การนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าเข้ามามีบทบาทในการแข่งขัน
นับวันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
เช่น บริษัท BT มีโครงการ ALTS
(Airline Interactive Services)ของบริษัทเอง หรือ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ AT&T
ได้เปิดตัว e-Plane Service
สำหรับการใช้อินเตอร์เน็ต
อีเมล์ และ อี-คอมเมิร์ซ
บนเครื่องบิน
สำหรับสถานการณ์บนภาคพื้นดินในอนาคตที่พอมองเห็นได้
จะพบว่าในขณะที่ลักษณะของห้องโถงผู้โดยสารยังเป็นแบบดั้งเดิม
และกระบวนการ ขึ้น-ลงของอากาศยานยังล่าช้าไม่สะดวก
เทคโนโลยีใหม่ ๆ
จะช่วยให้ผู้โดยสารที่อาจประสบปัญหาด้านข้อจำกัดของเวลาผ่านขั้นตอนเหล่านี้ได้โดยราบรื่น
เมื่อการจำแนกบุคคลตามหลัก/วิธีชีวสถิติวิทยามีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
มาพร้อมกับปัญหาที่แก้ไม่ตกมาโดยตลอดนั่นก็คือ ความล้าสมัย
เนื่องจากอายุ ของ
ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อบริโภคจะสั้นเพียงประมาณ
3 เดือน
ขณะนี้เราจึงเผชิญกับปัญหาที่เทคโนโลยีใหม่
ๆ กำลังจะถูกเลิกใช้
หรืออย่างน้อยที่สุดคือ
ล้าสมัยในเวลา
ที่ตั้งในห้องผู้โดยสารบนอากาศยาน
ห้องพักในโรงแรมหรืออาคารอเนกประสงค์
เพื่อการพักผ่อน
คำตอบสำหรับอนาคตคือ
ไม่ควรพยายามตามให้ทันกับคลื่นความก้าวหน้าลูกแล้วลูกเล่า
แต่ควรจัดหาสาธารณูปโภคที่สามารถแข่งขันได้สูงสุด
และมีความเป็นไปได้มากที่สุด
ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถใช้เทคโนโลยีของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่าในอนาคตจำนวนคอมพิวเตอร์
และเครื่องมือสื่อสารที่ลูกค้าใส่ไว้ในกระเป๋าหิ้วจะมีจำนวนมากกว่าที่สายการบินแทบทุกแห่งมีทั้งหมด
ณ ขณะนี้
จะเห็นได้ว่าวิถีทางขั้นพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศ
และอินเตอร์เน็ตได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการขายและช่องทางการจำหน่ายทางการท่องเที่ยว
ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้ทำนายถึงจุดสิ้นสุดของตัวแทนบริษัทนำเที่ยวรายย่อย
เนื่องจากการที่
ลูกค้าสามารถติดต่อโดยตรงกับระบบการจองของสายการบิน
โรงแรม บริษัทให้เช่ารถ
และผู้ประกอบการนำเที่ยว
จากบ้านหรือสำนักงานของพวกเขาหรือแม้แต่ในรถ
แน่นอนว่าจะมีการติดต่อการค้ากันโดยตรงเพิ่มขึ้น
และรูปแบบการบริการ
ด้านการท่องเที่ยวแบบใหม่
ๆ จะถูกจัดตั้งขึ้น
แต่กระนั้นก็ไม่เชื่อว่าเวลาของผู้นำเที่ยวรายย่อยกำลังจะมาถึงการสิ้นสุด
เนื่องจากการเติบโตของตลาด
และการแข่งขันก่อให้เกิดทางเลือกมากขึ้นในทุก
ๆ สาขาของอุตสาหกรรม
ประชาชนจึงต้องการความช่วยเหลือ
คำแนะนำ
และการรับรองซ้ำอีกจากที่ปรึกษารายย่อย
ที่มีประสิทธิภาพทั้งด้านราคาและมีสามารถ
ลักษณะของการค้ารายย่อยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
มีการรวมตัวกันของผู้ประกอบการนำเที่ยวแบบออนไลน์ระหว่างบริษัท
Travelocity กับ Preview Travel ในอเมริกา
เพื่อก่อตั้ง
ผู้ประกอบการนำเที่ยวรายใหญ่ที่สุด
และ SABRE เจ้าของ Travelocity
ได้รายงานว่า
องค์กรที่รวมกันจะมีรายได้ถึง
1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี
1999
และคาดหวังว่าธุรกิจจะเติบโตมากกว่าร้อยละ
25 ในทุกไตรมาส
ประธานบริษัทได้เปิดเผยว่า
การเดินทางเป็นสาขาที่มีการเติบโตเร็วที่สุด
และใหญ่ที่สุดในธุรกิจการขายแบบออนไลน์
(On-line commerce) โดยในปีนี้
มีมูลค่า 7.8
พันล้านเหรียญสหรัฐ
และคาดว่าจะเติบโตมากกว่า
32 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนปี 2004
การประกาศดังกล่าวมีขึ้น 2
สัปดาห์
ภายหลังจากที่บริษัท
ไมโครซอฟท์
เปิดเผยว่าทางบริษัทมีแผนจะจัดตั้งบริษัทนำเที่ยวออนไลน์ของตนเองภายใต้ชื่อ
Expedic.com และ 2
วันก่อนการประกาศบริษัท
Travelocity
ได้นำเสนอข้อมูลบางอย่างจากงานวิจัยเกี่ยวกับการขายสินค้าทางการท่องเที่ยวแบบออนไลน์ในตลาดอเมริกาไว้
ดังนี้
- ลูกค้าได้ใช้บริการด้านการวางแผนการท่องเที่ยวออนไลน์มากกว่าการใช้บริการออนไลน์ในสาขาปลีกอื่น
- การจองการเดินทางแบบออนไลน์จะเติบโตขึ้นจากร้อยละ
3
ของการจองการเดินทางทั้งหมดในสหรัฐในปี
1999 เป็นประมาณร้อยละ 10
ในปี 2003
- ร้อยละ 25
ของผู้ใช้วันหยุดแบบครอบครัวทั้งหมดในสหรัฐฯ
(Family Holiday makers) คิดเป็นร้อยละ 72
ของการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว
ได้ใช้อินเตอร์เน็ตในการหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
และร้อยละ 11
ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการสำรองที่
องค์การด้านการวิจัยอื่น
ๆ ในสหรัฐเชื่อว่า ประมาณ 7
พันล้านเหรียญสหรัฐ
จะถูกใช้จ่ายเพื่อการเดินทางและท่องเที่ยวผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ในปี 1999 และจะเพิ่มขึ้นเป็น
3 เท่า หรือประมาณ 22
พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2001
การเติบโตของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(E-Commerce)
เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นทั้งในญี่ปุ่น
อังกฤษ และทั่วโลก
เป็นที่ชัดเจนว่าในอนาคตการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมนี้จะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี
และวิธีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับตัวสินค้า
การบริการ การขาย
ช่องทางการจำหน่ายและการทำการตลาด
โดยระบบออนไลน์จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะถูกนำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นในสายการบินหลัก
กลุ่มโรงแรม
ตัวแทนนำเที่ยวรายย่อยผู้ค้าส่งการท่องเที่ยว
ที่พักตากอากาศ
หรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวของท้องถิ่น
แนวคิดเกี่ยวกับสัมพันธภาพในการทำตลาดจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
โดยได้รับการสนับสนุนมากขึ้น
ทั้งนี้มีผู้ให้ความเห็นค่อนข้างรุนแรงเกี่ยวกับอี-คอมเมิร์ซว่า
พลังของอี-คอมเมิรซ์จะทำลายโครงสร้างธุรกิจที่มีอยู่
ถ้าหากธุรกิจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้อยู่ในแนวทางของตนได้
ในอนาคตตลาดการท่องเที่ยวทางคอมพิวเตอร์จะดำเนินไปในวิถีทางที่เร่งร้อน
ด้วยจำนวนของการค้า
บริการ
และผลิตภัณฑ์ที่มากกว่าในปัจจุบัน
และการแข่งขันจะไม่ได้มีเพียงแต่ในระดับประเทศหรือระดับภูมิภาค
แต่จะขยายเป็นระดับโลกและจะมีความยากยิ่งในทางปฏิบัติ
ในอีกด้านหนึ่งตลาดจะขยายสำหรับทุกคน
แม้แต่โรงแรมส่วนตัวขนาดเล็กในพื้นที่ตากอากาศไกล
ๆ
ก็ติดต่อกับเศรษฐกิจระดับโลกได้
ต้นทุนในการจำหน่ายและการขายก็จะต่ำลงอย่างมาก
สภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก
(The World Travel and Tourism Council)
ได้คาดคะเนว่าค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลทั่วโลกเกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอยู่ในระดับ
4,000
พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ก่อนปี 2010
หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวต้องเผชิญคือการหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์ของบริการ
และผลิตภัณฑ์ผ่านทางสื่อกลางของออนไลน์แม้การดำเนินการผ่านช่องทางนี้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อส่วนแบ่งการตลาด
ผลกำไร
และการผนึกสินค้าเข้าด้วยกัน
ทั้งนี้
นอกจากปัญหาเกี่ยวกับความไม่ทันสมัยของเครื่องจักรที่ได้กล่าวอ้างไว้แล้วก็ยังมีปัญหาอื่นอีกนั่นคือ
เทคโนโลยีจะไม่มีทาง
และไม่มีวันที่จะแทนที่การบริการโดยบุคคลได้
และการปฏิรูปด้านการสื่อสารก็ไม่สามารถเสนอสิ่งทดแทนการเดินทางได้
เทคโนโลยีจะค่อย
ๆ
เปลี่ยนแปลงและถูกคิดค้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
แต่ลูกค้ายังคงเป็นมนุษย์ที่มีความต้องการทั้งด้านอารมณ์และสังคม
ตลอดจนความพึงพอใจ
ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของมนุษย์
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะให้ความสนใจ
และเข้าใจในเรื่องนี้อย่างไรในอนาคต
ซึ่งถือเป็นจุดที่แยกผู้แพ้และผู้ชนะออกจากกันได้อย่างแท้จริง
เพราะว่าเมื่อตลาดการค้าเสรีของโลกก่อรูปขึ้นอีก
พลังในการกำหนดกฎระเบียบหลัก
ๆ ใด ๆ
จะมีเพียงประการเดียวเท่านั้น
และนั่นคือ ลูกค้า
ในขณะนี้
อุตสาหกรรมทั้งหมด
โดยเฉพาะสายการบินกังวลเกี่ยวกับการควบคุมต้นทุน
เนื่องจากมีความต้องการจะได้ผลกำไรในระดับที่น่าพอใจและสม่ำเสมอ
การเติบโตและการพัฒนาเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดโดยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการปฏิรูปที่สร้างสรรค์และเป็นจริง
คุณภาพและความคุ้มค่าเงินอย่างแท้จริงนั้นไม่อาจได้มาในราคาถูก
เราต้องจ่ายสำหรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในขณะเดียวกันการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในทุก
ๆ หน่วยของการเดินทาง
การท่องเที่ยวและการบริการทั่วทุกพื้นที่ของตลาด
กำลังมีผลกระทบต่อผลตอบแทนในรูปมูลค่าที่แท้จริง
การขนส่งทางอากาศที่ทำหน้าที่เสมือนเครื่องจักร
(Engine)
สำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางระหว่างประเทศ
การท่องเที่ยว
และการบริการในหลายประเทศ
ได้รับความเสียหายจากปัญหาการมีลานวิ่ง
(Runway) ไม่เพียงพอ
และปัญหาด้านขีดความสามารถในการรองรับของห้องพัก
ผู้โดยสารของสนามบิน (Airport
terminal)
ตลอดจนปัญหาระบบการขนส่งภาคพื้นดินที่ไม่
เพียงพอ
และการใช้อากาศยานที่มีอยู่อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
ในอนาคต
เราจะมีดาวเทียมซึ่งขึ้นอยู่กับระบบการนำทางทางอากาศที่จะทำให้เราสามารถบินในลักษณะเป็นเส้นตรงข้ามโลกได้
ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและเงินในปริมาณที่มากแม้ว่าในตอนแรกเราต้องลดข้อกำจัดต่าง
ๆ ทางการเมืองก่อน
เพื่อปฏิบัติการบินในบางพื้นที่ในโลก
ในอนาคตอันใกล้นี้ยังไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใด
ๆ
แต่เราสามารถวาดภาพรูปแบบล้ำสมัยของอากาศยานในยุคต่อไปได้
อย่างเช่น อากาศยานประเภท
Sub-sonic
ซึ่งหมายถึงการบินข้ามพื้นดินที่เร็วกว่าเสียงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อันเป็นผลจากความก้าวหน้าที่ไม่เคยหยุดนิ่งของเทคโนโลยีในการพัฒนาปีกเครื่องยนตร์
และโครงร่างอากาศยาน
ภาพข้างหน้าของผู้สืบทอดต่อจาก
Concorde ในศตวรรษที่ 21
ยังคงลางเลือนไม่ชัดเจน
หากจะมองความเป็นไปได้อากาศยานรุ่นใหม่อาจจะเป็นที่ต้องการสำหรับการให้บริการในการบินข้ามทวีปในส่วนต่าง
ๆ (ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น-ยุโรป)
และนั้นหมายถึงการบินด้วยความเร็วเหนือกว่าเสียงข้ามพื้นดิน
อย่างไรก็ดี
สิ่งเหล่านี้จะมีความเป็นไปได้ทางสิ่งแวดล้อม
ก็ต่อเมื่อนักวิทยาศาสตร์สามารถหาหนทางยุติปัญหาการสั้นสะเทือนของเสียงเครื่องบินได้
ซึ่งจวบจนวันนี้ยังไม่มีความเป็นไปได้ทางกายภาพแต่อย่างใด
บางทีปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเราทุกคนก็คือปัญหาที่ห้อมล้อมการพัฒนาที่ยั่งยืน
การขยายการเดินทาง
การท่องเที่ยว
และการบริการทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง
จะถูกจำกัดโดยความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม
และการเติบโตจะต้องมาจากการทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่มีประสิทธิภาพขึ้น
เพิ่มผลผลิต
และผนึกตัวกันยิ่งขึ้น
ในปัจจุบันการพัฒนาที่ยั่งยืนมีความหมายมากกว่าเป็นเพียงวัตถุประสงค์ด้านเทคนิค
โดยได้กลายเป็นส่วนสำคัญของสินค้าทางการเดินทางและท่องเที่ยวทั้งหมด
เนื่องจากลูกค้าที่มีจิตสำนึกที่ดีด้านนิเวศน์วิทยาจะเพิ่มความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นโดยไม่ยอมรับการบริการ
สิ่งอำนวยความสะดวก
และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
สรุป
การเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ยุคสารสนเทศอย่างมั่นคง
ติดตามการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น
พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นในแต่ละหน่วย
และการเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากรและงบประมาณ
แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีขององค์การออกเป็น
5 ลักษณะ คือ
การปรับปรุงรูปแบบการทำงานขององค์การ
การสนับสนุนการดำเนินงานเชิงกล
เครื่องมือในการทำงาน
การเพิ่มผลผลิตของงานโดยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
และเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร
การดำเนินชีวิตในสังคมสารสนเทศจะมีการพัฒนาและนำเทคโนโลยีระดับสูงมาสนับสนุนการทำงานและการดำรงชีวิตของมนุษย์
โดยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยนี้จะพัฒนารวดเร็วกว่าสมัยอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมมาก
ข้อมูลและข่าวสารจะมีการเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วและอิสระ
พรหมแดนทางการเมืองจะลดความสำคัญลง
เมื่อเทียบกับระบบเศรษฐกิจการค้าที่ขยายตัวขึ้นจากภายในท้องถิ่นขึ้นสู่ระดับประเทศ
และขยายตัวสู่ระดับโลกในที่สุด
ประชาชนจะมีความเป็นอิสระในการรับรู้ข่าวสารและแสดงความคิดเห็นเพิ่มขึ้น
เนื่องจากมีทางเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น
ส่งผลให้ธุรกิจบริการขยายตัวเพิ่มขึ้น
เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า
ในขณะที่องค์การต่าง ๆ
จะมีการปรับโครงสร้างและขั้นตอนการทำงาน
โดยที่หลายหน่วยงานมีการลดขนาดลง
บางหน่วยงานศึกษาถึงการปรับตัวมีให้มีขนาดที่เหมาะสม
หรือแม้กระทั่งการรื้อปรับระบบ
เพื่อให้สามารถดำเนินงานแข่งขันกับธุรกิจอื่นอย่างคล่องตัว
ความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี
โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และการสื่อสารโทรคมนาคม
ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถมองข้ามได้
หรือปล่อยให้หัวหน้างาน
หรือหน่วยงานสารสนเทศดูแลรับผิดชอบต่อการกำหนดนโยบายและการใช้งานเทคโนโลยีเพียงฝ่ายเดียวไดั
ประกอบกับการกระจายตัวอขงการใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในหน่วยงาน
ต่าง ๆ
ทำให้สมาชิกในองค์การมีความคุ้นเคยและเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น
จึงต้องมีการกำหนดทิศทางการจัดการเทคโนโลยีร่วมกัน
ซึ่งต้องได้รับการเริ่มต้นและส่งเสริมจาก
ผู้บริหารระดับสูง
ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องเข้าใจเทคโนโลยีที่มีต่ออนาคตขององค์การ
โดยติดตาม
ข่าวสารข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกเทคโนโลยี
นอกจากนี้การจัดตั้งคณะกรรมการสารสนเทศขององค์การจากบุคคลหลายกลุ่ม
จะช่วยให้การกำหนดนโยบายด้านสารสนเทศของ
องค์การมีความชัดเจน
แน่นอนและถูกต้องขึ้น