บทที่ 9
แนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว



การนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าเข้ามามีบทบาทในการแข่งขัน นับวันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง เช่น บริษัท BT มีโครงการ ALTS (Airline Interactive Services)ของบริษัทเอง หรือ เมื่อเร็ว ๆ นี้ AT&T ได้เปิดตัว e-Plane Service สำหรับการใช้อินเตอร์เน็ต อีเมล์ และ อี-คอมเมิร์ซ บนเครื่องบิน

    สำหรับสถานการณ์บนภาคพื้นดินในอนาคตที่พอมองเห็นได้ จะพบว่าในขณะที่ลักษณะของห้องโถงผู้โดยสารยังเป็นแบบดั้งเดิม และกระบวนการ ขึ้น-ลงของอากาศยานยังล่าช้าไม่สะดวก เทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยให้ผู้โดยสารที่อาจประสบปัญหาด้านข้อจำกัดของเวลาผ่านขั้นตอนเหล่านี้ได้โดยราบรื่น เมื่อการจำแนกบุคคลตามหลัก/วิธีชีวสถิติวิทยามีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี มาพร้อมกับปัญหาที่แก้ไม่ตกมาโดยตลอดนั่นก็คือ ความล้าสมัย เนื่องจากอายุ ของ ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อบริโภคจะสั้นเพียงประมาณ 3 เดือน ขณะนี้เราจึงเผชิญกับปัญหาที่เทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังจะถูกเลิกใช้ หรืออย่างน้อยที่สุดคือ
ล้าสมัยในเวลา ที่ตั้งในห้องผู้โดยสารบนอากาศยาน ห้องพักในโรงแรมหรืออาคารอเนกประสงค์ เพื่อการพักผ่อน คำตอบสำหรับอนาคตคือ ไม่ควรพยายามตามให้ทันกับคลื่นความก้าวหน้าลูกแล้วลูกเล่า แต่ควรจัดหาสาธารณูปโภคที่สามารถแข่งขันได้สูงสุด และมีความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถใช้เทคโนโลยีของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่าในอนาคตจำนวนคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือสื่อสารที่ลูกค้าใส่ไว้ในกระเป๋าหิ้วจะมีจำนวนมากกว่าที่สายการบินแทบทุกแห่งมีทั้งหมด ณ ขณะนี้

      จะเห็นได้ว่าวิถีทางขั้นพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศ และอินเตอร์เน็ตได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการขายและช่องทางการจำหน่ายทางการท่องเที่ยว ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้ทำนายถึงจุดสิ้นสุดของตัวแทนบริษัทนำเที่ยวรายย่อย เนื่องจากการที่ ลูกค้าสามารถติดต่อโดยตรงกับระบบการจองของสายการบิน โรงแรม บริษัทให้เช่ารถ และผู้ประกอบการนำเที่ยว จากบ้านหรือสำนักงานของพวกเขาหรือแม้แต่ในรถ แน่นอนว่าจะมีการติดต่อการค้ากันโดยตรงเพิ่มขึ้น และรูปแบบการบริการ ด้านการท่องเที่ยวแบบใหม่ ๆ จะถูกจัดตั้งขึ้น แต่กระนั้นก็ไม่เชื่อว่าเวลาของผู้นำเที่ยวรายย่อยกำลังจะมาถึงการสิ้นสุด

เนื่องจากการเติบโตของตลาด และการแข่งขันก่อให้เกิดทางเลือกมากขึ้นในทุก ๆ สาขาของอุตสาหกรรม ประชาชนจึงต้องการความช่วยเหลือ คำแนะนำ และการรับรองซ้ำอีกจากที่ปรึกษารายย่อย ที่มีประสิทธิภาพทั้งด้านราคาและมีสามารถ

ลักษณะของการค้ารายย่อยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มีการรวมตัวกันของผู้ประกอบการนำเที่ยวแบบออนไลน์ระหว่างบริษัท Travelocity กับ Preview Travel ในอเมริกา เพื่อก่อตั้ง ผู้ประกอบการนำเที่ยวรายใหญ่ที่สุด และ SABRE เจ้าของ Travelocity ได้รายงานว่า องค์กรที่รวมกันจะมีรายได้ถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 1999 และคาดหวังว่าธุรกิจจะเติบโตมากกว่าร้อยละ 25 ในทุกไตรมาส

ประธานบริษัทได้เปิดเผยว่า การเดินทางเป็นสาขาที่มีการเติบโตเร็วที่สุด และใหญ่ที่สุดในธุรกิจการขายแบบออนไลน์ (On-line commerce) โดยในปีนี้ มีมูลค่า 7.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 32 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนปี 2004 การประกาศดังกล่าวมีขึ้น 2 สัปดาห์ ภายหลังจากที่บริษัท ไมโครซอฟท์ เปิดเผยว่าทางบริษัทมีแผนจะจัดตั้งบริษัทนำเที่ยวออนไลน์ของตนเองภายใต้ชื่อ “Expedic.com” และ 2 วันก่อนการประกาศบริษัท Travelocity ได้นำเสนอข้อมูลบางอย่างจากงานวิจัยเกี่ยวกับการขายสินค้าทางการท่องเที่ยวแบบออนไลน์ในตลาดอเมริกาไว้ ดังนี้

  • ลูกค้าได้ใช้บริการด้านการวางแผนการท่องเที่ยวออนไลน์มากกว่าการใช้บริการออนไลน์ในสาขาปลีกอื่น
  • การจองการเดินทางแบบออนไลน์จะเติบโตขึ้นจากร้อยละ 3 ของการจองการเดินทางทั้งหมดในสหรัฐในปี 1999 เป็นประมาณร้อยละ 10 ในปี 2003
  • ร้อยละ 25 ของผู้ใช้วันหยุดแบบครอบครัวทั้งหมดในสหรัฐฯ (Family Holiday makers) คิดเป็นร้อยละ 72 ของการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว ได้ใช้อินเตอร์เน็ตในการหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และร้อยละ 11 ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการสำรองที่

องค์การด้านการวิจัยอื่น ๆ ในสหรัฐเชื่อว่า ประมาณ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ จะถูกใช้จ่ายเพื่อการเดินทางและท่องเที่ยวผ่านทางอินเตอร์เน็ต ในปี 1999 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า หรือประมาณ 22 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2001

การเติบโตของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นทั้งในญี่ปุ่น อังกฤษ และทั่วโลก เป็นที่ชัดเจนว่าในอนาคตการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมนี้จะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี และวิธีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับตัวสินค้า การบริการ การขาย ช่องทางการจำหน่ายและการทำการตลาด โดยระบบออนไลน์จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะถูกนำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นในสายการบินหลัก กลุ่มโรงแรม ตัวแทนนำเที่ยวรายย่อยผู้ค้าส่งการท่องเที่ยว
ที่พักตากอากาศ หรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวของท้องถิ่น

แนวคิดเกี่ยวกับสัมพันธภาพในการทำตลาดจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ทั้งนี้มีผู้ให้ความเห็นค่อนข้างรุนแรงเกี่ยวกับอี-คอมเมิร์ซว่า พลังของอี-คอมเมิรซ์จะทำลายโครงสร้างธุรกิจที่มีอยู่ ถ้าหากธุรกิจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้อยู่ในแนวทางของตนได้

ในอนาคตตลาดการท่องเที่ยวทางคอมพิวเตอร์จะดำเนินไปในวิถีทางที่เร่งร้อน ด้วยจำนวนของการค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ที่มากกว่าในปัจจุบัน และการแข่งขันจะไม่ได้มีเพียงแต่ในระดับประเทศหรือระดับภูมิภาค แต่จะขยายเป็นระดับโลกและจะมีความยากยิ่งในทางปฏิบัติ ในอีกด้านหนึ่งตลาดจะขยายสำหรับทุกคน แม้แต่โรงแรมส่วนตัวขนาดเล็กในพื้นที่ตากอากาศไกล ๆ ก็ติดต่อกับเศรษฐกิจระดับโลกได้ ต้นทุนในการจำหน่ายและการขายก็จะต่ำลงอย่างมาก

สภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (The World Travel and Tourism Council) ได้คาดคะเนว่าค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลทั่วโลกเกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอยู่ในระดับ 4,000 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ก่อนปี 2010

หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวต้องเผชิญคือการหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์ของบริการ และผลิตภัณฑ์ผ่านทางสื่อกลางของออนไลน์แม้การดำเนินการผ่านช่องทางนี้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อส่วนแบ่งการตลาด ผลกำไร และการผนึกสินค้าเข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ นอกจากปัญหาเกี่ยวกับความไม่ทันสมัยของเครื่องจักรที่ได้กล่าวอ้างไว้แล้วก็ยังมีปัญหาอื่นอีกนั่นคือ เทคโนโลยีจะไม่มีทาง และไม่มีวันที่จะแทนที่การบริการโดยบุคคลได้ และการปฏิรูปด้านการสื่อสารก็ไม่สามารถเสนอสิ่งทดแทนการเดินทางได้

เทคโนโลยีจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและถูกคิดค้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ลูกค้ายังคงเป็นมนุษย์ที่มีความต้องการทั้งด้านอารมณ์และสังคม ตลอดจนความพึงพอใจ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของมนุษย์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะให้ความสนใจ และเข้าใจในเรื่องนี้อย่างไรในอนาคต ซึ่งถือเป็นจุดที่แยกผู้แพ้และผู้ชนะออกจากกันได้อย่างแท้จริง เพราะว่าเมื่อตลาดการค้าเสรีของโลกก่อรูปขึ้นอีก พลังในการกำหนดกฎระเบียบหลัก ๆ ใด ๆ จะมีเพียงประการเดียวเท่านั้น และนั่นคือ ลูกค้า

ในขณะนี้ อุตสาหกรรมทั้งหมด โดยเฉพาะสายการบินกังวลเกี่ยวกับการควบคุมต้นทุน เนื่องจากมีความต้องการจะได้ผลกำไรในระดับที่น่าพอใจและสม่ำเสมอ การเติบโตและการพัฒนาเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดโดยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการปฏิรูปที่สร้างสรรค์และเป็นจริง คุณภาพและความคุ้มค่าเงินอย่างแท้จริงนั้นไม่อาจได้มาในราคาถูก เราต้องจ่ายสำหรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในขณะเดียวกันการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ หน่วยของการเดินทาง การท่องเที่ยวและการบริการทั่วทุกพื้นที่ของตลาด กำลังมีผลกระทบต่อผลตอบแทนในรูปมูลค่าที่แท้จริง

การขนส่งทางอากาศที่ทำหน้าที่เสมือนเครื่องจักร (Engine) สำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และการบริการในหลายประเทศ ได้รับความเสียหายจากปัญหาการมีลานวิ่ง (Runway) ไม่เพียงพอ และปัญหาด้านขีดความสามารถในการรองรับของห้องพัก ผู้โดยสารของสนามบิน (Airport terminal) ตลอดจนปัญหาระบบการขนส่งภาคพื้นดินที่ไม่ เพียงพอ และการใช้อากาศยานที่มีอยู่อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ในอนาคต เราจะมีดาวเทียมซึ่งขึ้นอยู่กับระบบการนำทางทางอากาศที่จะทำให้เราสามารถบินในลักษณะเป็นเส้นตรงข้ามโลกได้ ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและเงินในปริมาณที่มากแม้ว่าในตอนแรกเราต้องลดข้อกำจัดต่าง ๆ ทางการเมืองก่อน เพื่อปฏิบัติการบินในบางพื้นที่ในโลก

ในอนาคตอันใกล้นี้ยังไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใด ๆ แต่เราสามารถวาดภาพรูปแบบล้ำสมัยของอากาศยานในยุคต่อไปได้ อย่างเช่น อากาศยานประเภท Sub-sonic ซึ่งหมายถึงการบินข้ามพื้นดินที่เร็วกว่าเสียงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อันเป็นผลจากความก้าวหน้าที่ไม่เคยหยุดนิ่งของเทคโนโลยีในการพัฒนาปีกเครื่องยนตร์ และโครงร่างอากาศยาน ภาพข้างหน้าของผู้สืบทอดต่อจาก Concorde ในศตวรรษที่ 21 ยังคงลางเลือนไม่ชัดเจน หากจะมองความเป็นไปได้อากาศยานรุ่นใหม่อาจจะเป็นที่ต้องการสำหรับการให้บริการในการบินข้ามทวีปในส่วนต่าง ๆ (ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น-ยุโรป) และนั้นหมายถึงการบินด้วยความเร็วเหนือกว่าเสียงข้ามพื้นดิน อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้จะมีความเป็นไปได้ทางสิ่งแวดล้อม ก็ต่อเมื่อนักวิทยาศาสตร์สามารถหาหนทางยุติปัญหาการสั้นสะเทือนของเสียงเครื่องบินได้ ซึ่งจวบจนวันนี้ยังไม่มีความเป็นไปได้ทางกายภาพแต่อย่างใด

บางทีปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเราทุกคนก็คือปัญหาที่ห้อมล้อมการพัฒนาที่ยั่งยืน การขยายการเดินทาง การท่องเที่ยว และการบริการทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง จะถูกจำกัดโดยความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม และการเติบโตจะต้องมาจากการทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่มีประสิทธิภาพขึ้น เพิ่มผลผลิต และผนึกตัวกันยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันการพัฒนาที่ยั่งยืนมีความหมายมากกว่าเป็นเพียงวัตถุประสงค์ด้านเทคนิค โดยได้กลายเป็นส่วนสำคัญของสินค้าทางการเดินทางและท่องเที่ยวทั้งหมด เนื่องจากลูกค้าที่มีจิตสำนึกที่ดีด้านนิเวศน์วิทยาจะเพิ่มความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นโดยไม่ยอมรับการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สรุป

การเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ยุคสารสนเทศอย่างมั่นคง ติดตามการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นในแต่ละหน่วย และการเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากรและงบประมาณ

แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีขององค์การออกเป็น 5 ลักษณะ คือ การปรับปรุงรูปแบบการทำงานขององค์การ การสนับสนุนการดำเนินงานเชิงกล เครื่องมือในการทำงาน การเพิ่มผลผลิตของงานโดยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร

การดำเนินชีวิตในสังคมสารสนเทศจะมีการพัฒนาและนำเทคโนโลยีระดับสูงมาสนับสนุนการทำงานและการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยนี้จะพัฒนารวดเร็วกว่าสมัยอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมมาก ข้อมูลและข่าวสารจะมีการเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วและอิสระ พรหมแดนทางการเมืองจะลดความสำคัญลง เมื่อเทียบกับระบบเศรษฐกิจการค้าที่ขยายตัวขึ้นจากภายในท้องถิ่นขึ้นสู่ระดับประเทศ และขยายตัวสู่ระดับโลกในที่สุด ประชาชนจะมีความเป็นอิสระในการรับรู้ข่าวสารและแสดงความคิดเห็นเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีทางเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจบริการขยายตัวเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า ในขณะที่องค์การต่าง ๆ จะมีการปรับโครงสร้างและขั้นตอนการทำงาน โดยที่หลายหน่วยงานมีการลดขนาดลง บางหน่วยงานศึกษาถึงการปรับตัวมีให้มีขนาดที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งการรื้อปรับระบบ เพื่อให้สามารถดำเนินงานแข่งขันกับธุรกิจอื่นอย่างคล่องตัว

ความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และการสื่อสารโทรคมนาคม ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถมองข้ามได้ หรือปล่อยให้หัวหน้างาน หรือหน่วยงานสารสนเทศดูแลรับผิดชอบต่อการกำหนดนโยบายและการใช้งานเทคโนโลยีเพียงฝ่ายเดียวไดั ประกอบกับการกระจายตัวอขงการใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในหน่วยงาน
ต่าง ๆ ทำให้สมาชิกในองค์การมีความคุ้นเคยและเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น จึงต้องมีการกำหนดทิศทางการจัดการเทคโนโลยีร่วมกัน ซึ่งต้องได้รับการเริ่มต้นและส่งเสริมจาก
ผู้บริหารระดับสูง ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องเข้าใจเทคโนโลยีที่มีต่ออนาคตขององค์การ โดยติดตาม
ข่าวสารข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกเทคโนโลยี นอกจากนี้การจัดตั้งคณะกรรมการสารสนเทศขององค์การจากบุคคลหลายกลุ่ม จะช่วยให้การกำหนดนโยบายด้านสารสนเทศของ
องค์การมีความชัดเจน แน่นอนและถูกต้องขึ้น