การเขียนกรณีศึกษา (Case Study) กองฝึกอบรม

 

มีคนเพียงไม่กี่คน หรือหนึ่งในร้อยที่จะมีประสบการณ์ต่าง ๆ ในการทำงานมากเพียงพอที่จะนำมาเล่า และสร้างเป็นกรณีศึกษาได้เพราะการเขียนกรณีศึกษาเป็นเรื่องซึ่งเกิดจากประสบการณ์จริง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน และการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานของผู้อื่นเป็นเรื่องที่ดี ใช้เวลาน้อย และเสียค่าใช้จ่ายต่ำอีกด้วย

กรณีศึกษา (Case Study) หมายถึงกรณี เรื่องราว หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งได้มีการรวบรวมมาเสนอให้ทราบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ศึกษาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วสรุปแนวทางการตัดสินใจ หรือวิธีแก้ปัญหาที่เห็นว่าดีที่สุด เหมาะสมที่สุด และอำนวยประโยชน์มากกว่าแนวทางหรือวิธีแก้ปัญหาอื่น ๆ

ชนิดของกรณีศึกษา

กรณีประวัติ (Case History) เป็นเรื่องประวัติหรือความเป็นมาของบุคคลหรือโครงการต่าง ๆ ประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งควรแก่การศึกษา
กรณีวิเคราะห์เหตุการณ์ (Situational Case Critical incident Case) เป็นเรื่องสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีลักษณะเป็นสถานการณ์สั้น ๆ มีข้อมูลต่าง ๆ ประกอบ เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ตัดสินใจแก้ปัญหา
กรณีภารกิจหรือหน้าที่เฉพาะ (Functional or Specialized Case) เป็นเรื่องพิเศษหรือเรื่องเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน เช่น การบริหารงานบุคคล การเงิน งบประมาณ รูปแบบและวิธีการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จ
กรณีศึกษาชนิดสมบูรณ์ (Comprehensive Case Study) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายเรื่องหลายด้านหรือหลายแง่หลายมุม เป็นแบบที่ยากและซับซ้อนมากกว่าแบบอื่น ๆ อาจต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาทุกด้านไปพร้อม ๆ กัน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม
รูปแบบกรณีศึกษาอาจใช้วิธีการเขียนพร้อมเสนอข้อมูลประกอบ เสนอด้วยภาพ เสนอเป็นละคร หรือบทบาทสมมติ หรือเล่าโดยใช้เทปบันทึกเสียง พาไปดูกิจกรรมและโครงการ แล้วกลับมาวิเคราะห์ และเสนอผลงาน หรืออาจใช้หลาย ๆ รูปแบบปะปนกันก็ได้

ข้อแนะนำการสร้างกรณีศึกษา

จัดลำดับเรื่องตามขั้นตอนและระยะเวลา
ควรทิ้งท้ายเรื่องให้ถูกจังหวะ และการตั้งคำถามให้เหมาะสม ไม่ยากหรือง่ายเกินไป
ใช้ถ้อยคำให้สละสลวย ไม่ผิดหลักภาษา และให้คนอ่านเกิดจินตนาการ
เล่าเรื่องให้เป็นอดีต ไม่ใช่ปัจจุบัน
ข้อมูล สถิติ บรรจุในตารางให้เห็นง่าย ๆ
ตารางหรือกราฟ ควรจัดไว้ส่วนท้ายของเรื่องตามลำดับ หรือรวมไว้เป็นภาคผนวก
ตรวจสอบข้อมูลหรือตัวเลขให้ถูกต้องแน่นอน
ข้อมูลใดไม่เกี่ยวข้องให้ตัดออก
ใช้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน เพื่อสร้างความเชื่อถือ และเป็นที่น่าสนใจ
ไม่ควรแสดงความคิดเห็นของตนเอง ถ้าเป็นของคนอื่นที่คิดว่าเป็นประโยชน์ก็ควรเน้นว่าเป็นความเห็นเท่านั้น
ให้ผู้สันทัดกรณีตรวจ และให้คำแนะนำ
ให้ผู้บังคับบัญชาตรวจ อนุญาตก่อนนำออกใช้ในกรณีที่คุณนำกรณีศึกษาของคนอื่นมาใช้เพื่อประโยชน์ในการฝึกอบรม ควรขออนุญาตเจ้าของเรื่อง พร้อมทั้งดัดแปลงชื่อบุคคล สถานที่ เพื่อป้องกันการเสียหายแก่ผู้เกี่ยวข้อง และไม่ให้เกิดอคติ
การสร้างกรณีศึกษา (Case Study)

เพื่อการฝึกอบรมมักจะจบลงด้วยการมอบหมายงานให้กลุ่มหรือรายบุคคลศึกษา และวิเคราะห์ โดยให้ระบุปัญหา ระบุทางเลือก หรือแนวทางแก้ปัญหา รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะ และเหตุผลประกอบเพิ่มเติม

สุดท้ายรายการ

ท่านผู้ที่จะทำผลงานวิชาการ (ระดับ 6ว) เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณจะต้องแยกแยะให้ได้ระหว่างกรณีศึกษาเพื่อการฝึกอบรม และกรณีศึกษาในการทำผลงานวิชาการ ว ข้อเหมือนคล้ายคลึงกัน ก็คือ วิธีการเขียนกรณีศึกษาเป็นเรื่องของการนำเสนอประสบการณ์หรือเรื่องราวที่เป็นจริง ซึ่งได้จากการปฏิบัติงานในงานพัฒนาชุมชน และการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ซึ่งเสนอรูปแบบและวิธีการในการปฏิบัติงานที่ทำให้งานมีคุณภาพ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน หรือแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงาน ข้อต่าง ก็คือ การทำผลงานวิชาการ ว ตอนจบต้องวิเคราะห์ ระบุปัญหา ระบุทางเลือก ให้ข้อเสนอแนะและเหตุผลประกอบเพิ่มเติมให้ดีที่สุด นั่นคือ คุณต้องนำกรณีศึกษาไปทดลองใช้ก่อน ได้ข้อสรุปอย่างไร แล้วนำมาเขียนกรณีศึกษา จะทำให้ดียิ่งขึ้นค่ะ ข้อที่คุณควรคำนึงก็คือ ประเด็นสำคัญ ๆ ในการเขียนผลงานทางวิชาการ ดูจากหนังสือสั่งการอีกครั้ง.