Back

วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร


ชื่อของวัดมีความหมายเกี่ยวกับคติธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏเรื่องราวในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์กุมารตอนพระเวสสันดรตรัสเรียก สองกุมารขึ้นจากสระบัวเพื่อพระราชทานให้ชูชกพระเวสสันดรทรงกล่าวเป็นคาถา อุปมาว่าพระบารมีทานทั้งหลายทั้งปวงที่ทรงบำเพ็ญนั้นเปรียบเสมือนยานนาวา อันจะเป็นพาหนะนำสัตว์โลกให้ข้ามพ้นห้วงมหรรณพสงสารจนถึงฝั่ง
วัดยานนาวา เป็นวัดหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้บูรณะปฏิสังขรณ์จากวัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา ชื่อวัดคอกควายหรือวัดคอกกระบือและการที่โปรดพระราชทานนามวัดนี้ใหม่ว่า วัดยานนาวานั้น มีประวัติที่น่าสนใจคือ เมื่อโปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดคอกควาย หรือคอกกระบือแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ จะสร้างพระเจดีย์ที่มีลักษณะแปลกกว่าพระสถูปหรือพระปรางค์ที่สร้างกันอยู่ ในสมัยนั้นเป็นพุทธบูชาทรงรำลึกถึงคติธรรมที่พระเวสสันดรทรงอุปมาเรื่องยานนาวา ซึ่งเป็นพาหนะทางน้ำประกอบกับทรงมีพระราชดำริว่าขณะนั้นเรือสำเภาจีนที่เดินทาง ค้าขายทางทะเลกำลังจะหมดสมัยเพราะเริ่มมีเรือกำปั่นต่อแบบฝรั่งเข้ามาแทนที่ อนุชนรุ่นหลังคงจะรู้จักแต่เพียงชื่อ “สำเภาจีน” ด้วยพระราชดำริอันลึกซึ้งรอบคอบ และกว้างไกลเช่นนี้จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างเจดีย์มีฐานเป็นยานนาวา ตามคติธรรมทางพระพุทธศาสนาลักษณะยานนาวาเป็นเรือสำเภาจีน ขนาดเท่าและลักษณะเหมือนของจริงทุกประการ และโปรดพระราชทานนามวัดว่า “วัดยานนาวา”

ประวัติของวัดยานนาวานั้นก็มีอยู่ว่า วัดยานนาวาซึ่งในปัจจุบันนี้ ตั้งอยู่ใน แขวงยานนาวา เขตสาทร แต่เมื่อในอดีตนั้น พื้นที่บริเวณนี้เรียกว่า "บ้านทวาย" สาเหตุที่เรียกชื่อดังนี้เพราะมีคนชนชาติทวาย มาลงหลักปักฐานอาศัยอยู่ เป็นจำนวนมาก และ ที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวทวาย จะนำกระบือ ที่เลี้ยงไว้มาทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน จึงได้ชื่อเรียกกันต่อมาว่า "บ้านคอกควาย"
ในขณะนั้นภายในหมู่บ้านมีวัดเก่าแก่อยู่วัดหนึ่งสร้างมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชื่อว่า "วัดคอกควาย" ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี วัดคอกควายได้ถูกยกเป็นพระอารามหลวง และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดคอกกระบื" และพอมาถึงในรัชสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างพระอุโบสถขึ้นมาหลังหนึ่งภายในวัด ซึ่งยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
ในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 3 ) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ และมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระเจดีย์เพิ่มเติม แต่ทรงมีพระราชดำริว่าการสร้างสถูปหรือพระปรางค์นั้นวัดอื่นๆ ก็สร้างกันแบบนี้อยู่แล้ว พระองค์ท่านจึงโปรดให้สร้างพระเจดีย์ที่มีฐานเป็นเรือสำเภา ขนาดเท่าเรือสำเภาจริงๆ โดยมีพระราชดำรัสว่า " หากคนภายหน้าอยากเห็นว่า เรือสำเภาเป็นอย่างไรจะได้มาดู " และ ขนานนามพระอารามใหม่ว่า " วัดยานนาวา " มาจนตราบทุกวันนี้
แต่สำหรับชื่อ อำเภอยานนาวา นั้น ในสมัยรัชกาลที่ 3 ยังเป็นชื่อ " บ้านทวาย " จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 กระทรวงมหาดไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งเป็นอำเภอ พื้นที่ตรงนี้ได้รับการขนามนามว่า " อำเภอบ้านทวาย " แต่ต่อมาได้เปลี่ยนใหม่เป็น " อำเภอยานนาวา " เพราะว่า อำเภอบ้านทวายนั้นมีสำเนียงเป็นภาษาต่างด้าว จึงเปลี่ยนตามชื่อของวัด แต่ต่อมาได้แบ่งเขตการปกครองใหม่ ดังนั้นเขตยานนาวา ในปัจจุบัน กลายเป็นเขตสาทร แทน
สาเหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่า "วัดยานนาวา" นั้น กล่าวคือ รัชกาลที่ 3 ท่านทรงรำลึกถึงคติธรรม ที่พระเวสสันดรทรงอุปมาเรื่องยานนาวา ซึ่งเป็นพาหนะนำสัตว์โลก ให้ข้ามพ้นห้วงมหรรณพสงสาร จนถึงฝั่ง อีกทั้งในเวลานั้นไทยเองมีการค้าขายกับชาวต่างชาติอยู่ โดยใช้เรือแบบสำเภาจีนเป็นยานพาหนะ และเรือกำปั่นแบบฝรั่ง กำลังเข้ามาแทนที่เรือสำเภา พระองค์ท่านเกรงว่าอีกหน่อยคนรุ่นหลังๆ ก็คงจะไม่รู้จักว่า “ สำเภาจีน ” นั้นมีรูปร่างลักษณะเช่นไร
พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ที่มีฐาน เป็นยานนาวา เท่าของจริง เจดีย์ที่มีรูปเป็นเรือสำเภานี้ มีความยาวจากหงอนด้านบน จนมาถึงท้ายบาหลี 21 วา 2 ศอก แต่ถ้าวัดจากส่วนพื้นดินนั้นยาว 18 วา 1 ศอก ในลำเรือกว้าง 4 วา 3 ศอก ส่วนสูงวัดตรงกลางลำ 2 วา 3 ศอก
ตามประวัติเล่าไว้ว่า เดิมที่ส่วนท้ายบาหลีนั้น มีรูปพระเวสสันดรกับกัณหาชาลี แต่ในปัจจุบันไม่มีปรากฏให้เห็นแล้ว


อาคารมหาเจษฎาบดินทร์


อาคารหอพระไตรปิฎก



E-mail : sunthai75@hotmail.com   or   searchthailand@hotmail.com