พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ที่อาศัยอยู่ในทะเล เชื่อว่าพะยูนเคยมีแหล่งอาศัยอยู่บนบกและมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับบรรพบุรุษของช้าง
เมื่อราว 55 ล้านปีมาแล้วและได้วิวัฒนาการลงไปอยู่ในน้ำและไม่กลับขึ้นมาอยู่บนบกอีกเลยเราจัดอันดับพะยูน(Order)
Sirenia มีอยู่ 2 ครอบครัว คือDugongidae พะยูนในครอบครัวนี้มีหางส้อม ลักษณะเป็นแฉกคล้ายหางโลมาแยกออกเป็น
2 สกุล (สูญพันธ์ไปแล้ว 1 สกุล) คือ 1.1 สกุล Hydrodamalis มีชนิดเดียวคือ วัวสเตลเลอร์
(Steller' sea cow : Hydrodamalis gigas) เคยอาศัยอยู่ในเขตอบอุ่นหนาวถึง เขตกึ่งขั้วโลกเหนือแถบช่องแคบแบริ่ง
ซึ่งอยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียดลำตัวยาว 7.5 เมตร น้ำหนักมากถึง
5 ตันกินสาหร่าย Kelp เป็นอาหาร แต่ได้สูญพันธ์ไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2311 โดยฝีมือการล่าของมนุษย์
1.2 สกุล Dugong ในสกุลนี้มีชนิดเดียวคือ Dugong dugong พะยูนชนิดนี้อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล
ตัวสีเทาอมชมพูมีขนขึ้นประปรายตามลำตัว ลำตัวยาว 3 เมตร มีน้ำหนัก 200-300 กิโลกรัม
กินหญ้าทะเลเป็นอาหาร ว่ายน้ำช้า อาจอยู่เดี่ยวๆหรืออยู่รวมกันเป็นฝูงมีระยะตั้งท้องนาน
13-14 เดือน ลูกพะยูนมีความยาว 1-1.5 เมตร และหนัก 20-30 กิโลกรัม 2.Trichechidae
พะยูนในครอบครัวนี้หางกลม หรือ ที่เรียกว่า "มานาตี" มีสกุลเดียวคือ Trichechus
ซึ่งแยกออกเป็น 3 ชนิด (Species)ด้วยกันคือ 2.1 มานาตีอินเดียตะวันตก หรือมานาตีแคริบเบียน
(Trichechus manatus) มี 2 สายพันธุ์(Subspecies) อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล บริเวณเขตน้ำกร่อยและใน
แม่น้ำ ในฟลอริดา ทะเลแคริบเบียนถึงตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ลำตัวไม่มีขน มีสีเทาน้ำตาล
ปลายครีบ (Flipper) คู่หน้ามีเล็บ 3-4 เล็บลำตัวยาว 3.5 เมตร หนัก 1,500 กิโลกรัม
กินอาหารจำพวกพืชน้ำ หญ้าทะเล และสาหร่าย เคลื่อนที่ช้า อาจอยู่ตัวเดียวหรืออยู่รวม
กันเป็นฝูง ซึ่งพบว่าฝูงหนึ่งประมาณ 6 ตัว ระยะเวลาตั้งท้องนาน 12 เดือน มีอายุยืนมากกว่า
28 ปี ลูกมีลำตัวยาว 1.20 เมตร หนัก 30กิโลกรัม 2.2 มานาตีอะเมซอน(Trichechus
inuguis)อาศัยอยู่ในน้ำจืดบริเวณลุ่มน้ำอะเมซอน ลำตัวมีสีเทาเข้มและแถบสีชมพูอ่อนที่ท้อง
ปลาย ครีบไม่มีเล็บ ลำตัวยาว 3 เมตร หนัก 450 กิโลกรัม กินพืชน้ำเป็นอาหาร มีอายุยืนมากกว่า
30 ปี ยังไม่ทราบระยะเวลาตั้งท้อง คาดว่าคล้ายกับมานาตี อินเดียตะวันตก ลูกแรกเกิดยาว
1.20 เมตร หนัก 10-15 กิโลกรัม 2.3 มานาตีแอฟริกาตะวันตก หรือ มานาตีเซเนกัล
(Trichechus senegalensis)อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล น้ำกร่อยและน้ำจืด ในประเทศ
เนกัส ประเทศแองโกลา ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปแอฟริกา ลำตัวมีสีน้ำตาลเทา
ยาว 3-4 เมตร หนัก 700 กิโลกรัม กินพืชน้ำหรือพืชที่อยู่ในป่าชาย เลนเป็นอาหาร
ส่วนใหญ่อยู่ตัวเดียว แต่ในบางครั้งพบเป็นฝูงมากถึง 15 ตัว ลูกมีความยาว 1 เมตรพะยูนและมานาตี
พะยูนและมานาตีมีลักษณะภายนอกคล้ายกันมากโดยส่วนที่แตกต่างกันคือ ลักษณะของส่วนแพนหาง
พะยูนมาหางเป็นแฉก ส่วนมานาตีมีแพน หางกลมพะยูนมีลำตัวที่เพรียวกว่า ผิวหนังเรียบกว่าปลายครีบของมานาตีของมานาตีแต่ละชนิดอาจจะมีเล็บแต่ไม่พบลักษณะนี้ในพะยูน
พะยูนมีเขี้ยว หนึ่งคู่ในมานาตีไม่มีเขี้ยวแหล่งที่อยู่อาศัยอยู่ในน้ำจืดน้ำกร่อยและในทะเลส่วนพะยูนอยู่ในทะเลเท่านั้นลักษณะทั่วไปพะยูนมีลำตัวรูปกระสวยคล้ายที่ค่อน
ข้างอ้วน หรือป่องตรงกลางแต่ป้อมสั้น แต่ไม่เพรียวเพราะส่วนหัวเล็กและสั้น ช่วงอก
และท้องขยายกว้าง โคนหาง คอดเรียวเล็กลงปลาโลมามีสีเทา อมชมพู ท้องจะมีสีน้ำตาลอ่อนมีขนสั้นขึ้นประปรายตามลำตัวส่วยบริเวณปากจะมีขนขึ้นอย่างหนาแน่น
มีตาและหูขนาดเล็กอย่างละคู่ส่วนหูมีเป็นรูปิด เล็กๆไม่มีใบหูมีรูจมูกมีลิ้นปิดเปิด
เวลาหายในพะยูนโผล่ตัวเฉพาะด้านหน้าของส่วนหัวขึ้นเหนือผิวน้ำ ลิ้นปิดรูจมูกเปิดขึ้นขณะหายใจเข้าและปิดลง
ก่อน ที่จะจมตัวลงไปใต้ผิวน้ำพะยูนหายใจทุกๆ 1-2 นาทีมีครีบคู่หนึ่งอยู่ข้างลำตัวและมีติ่งนมอยู่ด้านหลังของฐานครีบในทั้ง2เพศภายในครีบประกอบด้วยนิ้ว
5 นิ้ว ครีบทำหน้าที่ในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่และช่วยในการขุดหญ้าทะเล
พะยูนว่ายน้ำโดยการพัดโบกครีบหาง ว่ายน้ำช้าประมาณ 1.8-2.2 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
กระดูกมีโครงสร้างที่แน่นและหนักพะยูนมีช่วงคอที่สามารถขยับได้ทุกทิศทาง ผิดกับปลาและแมวน้ำแม้ว่าจะมองดูเหมือนกับโค้งมีรอยบุ๋มเว้า
เข้ามาตรงกลาง ทำให้ดูเหมือนว่าหางจะแยกเป็นสองแฉกซึ่งภายในแพนหางไม่มีกระดูกเช่นเดียวกับปลาวาฬผิวหนังของพะยูนหนามาก
และมีขนเป็นเส้น หยาบแข็งกระจัดกระจายอยู่ประปรายเช่นเดียวกับหนังช้าง แต่สีผิวไม่เข้มมากนัก
มักมีสีอ่อนเป็นสีชมพู จนถึงสีน้ำตาลบนหัวค่อนข้างกลมเล็ก ตาของ พะยูนมีขนาดเล็ก
รูปร่างกลมอยู่ด้านข้างของหัว ซึ่งไม่มีหนังตาและขนตาการมองเห็นของพะยูนจึงไม่ดีนักไม่มีคอก็ตามที
เช่นเดียวกับครีบอกที่มีรูปร่าง คล้ายใบพายซึ่งเคลื่อนไหวได้รอบทิศ ส่วนแพนหางที่แผ่แบนราบ
ปลายมนแต่มันก็มีอวัยวะทดแทน คือ รูหูขนาดเล็กไม่มีใบหู อยู่ถัดไปจากตาทางด้านหลัง
สามารถรับเสียงที่ผ่านมาในน้ำได้อย่างดีมาก ช่องปาก กรามบนและกรามล่างมีฟันกรามรูปทรงกระบอกด้านละ
5-6 ซี่ ซึ่งฟันเหล่านี้ปราศจากการเคลือบฟัน ซึ่งเหมาะกับวิถีชีวิตของพะยูนที่หากินอยู่บริเวณพื้นท้องทะเลพะยูนไม่มีอาวุธป้องกันตัว
มีเพียงลำตัวที่ใหญ่ ผิวหนังหนา ซึ่งอาจป้องกันอัตรายจาการกัด หรือ ทำร้ายจากสัตว์อื่นเมื่อมีบาดแผลเลือดแข็งตัวได้เร็วมาก
ส่วนลูกอ่อนจะอาศัยอยู่กับแม่และอาศัยตัวแม่เป็นตัวกำบังได้ดี พะยูนมีอายุยืนยาวถึง
70 ปี เข้าสู่ วัยเจริญพันธ์เมื่ออายุ 9-10 ปี ระยะตั้งท้องนาน 13-14 เดือน คลอดลูกครั้งละหนึ่งตัว
ลูกแรกเกิดกินนมแม่พร้อมทั้งหัดกินหญ้าทะเลและอาศัยอยู่ใกล้ ชิดกับแม่เป็นระยะนานราวปีครึ่งหรือเกือบสองปี
พะยูนมีลักษณะภายนอกที่เหมือนกันทั้งสองเพศ การจำแนกเพศสังเกตจากระยะห่างของช่องเพศจากสะดือและช่องขับถ่าย
โดยในเพศเมีย ช่องเพศจะอยู่ชิดกับช่องขับถ่าย ส่วนเพศผู้ช่องเพศจะอยู่เกือบกึ่งกลางระหว่างสะดือและช่องขับถ่าย
อายุของพะยูน พะยูนมอายุยืนมากถึง 70 ปี พะยูนมีฟันกรามทั้งหมด 6 คู่โดยจะทยอยขึ้นเมื่อพะยูนมีอายะมากๆจะสึกกร่อนและหลุดไป
จะมีฟันเหลืออยู่ในช่องปาก 2-3 คู่ ฟันของพะยูนมีหน้าที่ในการบดเคี้ยวหญ้าทะเล
การบดเคี้ยวอาหารของลูกพะยูนไม่ดีเท่าพะยูนที่โตแล้วเพราะมีพื้นที่หน้าตัดของฟันที่น้อยกว่าแรกเกิดพะยูน
ยังมีฟันตัดบนส่วนหน้าของขากรรไกรบนอีก 2 คู่ หรือที่เราเรียกว่าเขี้ยว โดยเขี้ยวคู่หน้าจะสึกกร่อนและหลุดไปเมื่อพะยุนอายุ
12-15 ปีขึ้นไป ส่วนเขี้ยวคู่ หลังมีอยู่ตลอดชีวิตของพะยูน ดังนั้นเขี้ยวพะยูนมีความสำคัญมากในการหาอายุของพะยูนเพราะเห็นฟันชนิดเดียวที่มีอยู่ตั้งแต่แรกเกิดถึงตลอดชีวิต
ใน เพศผู้เขี้ยวงอกพ้นผนังริมฝีปากออกมาเล็กน้อยเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เชื่อว่าพะยูนใช้เขี้ยวในการต่อสู้แย่งตัวเมียหรือยึดเกาะตัวเมียในช่วงผสมพันธุ์
หลักฐานคือรอยแผลเป็นคู่ๆที่ปรากฏบนหลังพะยูน ซึ่งระยะห่างของแผลมีความสัมพันธ์กับระยะห่างของเขี้ยวพะยูน
การหาอายุของพะยูน