|
![]() |
|
|
| พระอังคุฐกับพระดัชนีงอโค้งจรดกัน ส่วนอีกสามนิ้วพระหัตถ์กางออก เป็นพระพุทธรูป ที่ทำด้วยศิลาขนาดใหญ่ พระพุทธรูปในรูปท่าแบบนี้ เรียกว่า "ปางประทานปฐมเทศนา" หรือ "ปางประทานเอหิภิกขุ" ขนาดจากพระเกตุ ถึงพระบาท ๓.๓๖ เมตร ประวัติจากบันทึกของ พระธรรมวโรดม (โชติ ธมฺมปฺปโชติกเถระ) อดีตเจ้าอาวาส วัดพระปฐมเจดีย์ กล่าวเอาไว้ว่า "...........ท่านพระปลัดทอง พระอธิการวัดกลางบางแก้ว (วัดคงคา) ได้มาเห็นวัด พระปฐมเจดีย์ซึ่ง เวลานั้นว่างจากเจ้าอาวาส กุฏิเสนาสนะชำรุดมาก ท่านจึงพร้อมกันกับ "สามเณรบุญ" (ภายหลัง ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระพุทธวิถีนายก ตำแหน่งพระราชาคณะสามัญ เจ้าอาวาสวัด บางแก้ว) ผู้เป็น ศิษย์ได้มาช่วยบอกบุญขอแรงชาวบ้านตำบลพระปฐมเจดีย์ ไปช่วยขนอิฐที่ วัดทุ่งพระเมรุ (ครั้นมาในรัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามวัดทุ่งพระเมรุใหม่ว่า สวนนันทอุทยาน) เพื่อนำมาใช้ในการบูรณะปฏิสังขรณ์ในบริเวณ วัดพระปฐมเจดีย์ ได้เห็นจอมปลวกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในบริเวณสถานที่นั้น และได้เห็นพระเกตุมาลาโผล่ที่ยอด จอมปลวก จึงช่วยกันทำลายจอมปลวกนั้นออกมาแล้วปรากฏเป็นพระพุทธรูปศิลาขาวขนาดใหญ่ มีรอยต่อ เป็นท่อน ๆ จึงถอดรอยตามรอยต่อนั้นออก แล้วนำประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๔ (ปลายรัชกาลที่ ๔) ก่อนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครองราชสมบัติ ๗ ปี...." | |
พระพุทธนรเชษฐ์ |
|
|
|
![]() |
ส่วนที่ยังคงอยู่ที่วัดพระยากงก็มีคนใจร้ายทุบทำลายพระเศียร ๒ พระเศียร ให้แตกแยกจากกันเพื่อสะดวกแก่ การขนย้าย แล้วนำมาขายไว้ ณ ร้านค้าของเก่าในเวิ้งนครเกษม และกรมศิลปากรได้นำมาคืนประกอบเข้าแล้วนำ ไปจัดตั้งแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาด้วยความ ร่วมมือของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้นำพระพุทธรูปองค์วัดขุนพรหม กับชิ้นส่วน ที่วัดพระยากง มาประกอบเต็มองค์โดยถูกลดส่วนสัดได้ ๓ องค์ |
| จัดตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาหนึ่งองค์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร หนึ่งองค์ ถวายพระนามว่า "พระพุทธนรเชษฐ์เศวตอัศมมัยมุนี ศรีทวราราวดีปูชนียบพิตร" ซึ่งได้นำมาประดิษฐานไว้เป็นที่สักการบูชา ณ ลานชั้นลดด้านทิศใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์ เมื่อรวมองค์ที่ประดิษฐานอยู่แล้วในพระอุโบสถ วัดพระปฐมเจดีย์ด้วยกันก็เป็นครบ สี่องค์ | |