1.1สรุปลักษณะองค์กรจากเจ้าของกิจการ (Executive Summary)
- ดำเนินธุรกิจแบบครอบครัว
- ขายสินค้าเฉพาะอย่าง คือ อุปกรณ์ไฟฟ้า
- เน้นการบริการเป็นหลัก
- จำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าในราคาเท่ากับคู่แข่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคา
- เป็นร้านค้าขายปลีกซึ่งรับสินค้ามาจากพ่อค้าขายส่ง
- มีพนักงานในร้าน 3 คน ซึ่งสามารถ เขียนและอ่านหนังสือได้ ซึ่งรับวุฒิตั้งแต่ ป.6 ขึ้นไป
- ใช้ทุนส่วนตัวในการลงทุนครั้งนี้
- มีการให้สินเชื่อสำหรับลูกค้าประจำ และลูกค้าที่เป็นที่รู้จักของสังคม
- การเปิดบริการลูกค้าตั้งแต่วันจันทร์- วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00-5.00 ส่วนวันอาทิตย์หยุดครึ่งวัน
- ลูกค้าสามารถโทรศัพท์มาสั่งสินค้ากับทางร้านได้ และทางร้านจะเป็นผู้จัดส่งให้ถึงบ้าน
- เจ้าของร้านเป็นคนเก็บเงินและคิดคำนวณรายรับรายจ่ายเอง
- เป็นธุรกิจขนาดย่อมบริหารโดยเจ้าของเพียงคนเดียว
- พนักงานที่จะสามารถทำงานกับทางร้านได้ จะต้องถูกสัมภาษณ์ และผ่านการอบรมจากทางร้านก่อนทุกคน
เพื่อให้ได้การบริการที่ดีกับลูกค้า
ความเป็นมาของร้านอุปกรณ์ไฟฟ้านิรันดร์
ร้านอุปกรณ์ไฟฟ้านิรันดร์ จำกัด เป็นกิจการที่ขายสินค้าที่เป็นเกี่ยวกับหลอดไฟฟ้าหลากหลายชนิด และมี
หลายยี่ห้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 99 หมู่ 7 ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา 56110 โดยที่กิจการนี้ได้ขายหลอดไฟฟ้า
ชนิดกลม นิออลยาว นิออลสั้น หลอดขาตะเกียบ หลอดประหยัดไฟ หลอดจำปา และยี่ที่ขายก็เช่น Phillips ,National,
Tochiba,electoluckฯลฯ กิจการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว บริหารงานโดยเจ้าของกิจการและมี
พนักงานบัญชี เป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลการซื้อ- ขายสินค้า และมีพนักงานขายสินค้าที่คอยขายสินค้าให้กับลูกค้าและทำหน้าที่เช็ค
สินค้าในคลังสินค้าด้วยพนักงานทุกคนสามารถที่จะทำหน้าที่แทนกันได้
ร้านค้าที่ข้าพเจ้าจะทำระบบ ชื่อ ร้านอุปกรณ์ไฟฟ้านิรันดร์ เป็นร้านที่ขายเกี่ยวกับเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่ง
ส่วนใหญ่เป็นหลอดไฟ ซึ่งได้จัดตั้งมาเป็นเวลา 10 ปี ผ่านมาแล้ว ทุนที่ใช้ในการลงทุนเป็นการใช้ทุนส่วนตัว เหตุ
จูงใจที่ได้ตั้งขายอุปกรณ์ไฟฟ้าร้านนี้มา ก็เพราะอยากที่จะมีกิจการส่วนตัวเป็นของตัวเองสักหนึ่งร้าน และจากที่ได้สำรวจ
พื้นที่ในระดับอำเภอที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ ก็ปรากฏว่ามีร้านขายเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ไม่กี่แห่ง และแต่ละแห่งก็มีข้อเสีย
ที่แตกต่างกันไป เช่น การบริการลูกค้าอย่างไม่สุภาพ ทำเลที่ตั้งไม่ดีจึงขายไม่ดีสักเท่าไร การบริการหลังการ ฯลฯ
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงคิดที่จะเปิดร้านขาย อุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อที่จะแก้ไขข้อบกพร่องของแต่ละร้านที่ได้ไปใช้บริการมาแล้ว
การดำเนินการที่ผ่านมา เป็นการดำเนินการโดยใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ ในการเช็ค Stock สินค้า การคำนวณ
ค่าใช้จ่ายในการซื้อ-ขายสินค้า สามารถทำงานได้อย่างล่าช้า เจ้าของกิจการจึงมีแนวความคิดที่จะนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการ
ดำเนินงาน ซึ่งในการจัดทำระบบงานขึ้นมานี้ข้าพเจ้าได้ใช้เวลาหลายเดือนในการศึกษา ออกแบบ วิเคราะห์ และเขียนโปรแกรม
เพื่อใช้งานในกิจการ ซึ่งสามารถใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นดีที่สุด หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในการทำงาน ข้าพเจ้าจึง
ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย
การรับพนักงานเป็นการสรรหาโดยการประกาศรับสมัครพนักงาน ซึ่งรับวุฒิตั้งแต่ ป. 6 ขึ้นไป สาเหตุที่รับ
พนักงานตั้งแต่ ป.6 ขึ้นไปก็ เพื่อว่าคนที่จะสามารถมาเป็นพนักงานในร้านได้ ต้องสามารถอ่านหนังสือเป็น เขียนได้ และ
ก่อนที่จะรับเข้าทำงานนั้น ต้องมีการสัมภาษณ์ก่อน ดูจากการพฤติกรรมขณะที่ถูกสัมภาษณ์ว่า เขามีคุณสมบัติที่จะเป็น
พนักงานได้หรือไม่ เช่น การตอบสัมภาษณ์ มีความสุภาพและความจริงใจแค่ไหนในการจะมาเข้าทำงานกับร้านเรา และ
เราก็ต้องตรวจสอบประวัติของเขาด้วย เพื่อจะได้ปลอดภัยจากขบวนการของพวกขโมย อย่างที่ได้เห็นกันจากข่าวในปัจจุบันนี้
การให้เงินเดือนของพนักงานจะให้คนละ 3,000 บาท ส่วนการทำงานล่วงเวลา อาจจะเป็นการเลี้ยงอาหารหรือ
ให้เงินเพิ่มแล้วแต่กรณี ว่าการทำงานล่วงเวลาในแต่ละครั้งทำงานอะไร เช่น การช่วยกันทำความสะอาดร้าน ก็อาจจะตอบแทน
โดยการเลี้ยงอาหารมื้อเย็นสักมื้อ หรือการทำงานล่วงเวลาโดยการเช็คสินค้าที่ร้านซื้อมาใหม่ อย่างดึก ถ้าบ่อยครั้งก็ตอบแทน
โดยการเพิ่มเงินให้เป็นกรณีพิเศษ และทางร้านได้มีนโยบายให้พนักงานทานข้าวที่ร้าน โดยทางร้านจะทำอาหารเลี้ยงเอง
ผลประโยชน์ที่ได้ตรงนี้ก็เพื่อที่จะได้มีพนักงานชายอยู่ตลอด แม้ช่วงพักกลางวัน เราก็สามารถที่บริการลูกค้าได้ ซึ่งเป็นการ
วางแผนทางการตลาดอย่างหนึ่ง
การกำหนดลาขาดของพนักงาน ในเวลา 1 เดือน พนักงานสามารถลาได้ 2 ครั้ง ขาดได้ 2 ครั้ง และห้ามลา
หรือขาดพร้อมกัน นโยบายของทางร้านมีการทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงอาทิตย์ แต่วันอาทิตย์หยุดครึ่งวัน และหยุดตามวันที่
กฎหมายกำหนดเช่น วันแรงงาน, วันสงกรานต์ วันหยุดเหล่านี้เป็นการหยุดให้พนักงาน แต่ทางร้านอาจจะเปิดบริการเหมือน
เดิมโดยที่เจ้าของร้านทำงานเอง
ลูกค้าของร้าน
ลูกค้ามี 2 ประเภท ลูกค้าทั่วไปกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ ทางร้านของเราจะมีการให้เชื่อสินค้าใน
บางรายเท่านั้น รายใดที่เห็นสมควรให้เชื่อสินค้าได้ต้องดูความเหมาะสม กับโอกาสการได้เงินด้วย ลูกค้าที่ทางร้านให้เชื่อตัว
อย่างเช่น พ่อค้าที่นำไปขายต่อยังตำบลที่อยู่ไกลอำเภอ มีอาชีพติดตั้งเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นที่รู้จักในสังคม มีถิ่น
ฐานในอำเภอที่ร้านเราตั้งอยู่ ฯลฯ บางรายที่เราไม่สามารถให้เชื่อได้ เช่น การพูดจาที่ไม่น่าไว้วางใจ กิริยาท่าทาง เหตุผล
ที่นำมาอ้างเพื่อจะทำการเชื่อสินค้าเราไปว่าเหมาะสมหรือมีน้ำหนักแค่ไหนในการที่เราจะ ไว้วางใจเขาได้ว่าเขาจะไม่ทำให้เกิดหนี้สูญ
ให้กับทางร้านได้
การติดตามหนี้สินของทางร้านจะเป็นการถามตรงๆ ไปเลย ถ้าหากเกิดกรณีที่คิดว่ามีโอกาสที่จะไม่ชำระ
หนี้ที่ติดค้างเป็นจำนวนมาก ทางร้านก็จะนำเอกสารที่ได้ให้กับลูกค้าเซ็นต์ก่อนทำการเชื่อสินค้าไป ทำการฟ้องร้องต่อตำรวจเจ้าหน้าที่
การขายสินค้า
เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านแล้วทางร้านจะให้พนักงานไปต้อนรับหน้าร้านแล้ว ทักทายด้วยความสุภาพจากนั้นก็ตามความต้อง
การของลูกค้าที่มาในร้าน ถ้าเขารู้จักสินค้าและบอกรายการมาทางร้านก็จะให้พนักงานไปหยิบมาให้ และทำการจ่ายเงินที่เคาร์เตอร์ แต่
ถ้าหากลูกค้าไม่รู้จักสินค้าดีพอ หรือจำขนาดไม่ได้เราจะให้พนักงานพาลูกค้าไปดูสินค้าให้ได้ตามที่ต้องการจริงๆ เพื่อป้องกันการซื้อ
สินค้าที่ผิดพลาดกลับไป เพราะจะทำให้เสียเวลาลูกค้าและทำให้ทางร้านต้องยกเลิกการซื้อสินค้าและบันทึกใหม่ทำให้เสียเวลาด้วย ลูกค้า
คนไหนจ่ายสดเราก็บันทึกเป็นจ่ายสด แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่เชื่อก็บันทึกเป็นลูกหนี้ไว้ และกำหนดวันชำระหนี้
1.2แนะนำลักษณะปัญหาโดยทั่วไป
กำหนดหัวเรื่องของปัญหา (Subject)
การทำงานที่ผิดพลาด ล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ
กำหนดของเขตของปัญหา (Scope)
- การทำงานที่ล่าช้า
- การปรับปรุงข้อมูลที่ล่าช้า
- เช็คสินค้าค้างสต๊อกผิดพลาดง่าย
- การเช็คสินค้าที่ล่าช้า
- การเก็บรายเอียดสินค้า
- ไม่ทรายละเอียดว่า ในแต่ละวันมีการขายสินค้าอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร่ และใครเป็นคนขายสินค้า
- เช็คจำนวนของสินค้าที่รับมาขายมีความเสียหายผิดพลาด
- การเช็คสินค้าในสต๊อกที่ยังเป็นการใช้ระบบ Manul
- การคิดเงินเฉพาะเงินที่ขายในแต่ละวัน
- การตัดสต๊อกสินค้าที่ได้ขายไปและสินค้าคงเหลือ
- การทำงานรายงานที่ล่าช้า ไม่สวยงาน และไม่ถูกต้อง
- มีความล่าช้าในการปรับปรุงข้อมูลสินค้า
- มีความล่าช้า และผิดพลาดในการตรวจสอบข้อมูลลูกค้า ผู้จำหน่าย และพนักงาน
กำหนดวัตถุประสงค์ของการศึกษา (Objective)
- ง่ายต่อการเช็คสินค้าคงเหลือ และสินค้าที่ขายไปในแต่ละวัน
- ความถูกต้องและแม่นยำของการเช็คสินค้าในร้าน
- การคำนวณรายได้และรายรับของร้านจะได้ถูกต้องตามหลักการบัญชีและหลักความเป็นจริง
- ให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานและได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานมากที่สุด
- พัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานในการทำงาน
- ข้อผิดพลาดในการพิมพ์เอกสารผิดมีมาก
- ให้รายงานที่ทันต่อความต้องการของผู้บริหาร
- รายงานต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และถูกต้อง
1.3 แสดงส่วนที่ก่อให้เกิดปัญหา
- การคิดคำนวณงานด้านบัญชี จะต้องมีความรู้ความสามารถทางด้านบัญชีบ้าง ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ทั้งทางการเงิน และถูกต้องตามหลักของการคำนวณบัญชี
- การเช็คสินค้าต้องเก็บข้อมูลไว้เพื่อจะได้ สั่งสินค้ามาขายอีกหรือหยุดการสั่งสินค้าในบางชนิด
- ความผิดพลาดในการพิมพ์ การคำนวณ การเขียน มีมาก
- เอกสารเมื่อเกิดความผิดพลาดแล้วตรวจสอบได้ยาก เพราะต้องเปิดหาเอกสารหลายๆเล่ม จึงจะสามารถแก้
ไขข้อมูลนั้นได้
- การเก็บข้อมูลของสินค้าที่ถูกขายไปในแต่ละวันว่ามีอะไร จำนวนเท่าไร และสินค้าที่ทางร้านได้ซื้อมามีอะไรบ้าง
ขาดหรือเกินอย่างไร มีของที่ชำรุดเสียหายเท่าไร
- ลูกค้ามีจำนวนมากและลูกหนี้จำนวนมาก ทำให้การหารายชื่อของลูกหนี้ที่จะมาชำระเงินได้ยากและเสียเวลาในการค้นหา
- สินค้ามีจำนวนมากทำให้ต้องหารหัสในการเก็บข้อมูลเมื่อต้องการตรวจรับสินค้าหรือเช็คสินค้า
- การเช็คข้อมูลการขายสินค้าในเวลาที่ผ่านมานานแล้วได้ยาก เนื่องจากข้อมูลการขายสินค้าในแต่วัน แต่ละเดือน แต่ละปี
มีจำนวนมาก
- การเช็คข้อมูลการสั่งซื่อ และตรวจรับสินค้าในเวลาที่ผ่านมานานแล้วได้ยาก เนื่องจากข้อมูลการสั่งซื้อสินค้าและตรวจ
สอบมีจำนวนมาก
- การตรวจสอบข้อมูลของผู้จำหน่ายได้ยากเพราะมีข้อมูลเยอะ
1.4 อธิบายหลักการและเหตุผลในการแก้ปัญหา ( Guiding for Basic solution )
หลักการในการแก้ไขปัญหา
1. ต้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ในแต่ละชนิดว่ามีลักษณะอย่างไร ราคาเท่าไร
มีอยู่จำนวนเท่าไร
2. ต้องนำระบบบัญชีมาใช้ในการคำนวณรายรับรายจ่ายของร้าน ว่าในแต่ละเดือนมีรายรับรายจ่ายเท่าไร และคาดว่าจะ
ได้กำไรขาดทุนเท่าไรในการรับสินค้ามาแต่งวด
3. ต้องมีการโฆษณาสินค้าและโฆษณาร้านค้าให้ลูกค้ารู้จักได้ทั่วถึง
4. มีการสำรวจสินค้าก่อนที่จะเก็บเข้าคลังสินค้าว่า ตอนที่เขาเอาสินค้าเอาสินค้ามาส่งให้มีสินค้าชำรุดเท่าไร และต้อง
ทำการคืนสินค้าและเมื่อไรจะนำสินค้ามาแทนให้ได้
5. สินค้าที่ค้างสต็อกก็ทำการลดราคาลง และโฆษณาให้กับลูกค้า
เหตุผลในการแก้ปัญหา
1. เพื่อแก้ไขปัญหาการเช็คสินค้าที่ขายไป และสินค้าที่เหลืออยู่ว่ามีจำนวนเท่าไร่และควรที่จะสั่งเพิ่มอีกหรือไมท่ และยัง
ตรวจสอบว่าสินค้าสูญหายบ้างหรือไม่ และยังสามารถเช็คความถูกต้องของจำนวนสินค้ากับทางบัญชี
2. เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการบริการลูกค้า
3. เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดตามได้
4. เพื่อสะดวกเช็คความจริงในการขายสินค้าในแต่ละวัน และสามารถคาดผลกำไรขาดทุนล่วงหน้าได้
5. เพื่อจะได้ไม่ต้องยุ่งยากในการทำบัญชี
6. เพื่อจะได้ลูกค้าในจำนวนมากๆ และได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากลูกค้า
|