|
ในการชั่งวัตถุในอากาศและในของเหลว พบว่าชั่งวัตถุในของเหลวมีค่าน้อยกว่า เพราะในของเหลวมีแรงลอยตัวหรือแรงพยุง
| 1. ปริมาตรของของเหลวที่เพิ่มขึ้นจะระดับเดิม จะเท่าากับปริมาตรของวัตถุทั้งก้อน |
| 2. น้ำหนักของวัตถุที่หายไปจากเดิม จะเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับวัตถุ และจะเท่ากับแรงลอยตัว |
| 3. ความหนาแน่นของวัตถุมากกว่าความหนาแน่นของของเหลว |
| 2. น้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับส่วนที่จม จะเท่ากับน้ำหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศและจะเท่ากับแรงลอยตัว |
| 3. ความหนาแน่นของวัตถุน้อยกว่าความหนาแน่นของของเหลว |
| 2. น้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับส่วนที่จม จะเท่ากับน้ำหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศและจะเท่ากับแรงลอยตัว |
| 3. ความหนาแน่นของวัตถุเท่ากับความหนาแน่นของของเหลว |
นักเรียนมาสามารถเปลี่ยนแปลงค่าต่าง ๆ ได้ เช่น พื้นที่หน้าตัดด้านล่างของวัตถุ(Base area of body) ความสูงของวัตถุ(Height of body) ความหนาแน่นของวัตถุ(Density of body) ความหนาแน่นของของเหลว(Density of liquid)
เมื่อนักเรียนเลือกค่าต่างๆ แล้ว ให้ใช้เมาส์คลิ๊กและลากเครื่องชั่งสปริงลงไปในของเหลว โปรแกรมจะคำนวณค่าต่าง ๆ และแสดงผล เช่น ระดับที่วัตถุจมลงในของเหลว(Draught) ปริมาตรที่จมในของเหลว(Replaced volume) แรงลอยตัว(Buoyant force ) น้ำหนักของวัตถุที่อ่านได้จากเครื่องชั่งสปริง(Weight of body)
ถ้านักเรียนเห็นคำว่า "Maximum exceeded!" (สีแดง), ให้นักเรียนเลือกค่าใหม่ในช่อง measuring range.
| กฎของอาร์คีมิเดส: แรงลอยตัวจะเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับส่วนที่จม |
วีระศักดิ์ ประดิษฐ์ทอง