ปอยลูกแก้ว
(ส่างลอง)

ปอยลูกแก้ว (งานบวชเณร)เป็นประเพณีการบรรพชาสามเณรของคนภาคเหนือ ภาษาพื้นเมืองเรียกลูกแก้ว ภาษาไทยใหญ่เรียก ส่างลอง ลูกแก้วนั้นคือการแต่งองค์ทรงเครื่องของผุ้มี่จะบรรพชาสามเณรคล้ายการแต่งชุดนาคก่อนบวชพระนั่นเอง นิยมจัดปอยขึ้นตั้งแต่ ปลายเดือนมีนาถึงเดือนพฤษภาคม  เป็นพิธีที่ใหญ่โดยจะจัดงานขึ้น 3 วัน
    วันแรกเรียกว่า วันดาลูกลูกแก้ว ในต้อนเช้านะนำเด็กชายที่จะเข้าพิธีโกนผมโกนคิ้ว แต่งตัว แต่งหน้าทาปาก แล้วนำไปแต่งองค์ทรงเครื่อง ประดับประดาด้วยอาภรณ์ที่เต็มไปด้วยของมีค่า แก้วแหวนเงินทอง ผ้าลายแระดิ้นทองคล้ายราชกุมาร มีเครื่องประกอบคือ ร่มหนึ่งคันใส่คันยาวประดับประดา และขันผูกมือ  หลังจากนั้นก็จะเริ่มแห่นำลูกแก้วโดยให้ขี่คอ มีคนถือร่ม ถือขันผูกมือนำไปตามที่ต่าง เช่น บ้านของลูกแก้วของแต่ละคนหรือไปบ้านของผู้ใหญ่ที่สำคัญ ศาลเจ้าเมือง ศาลหมู่บ้าน ทั้งนี้จะมีกี่คนก็ไปกันทั้งหมด ไปถึงผู้ใหญ่ในบ้านนั้นจะทำพิธีผูกข้อมือ ถวายปัจจัยในขันผูกมือนั้น แห่กันทั้งวันจนกว่าจะครบบ้าน จากนั้นก็มาพักทบ้านหรือสถานที่ที่นัดไว้โดยเฉพาะ 
   วันที่สองจะเป็นวันที่ให้ญาติพี่น้องที่รู้จักกันในบ้านหรือต่างบ้านจะมาทำบุญกับลูกแก้ว  แต่จะมีผู้เฒ่าผู้แก่เป็นคนให้พรเรียกว่าเจ้าปอน(พร) 
   วันที่สาม ก็จะเป็นวันขอบรรพชาสามณร
ในงานปอย จะมีมหรสพฉลองมีลิเก ภาพยนต์ตนตรี แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ซอ (เป็นการขับรร้องโต้ตอบ) ลักษณะเหมือนกับการขับเพลงอีแซวของภาคกลาง

ทางภาคเหนือ นิยมเรียกสามเณรว่า พระ เมื่อสึกออกไปจะมีคำเรียกนำหน้าว่า น้อย เรียกพระภิกษุว่า ตุ๊เจ้า เมื่อสึกออกไป จะมีคำนำหน้าว่า หนาน
ส่วนภาษาไทยใหญ่เรียกสามเณรว่า เจ้าส่าง เมื่อสึกออกไปจะมีคำนำหน้าว่า ส่าง เรีกพระภิกษุว่า หวุนเจ้า หรือหวุนจาง  เมื่อสึกออกไปจะมีคำเรียกนำหน้าว่า หนาน เช่นกัน

 

ขบวนแห่ลูกแก้ว

ให้ลูกแก้วขี่คอ
 

ขอขมาผู้มีพระคุณ

ขอบรรพชาสามเณร