหา วิธีดัดแปลงร่ม การพับร่ม วิธีประกอบสายดึงร่ม ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น อันนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นวิทยาทานในการฝึกเป็นอย่างมาก และเป็นความรู้ที่มีคุณค่าของนักโดดร่มเหินเวหา ผลการฝึกของร้อย พธ.สกอ. ที่มีครูฝึกเป็นคนไทยคือ จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ เป็นคนแรกนั้นอาจกล่าวได้ว่าผู้เข้ารับการฝึก (นักเรียน) ทุกนาย มีความอดทน สนใจและตั้งใจจริง ซึ่งต้องรับการฝึกตามขั้นตอนทุกขั้นตอน จนสามารถผ่านการทดสอบตามกำหนดการทุกประการทั้งผ่านประสบการณ์ จากการโดดจากความสูง 8,000 ฟุต ถ่วงเวลา 30 วินาที ทุกนายทั้ง 8 นายด้วย จึงสรุปได้ว่าการฝึกได้ผล ซึ่งนักโดดร่มทั้ง 8 นาย จะเพิ่มจำนวนนักโดดร่มเหินเวหาแห่งกองทัพบก และเป็นผู้บุกเบิกการฝึกต่อไป สำหรับ ร้อย พธ.สกอ. และกองพันทหารพลร่ม ครั้นถึงต้นปี พ.ศ. 2506 กองรบพิเศษ (พลร่ม) จึงเริ่มเปิดทำการฝึกให้กับกำลังพลภายในหน่วยต่อไป โดยมี ร.อ. สุวิทย์ สุวรรณปรีชา เป็นหัวหน้าครูฝึก และเป็นผู้ที่สามารถโดดร่มแบบกระตุกเองได้แล้วในส่วนของ พัน.พร เป็นผู้ช่วย
ต่อมาประมาณปลายปี 2506 ถึงต้นปี 2507 จ.ท. สมาน อุบลบาน
และ จ.ท.โชค พุ่มอยู่ สังกัดกองทัพอากาศได้มาทำการฝึกโดดร่มแบบกระตุกเองกับชมรมนักเหินเวหา กองรบพิเศษ (พลร่ม)ด้วย และสามารถทำการโดดร่มแบบกระตุกเองได้ ซึ่งในเวลาต่อมา จ.ท.สมาน อุบลบาน และนักโดดร่มแบบกระตุกเองชุดแรกของกองทัพอากาศ ก็ได้เป็นผู้ดำเนินการฝึกกำลังพลในส่วนของกองทัพอากาศ (เป็นครูใหญ่ของการโดดร่มกระตุกเองของ ทอ.)ต่อมาจนกระทั่งเกิดนักโดดร่มในส่วนของ ทอ.ที่มีความสามารถเป็นจำนวนมากทั้งด้านกีฬาและทางทหารในปัจจุบัน อนึ่ง
ในปี พ.ศ. 2514 ทางกองทัพเรือโดยมี ร.อ.อุดมพร สมพงษ์,จ.อ.
สมเกียรติ บุญวงษ์,จ.อ. ทวี เอี่ยวพานิช,จ.อ. สำรวย กิจปลื้ม และ จ.อ. สิทธิเดช เปียผึ้ง (ยศขณะนั้นทุกคน ) ก็ได้มีโอกาสมาเริ่มฝึกกระโดดร่มแบบกระตุกเองกับทางกองทัพอากาศ ซึ่งมีครูสมาน อุบลบาน หัวหน้าครูฝึกเป็นผู้ควบคุมการฝึกสอน จนกระทั่งทุกนายสามารถทำการโดดร่มแบบกระตุกเองได้ และนักโดดร่มของกองทัพเรือดังกล่าวก็คือ ครูฝึกการโดดร่มแบบกระตุกเองชุดแรกของกองทัพเรือ ซึ่งได้ทำการฝึกกำลังพลในส่วนของกองทัพเรือ ให้สามารถโดดร่มแบบกระตุกเองได้และมีความสามารถทั้งด้านกีฬาและการโดดในทางทหาร จนกระทั่งปัจจุบันนี้
สำหรับในส่วนของกรมตำรวจนั้น การเริ่มต้นในเรื่องของการโดดร่มแบบ
กระตุกเองนั้น มิได้ก่อกำเนิดขึ้นในประเทศไทยแต่อย่างใด กล่าวคือเมื่อปี พ.ศ. 2503 ขณะนั้นในประเทศลาวมีการปฏิวัติโดย นายพลกองแล ทางค่ายนเรศวร หัวหิน ได้ส่งตำรวจพลร่มไปปฏิบัติหน้าที่ยังประเทศลาวเพื่อทำการฝึกทหารลาวให้สามารถทำการรบและโดดร่มได้ ซึ่งมีกำลังพลจากค่ายนเรศวร หัวหิน 2 ชุด คือ ชุดแรก มี ส.ต.อ. ธงชัย ลิ้มสุขล้ำ เป็นหัวหน้า และ ส.ต.ท. ถวิล หมื่นรักษ์ ,ส.ต.ต. สำรวย ทิวงษา และ ส.ต.ต. อุดม มีใย ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอยู่ที่ค่ายโพนเค็ง เมืองเวียงจันทร์ และขณะเดียวกับตำรวจพลร่มอีกชุดหนึ่งมี ร.ต.ท. สุรยุทธ ปัทมดิลก,เป็นหัวหน้า และ ส.ต.อ. วรพงษ์ วงษ์รัตน์,ส.ต.อ. สมพงษ์ คำสด,ส.ต.อ. เชื้อชาย ณ นคร และ ส.ต.อ. ชะลอ เสงี่ยมพันธุ์ ซึ่งเป็นทีมส่งกำลังทางอากาศ หรือชุดทิ้งของทางอากาศให้กับชุดปฏิบัติการต่างๆ ในประเทศลาว โดยปฏิบัติงานอยู่ที่สนามบินวัดไต เมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว เช่นเดียวกันในต้นปี 2505 กำลังพลของตำรวจค่ายนเรศวร ทั้ง 2 ชุด ดังกล่าว ได้มีโอกาสฝึกโดดร่มแบบกระตุกเองกับครูฝึกชาวอเมริกันคนเดียวกันคือ ส.อ. เฮล (Sgt. Hell ) ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ ณ ประเทศลาวในขณะนั้น โดยมีชุดที่มี ส.ต.อ. ธงชัย ฯ เป็น หน.ชุด ทำการฝึกที่ค่าย โพนเค็ง และในเวลาไล่เลี่ยกันชุดที่มี ร.ต.ท. สุรยุทธ ฯ และ ส.ต.อ. วรพงษ์ ฯ เป็น หน. ก็ทำการฝึกที่สนามบินวัดไต จนกระทั่งสามารถทำการโดดร่มแบบกระตุกเองได้เป็นอย่างดี และทำการโดดหาประสบการณ์อยู่ที่เมืองลาวเป็นส่วนใหญ่ในขณะนั้น แต่มีโอกาสมาโดดที่ประเทศไทยบ้างเป็นการโดดโชว์เป็นครั้งคราว โดยมิได้ทำการฝึกต่อให้กับตำรวจชุดอื่น ๆ แต่อย่างใด จนกระทั่งมาถึง ปี พ.ศ. 2507 นักโดดร่มดังกล่าว จึงมาเริ่มทำการฝึกให้แก่ตำรวจพลร่มชุดต่อมาที่ ค่ายเสนีย์รณยุทธ จังหวัดอุดรธานี จนสามารถผลิตนักโดดร่มในส่วนของตำรวจเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง และต่อมาปี พ.ศ. 2509 ชุด ครูฝึกชุดเดิมและชุดที่ทำการฝึกที่ทำการฝึกสำเร็จที่ จังหวัดอุดรธานี จึงได้ทำการฝึกตำรวจชุดหลังๆ ต่อมา ณ ที่ค่ายนเรศวร หัวหิน
การฝึกกันต่อ ๆ มาของค่ายนเรศวร จึงได้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันจนมี
กำลังพลของตำรวจที่โดดร่มแบบกระตุกเองได้อย่างมีความสามารถ จนถึงปัจจุบันนี้