การเรียนรู้ด้วยตนเอง SDL

วีระศักดิ กิติวัฒน์ นพบ.7 ก.พ. : จุลสารพัฒนาข้าราชการพลเรือน ฉบับ 4 /2541 ต.ค.-ธ.ค.2541

 

การสนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง นับเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดที่นักพัฒนาทรัพยากรทุกคนต้องการ ดังนั้น การสืบค้นคิดหาวิธีการ รูปแบบและเทคนิคการเรียนรู้ จึงเป็นภาระที่ นพบ. ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ทว่าโลกท่ามกลางวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่กำลังเฟื่องฟูในปัจจุบัน กลับมีส่วนอย่างมากในการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Self Directed Learning หรือ SDL) ซึ่งจะนำไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ที่บุคลากรสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง เพราะมีเพียงตนเองเท่านั้นที่จะทราบได้อย่างแท้จริงว่า "ยังขาด หรือต้องการความรู้ใดบ้าง"
ถึงตรงนี้ คงพอมองภาพกันออกแล้วว่า นพบ. กับภารกิจด้านการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หรือ SDL ดังกล่าวข้างต้น เกี่ยวข้องกัน และความที่ SDL จะยิ่งเข้ามามีบทบาทสูงขึ้นพร้อมๆ กับเทคโนโลยีในอนาคต เหล่า นพบ. ทั้งหลาย ก็ควรหาทางหนีทีไล่โดยศึกษาความรู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ว่าแบบใด หรือชนิดไหนบ้าง ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานได้

...จะเรียกว่า ฉวยประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ได้ อย่างเช่นที่ผ่านมา งานฝึกอบรม ก็ใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีมาช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแถบเสียง-แถบภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือที่กำลังนิยมอย่างมากในตอนนี้ก็คือ อินเตอร์เนต

มีสื่อกลางดีๆ อย่างอินเตอร์เนตเช่นนี้แล้ว นพบ. ก็ควรผลักดันให้เกิด SDL ให้สมบูรณ์แบบที่สุด

SDL คืออะไร

SDL หรือ Self Directed Learning เป็นรูปแบบการฝึกอบรมทางไกลรูปแบบหนึ่งที่กลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินการกับบทเรียนตามลำพัง โดยไม่ต้องมีวิทยากรคอยให้คำแนะนำ เนื้อหาจะแยกออกเป็นเรื่องๆ สำหรับกระบวนการสร้างแบบเรียนสำหรับ SDL เริ่มต้นจาก

ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ความจำเป็นของเนื้อหา ซึ่งต้องวิเคราะห์ 2 ส่วนคือ

- ส่วนของผู้เรียน การวิเคราะห์ความจำเป็นในส่วนผู้เรียนนี้ ผู้สร้างแบบเรียนต้องคำนึงถึงลักษณะงานของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้บทเรียนที่ตรงตามลักษณะงานของกลุ่มเป้าหมาย

- ส่วนของแบบเรียน แบบเรียนแบบ SDL ที่ดีนั้น ต้องมีลักษณะที่ค่อนข้างคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงมากเกินไป หากแบบเรียนจำเป็นต้องใช้การโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน เช่น เนื้อหาที่ต้องมีการฝึกทักษะต่างๆ นี้ไม่ควรใช้รูปแบบ SDL แต่ควรเป็นการสอนในแบบห้องเรียนจะได้ผลมากกว่า

นอกจากนี้ ในขั้นวิเคราะห์แบบเรียนนี้ ผู้สร้างแบบเรียนต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนว่า แบบเรียนของตนนั้น ควรใช้รูปแบบเอกสารธรรมดา สไลด์ วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือต้องใช้รูปแบบที่หลากหลาย

ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาแบบเรียน ซึ่งควรเริ่มต้นจากการพิจารณาวัตถุประสงค์และเนื้อหาของแบบเรียน รวมตลอดถึงสิ่งที่จะต้องใช้ในแต่ละช่วงจะต้องมีการประเมินผลเพื่อเป็นข้อมูลย้อนกลับตลอดเวลา

ขั้นตอนที่ 3 การทบทวนและทดสอบแบบเรียนก่อนใช้จริง โดยอาจทดลองใช้กับกลุ่มทดลอง

ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการฝึกอบรมโดยใช้แบบเรียนด้วยตนเอง

ขั้นตอนที่ 5 ขั้นประเมินผลการใช้แบบเรียนด้วยตนเอง เพื่อหาข้อมูลย้อนกลับไปขั้นตอนแรก

สรุป

ในอนาคตอันใกล้นี้ จะเข้ามามีบทบาทกับการเรียนรู้ของบุคคลมากขึ้น ซึ่งวิวัฒนาการของเทคโนโลยีก็สามารถตอบสนองความต้องการด้านการเรียนรู้ลักษณะนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลตามคุณค่าของ SDL ผู้สร้างแบบเรียนต้องปฏิบัติตามกระบวนการสร้างแบบเรียนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะส่วนของการหาความจำเป็น และขั้นตอนการทดลองใช้ พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขก่อนใช้จริง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสูญเปล่าจากการที่ไม่ได้ใช้เพราะขาดความเหมาะสม.