16 อำเภอจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อำเภอพระนครศรีอยุธยา

ประวัติความเป็นมา
อำเภอพระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อ"อำเภอรอบกรุง"ที่ว่าการอำเภอ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2440 เดิมเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวบริเวณบ้านพักปลัดจังหวัดปัจจุบัน แล้วย้ายไปอยู่ที่วัดของ (วัดร้าง) ตำบลหัวรอ
พ.ศ.2475 เปลี่ยนเป็น"อำเภอกรุงเก่า"เพราะเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงเก่า
พ.ศ.2500 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เปลี่ยนเป็น"อำเภอพระนครศรีอยุธยา"
12 สิงหาคม 2516 ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่ที่ที่ทำการประปาของเทศบาล ตำบลประตูชัย เพื่อใช้ที่เก่าสร้างศูนย์การค้า โดยมีเงื่อนไขสร้างที่ใหม่ให้บริเวณใกล้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดถนนโรจนะเชิงสะพานปรีดี - รง และอยู่มาจนถึงปัจจุบัน โดยมีหลวงประชาภิบาล เป็นนายอำเภอคนแรก
อาณาเขตของอำเภอพระนครศรีอยุธยา
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางปะหันและอำเภอนครหลวง
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบางปะอิน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภออุทัยและอำเภอบางปะอิน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางบาลและอำเภอบางไทร

อำเภอเสนา

อำเภอเสนาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 250 ตารางกิโลเมตร ระยะห่างประมาณ 23 กิโลเมตร
คำขวัญประจำอำเภอเสนา

เสนาตะกร้าสาน หลวงพ่อปานคู่เมือง
เรืองรองเจียรนัย ใฝ่ใจแผ่นดินธรรม

ประวัติความเป็นมา
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อำเภอเสนาเป็นส่วนหนึ่งของแขวงเสนา
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้แบ่ง แขวงเสนา เป็นแขวงใหญ่ (ด่านเหนือ) และแขวงเสนาน้อย (ด่านใต้) อำเภอเสนาเป็นส่วนหนึ่งของแขวงเสนาใหญ่
พ.ศ.2438 ได้จัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ได้แบ่งแขวงเสนาใหญ่ เป็นอำเภอเสนาใหญ่ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอผักไผ่) และอำเภอเสนากลาง (ต่อมาเป็นอำเภอเสนา)
อาณาเขตของอำเภอเสนา
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอผักไห่และอำเภอบางบาล
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอลาดบัวหลวง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางไทร
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางซ้าย

อำเภอท่าเรือ

อำเภอท่าเรืออยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 116 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอท่าเรือเป็นอำเภอที่มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนามานานกว่าสามร้อยปีจากหลักฐานเดิมเรียกว่า"อำเภอนครน้อย"
พ.ศ.2459 เปลี่ยนเป็น"อำเภอท่าเรือ" เพื่อรักษาประวัติเดิมที่มีว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ได้มีการค้นพบรอยพระพุทธบาท (ในจังหวัดสระบุรีปัจจุบัน) โดยพรานบุญ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงโปรดให้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทไว้และพระองค์ได้เสด็จทางชลมาครไปตามลำป่าสักเพื่อนมัสการพระพุทธบาท พระองค์ต้องเสด็จขึ้นบก พักเรือที่อำเภอท่าเรือปัจจุบัน อำเภอท่าเรือในอดีตจึงกลายเป็นท่าเรือจอดพักขบวนเสด็จของกษัตริย์สืบมา
ในสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (โอรสรัชกาลที่ 4 ) ได้สร้างทางรถไฟ เพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมผู้ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทราษฎรจึงเรียกว่า"รถไฟกรมพระนราฯ" ต่อมาทางรถยนต์สะดวกกว่ารัฐบาลจึงปรับทางรถไฟเป็นทางหลวงจังหวัด
อาณาเขตของอำเภอท่าเรือ
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอภาชี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอนครหลวง

อำเภอผักไห่

อำเภอผักไห่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีพื้นที่ประมาณ 118 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอผักไห่เดิมรวมอยู่ในแขวงเสนา ประกอบด้วยอำเภอผักไห่ เสนา บางบาล และบางไทร
ในสมัยรัชกาลที่ 3 แบ่งแขวงเสนา เป็นเสนาใหญ่และเสนาน้อย ผักไห่อยู่ในแขวงเสนาใหญ่ (ตอนเหนือ)
พ.ศ.2438 ได้จัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล อำเภอผักไห่เป็นแขวงอำเภอเสนาใหญ่
พ.ศ.2460 เปลี่ยนเป็นอำเภอผักไผ่ให้สอดคล้องกับชื่อตำบลที่ตั้งว่าการอำเภอ
คำว่า"ผักไห่"สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจาก"ปากไห่"หรือ"ปากไห้" จากหลักฐานในนิราศของนายมี ศิษย์ของสุนทรภู่ ผักไห่ เป็นชื่อหญ้าชนิดหนึ่งคล้ายต้นผักปราบที่ตำบลผักไห่ ในอดีตอาจมีต้นผักไห่นี้มากพื้นที่เป็นที่ราบที่ต่ำมีน้ำขังหญ้าชนิดนี้ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว
อาณาเขตของอำเภอผักไห่
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเสนา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางบาลและอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

อำเภอบางบาล

อำเภอบางบาลตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 112 ตารางกิโลเมตร
คำขวัญประจำอำเภอบางบาล

อิฐแกร่ง แหล่งดนตรีไทย
เลื่อมใสหลวงพ่อขัน ผลิตภัณฑ์ก้านธูป

ประวัติความเป็นมา
อำเภอบางบาล เดิมชื่อ"อำเภอเสนาใน"
พ.ศ.2453 เปลี่ยนเป็นอำเภอบางบาล เพราะนายเขียว บางบาล เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างที่ว่าการอำเภอ จึงเปลี่ยนเป็นบางบาลตามนามสกุลเจ้าของที่ดิน
อาณาเขตของอำเภอบางบาล
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางปะหันและอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบางไทร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอผักไห่และอำเภอเสนา

อำเภอบางไทร

อำเภอบางไทรตั้งอยู่ทางใต้ของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 325 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอบางไทร เดิมรวมอยู่กับแขวงเสนา
ในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นแขวงเสนาน้อย ( ด้านใต้ )
พ.ศ.2439 เป็นอำเภอเสนาน้อย
พ.ศ.2441 เปลี่ยนเป็น อำเภอราชคราม
พ.ศ.2482 เปลี่ยนเป็น อำเภอบางไทร ตามชื่อตำบลที่ตั้งว่าการอำเภอ
อาณาเขตของอำเภอบางไทร
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางบาล
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางปะอิน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเสนา อำเภอลาดบัวหลวง

อำเภอบางปะอิน

อำเภอบางปะอินมีเนื้อที่ประมาณ 226 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อำเภอบางปะอินอยู่ในแขวงอุทัย
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แยกเป็นแขวงอุทัยน้อย
พ.ศ.2443 เปลี่ยนเป็นอำเภอพระราชวัง
พ.ศ.2458 เปลี่ยนเป็นอำเภอบางปะอิน ตามชื่อเกาะบางปะอิน
เหตุที่ได้ชื่อว่าบางปะอิน เพราะในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถครั้งยังดำรงพระยศเป็นมหาอุปราช วันหนึ่งได้เสด็จประพาสทางน้ำ เมื่อเรือพระที่นั่งมาถึงเกาะบางปะอินได้ถูกพายุใหญ่พัดจมลง สมเด็จพระเอกาทศรถทรงว่ายน้ำไปที่เกาะ พักอยู่กับชาวบ้าน และทรงได้หญิงสาวชาวเกาะคนหนึ่งเป็นบาทบริจาริกา ชื่อ"นางอิน"จึงเรียกว่า"เกาะบางปะอิน"หรือ"เกาะบางนางอิน" นางอินได้คลอดบุตรเป็นชาย เวลาต่อมาคือ"พระเจ้าปราสาททอง"ได้ถวายบ้านเดิมที่บางปะอินเป็นชุมพลนิกายาราม แล้วขุดสระกลางเกาะสร้างตำหนักกลางสระน้ำ
ต่อมารัชกาลที่ 4 ได้สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์เป็นที่ประทับเวลาประพาส
สมัยรัชกาลที่ 5 ได้สร้างพระราชวังขึ้น เพื่อเสด็จประพาสและประทับแรม
อาณาเขตของอำเภอบางปะอิน
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอพระนครศรีอยุธยา
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอวังน้อย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางไทร

อำเภออุทัย

อำเภออุทัยอยู่ทางทิศตะวันออกจองจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 169 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
เดิมชื่อ อำเภออุทัยใหญ่
พ.ศ.2459 สมัยรัชกาลที่ 6 เปลี่ยนเป็น อำเภออุทัย ที่เปลี่ยนเพราะในปี พ.ศ.2310 เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่ข้าศึก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาต้องเสียกรุงแก่พม่า เนื่องจากเกิดแตกความสามัคคีกัน พระเจ้าตากสินได้ปรึกษากับแม่ทัพนายกองเป็นการลับ และตกลงว่าจะออกจากกรุงศรีอยุธยาไปหาที่ตั้งใหม่ พระเจ้าตากสินได้รวบรวมไพร่พลตีวงล้อมพม่าทางด้านวัดพิชัยสงคราม สามารถเอาชนะพม่าได้ พระองค์เดินทัพจนรุ่งสว่างเห็นแสงเงินแสงทอง ณ ตำบลท้องที่ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอในปัจจุบันนี้จึงขนานนามว่า " ตำบลอุทัย " หมายถึง "แสงแห่งพระอาทิตย์แรมขึ้น" หรือ "ยามรุ่งอรุณ"
อาณาเขตของอำเภออุทัย
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอนครหลวงและอำเภอภาชี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอวังน้อยและอำเภอบางปะอิน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอพระนครศรีอยุธยา

อำเภอนครหลวง

อำเภอนครหลวงอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 197 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอนครหลวง เดิมเป็นอำเภอนครหลวงน้อย
พ.ศ.2438 ได้แบ่งอำเภอนครหลวงน้อย เป็นอำเภอนครหลวงและอำเภอนครใน ( อำเภอบางปะหันในปัจจุบัน )
อาณาเขตของอำเภอนครหลวง
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอท่าเรือ
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภออุทัย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอภาชี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางปะหัน

อำเภอบางปะหัน

อำเภอบางปะหันอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 120 ตารางกิโลเมตร
คำขวัญประจำอำเภอ

งอบสวยวิจิตร อิฐทนทาน มันเทศหอมหวาน
งามตระการบ้านทรงไทย เมืองชัยพระเจ้าตาก

ประวัติความเป็นมา
อำเภอบางปะหันเดิมชื่อ อำเภอนครใน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำลพบุรีริมคลองบางนางร้า
พ.ศ.2459 เปลี่ยนเป็น อำเภอบางปะหัน เพื่อให้ตรงกับชื่อหมู่บ้านที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ
บางปะหัน มีประวัติในอดีตว่า พวกลาวเวียงจันทร์อพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่แห่งนี้และได้ตั้งเสากังหันขึ้นไว้ในหมู่บ้าน คนจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านกังหัน" หรือ "บ้านจังหัน"ต่อมาเพี้ยนเป็น "บางปะหัน"
อาณาเขตของอำเภอบางปะหัน
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอมหาราช
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอนครหลวง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางบาลและอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

อำเภอมหาราช

อำเภอมหาราชอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 119 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอมหาราช เดิมชื่อ แขวงนครใหญ่
พ.ศ.2475 เปลี่ยนเป็น อำเภอนครใหญ่
ต่อมาเปลี่ยนเป็น อำเภอมหาราชให้สอดคล้องกับชื่อตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ
อาณาเขตของอำเภอมหาราช
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบ้านแพรก
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบางปะหัน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอนครหลวงและอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอป่าโมกและอำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง

อำเภอภาชี

อำเภอภาชีอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 84 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอภาชีเดิมเป็นเพียง"ที่ทำการบ้านภาชี"เป็นที่ราชการแห่งหนึ่ง
พ.ศ.2479 กระทรวงมหาดไทยได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอภาชี
พ.ศ.2496 กระทรวงมหาดไทยได้ยกฐานะเป็นอำเภอภาชี
อาณาเขตของอำเภอภาชี
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอท่าเรือ
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภออุทัย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอหนองแคและอำเภอหนองแซง จ.สระบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอนครหลวงและอำเภอท่าเรือ

อำเภอลาดบัวหลวง

อำเภอลาดบัวหลวงอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 198 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
ก่อน พ.ศ.2475 อำเภอลาดบัวหลวงมีสภาพเป็นตำบล ขึ้นอยู่กับอำเภอบางไทร
พ.ศ.2480 ทางราชการประกาศยกฐานะเป็น"กิ่งอำเภอลาดบัวหลวง"อยู่ในความปกครองของอำเภอบางไทร
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2490 ทางราชการประกาศยกฐานะเป็นอำเภอลาดบัวหลวง
อาณาเขตของอำเภอลาดบัวหลวง
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางซ้ายและอำเภอเสนา
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดนนทบุรี และอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางไทร
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

อำเภอวังน้อย

อำเภอวังน้อยอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 324 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอวังน้อยเดิมชื่อ"ทุ่งหลวงรังสิต" สภาพเป็นป่าไม้ตลอดกลางทุ่งหลวงรังสิตมีบึงขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ เรียกว่า "วังจุฬา" บริเวณดังกล่าวเคยมีสัตย์ป่าทั้งบกและน้ำ และเนื่องจากพื้นที่นี้เหมาะแก่การทำนา จึงมีราษฎรเข้าไปใช้ประโยชน์มากขึ้น
พ.ศ.2450 ได้ประกาศแยกพื้นที่มาตั้งอำเภอใหม่ชื่อ" อำเภออุทัยน้อย"
พ.ศ.2458 เปลี่ยนเป็น "อำเภอวังน้อย"
พ.ศ.2488 สมันจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี อำเภอวังน้อยก็เริ่มเจริญจากการสร้างถนนพหลโยธิน จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอวังน้อย ถึงจังหวัดสระบุรี เชื่อมกับถนนไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาณาเขตของอำเภอวังน้อย
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภออุทัย
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอหนองแค จังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางปะอิน

อำเภอบางซ้าย

อำเภอบางซ้ายอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 149 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอบางซ้ายเดิมอยู่ในเขตอำเภอเสนา
วันที่ 1 มกราคม 2491 ตั้งเป็น "กิ่งอำเภอบางซ้าย"
พ.ศ.2502 ยกฐานะเป็น อำเภอบางซ้าย
อาณาเขตของอำเภอบางซ้าย
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอผักไห่
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอลาดบัวหลวง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเสนา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

อำเภอบ้านแพรก

อำเภอบ้านแพรกตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 32 ตารางกิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา
อำเภอบ้านแพรกเดิมเป็นตำบลหนึ่งในพื้นที่อำเภอมหาราช เรียกว่า "ตำบลบ้านแพรก" หรือชาวบ้านเรียก "บ้านแพรก - สำพะเนียง" หรือ "คลอกตาเมฆ
พ.ศ.2480 ทางราชการยกฐานะเป็น กิ่งอำเภอบ้านแพรก
ต่อมาวันที่ 10 ธันวาคม 2502 ยกฐานะเป็นอำเภอบ้านแพรก
อาณาเขตของอำเภอบ้านแพรก
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอมหาราช
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง