|
เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์
ของงานศิลปะก็คือ เรามิได้รับรู้ เพียงเรื่องราวของภาพจิตรกรรม เท่านั้น
หากทว่ายังซึมซับอรรถรส และอารมณ์สะเทือนใจ ทางความงามไปพร้อมกันด้วย
ดังแม้ว่า จะเป็นภาพพุทธประวัติตอนเดียวกัน แต่ทว่ารูปแบบ
และอรรถรสทางความงามนั้น
ล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
จากแบบแผน และลายเส้น อันประณีตอ่อนหวาน ตามแบบช่างหลวง ที่วัดทองธรรมชาติ
ของเมืองบางกอก มาสู่รูปแบบงาน ที่มีความอิสระกว่า ในงานที่มีลักษณะแบบ "
กึ่งพื้นบ้าน " ในงานจิตรกรรม
ที่วัดบวกครกหลวง
รอยฝีแปรงที่ปาดป้ายโขดหิน
และพื้นดินอย่างมั่นใจ ผนวกกับการตัดเส้น ที่ด้วยพู่กันที่รวดเร็วฉับพลัน
ทำให้เกิดพลังทางความงาม ตอบโต้กับผู้ชม อย่างตรงไปตรงมา อรรถรสทางความงาม
ในรูปแบบดังกล่าวนี้ นับว่าเป็นเสน่ห์อันวิเศษ ที่เราจะหาชมได้ยากจากงาน
ที่เต็มไปด้วยระเบียบแบบแผน อันเคร่งครัด ตามแบบช่างหลวง
ส่วนงานจิตรกรรมที่ "
วัดกิ่งแก้ว " นั้นแม้ว่าฝีมือช่าง จะมีลักษณะค่อนมาทาง พื้นบ้านมากกว่า (
เมื่อเปรียบเทียบกับ วัดทองธรรมชาติ ) แต่รอยฝีแปรง ที่ปาดป้ายโขดเขา
และพื้นดิน รวมทั้งโครงสีโดยรวมนั้น มีความนุ่มนวล และสะอาดตา
ซึ่งนับว่าแตกต่าง กับงานจิตรกรรม ที่วัดบวกครกหลวง โดยสิ้นเชิง
นอกจากนั้นแล้วงานศิลปะ
ย่อมมีความสัมพันธ์ กันอย่างใกล้ชิด กับสังคมอีกด้วย
สิ่งที่จิตรกรได้เขียนนั้น ไม่ได้เป็นแต่เพียงภาพวาด
ที่เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ตอนหนึ่งเท่านั้น |