:: ท. เที่ยว :: » ซำบายดี
ลาว
» ของฟรีที่ สมุย
» จดหมายเหตุกรุงศรี ฯ
:: บ. บันทึก
:: ล. ลิงค์
:: ก. เกสบุค
:: ม. เอวเมว
:: ฮ. โฮม
|
|
 |
ต่อ
โนริโอะ มุ่งตรงไปยังเด็กน้อย 2 คนที่กะลังทอดแหหาปลาอยู่
ผมเข้าไปขอดูว่าได้อะไร บ้างปรากฎว่ามี ปลาซิว เยอะมาก พอแกทอดแหเสร็จ
เราก็ช่วยเด้กเก็บปลา ปลาซิวตัว อวบ ๆ ทั้งนั้นเลย พอโนริโอะดมมือตัวเอง บอกว่าคาว
เห้ย...นี่มันปลาดิบนี่หว่า !!! แล้วก็ขอถ่ายรูปสักแชะ......จากนั้นเด้กน้อยก็
จากไปเพื่อจับปลาที่กลาง น้ำซองซึ่งสุดปัญญา ที่โนริโอะจะตามไป
โนริโอะหันไปหาเป้าหมายใหม่ซึ่งเป็นเด็ก ตัวเล้ก ๆ อายุ 3-5 ปีนี่ล่ะ
เดินเข้าไปหยอกล้อ เล่นหัวกับเด็กน้อย ดูท่าทางฌนริโอะชอบเด็กอย่างมาก
เด็ก ๆ ก็พูดทักทาย ซำบายดี .... ผมก็คุยได้สบายอยู่แล้ว อิ ๆๆๆ
วนเวียนอยู่กับเด็กจนเด็กพวกนั้นพากันกลับบ้าน เราก็เดินตามเข้าไปยังหมู่บ้านและ
ตรงเข้าหาภูเขาอันสูงใหญ่ข้างหน้า......ดูร่มรื่นจริง ๆ
อันที่จริงแล้ววังเวียงเล็กมากจนไม่น่าจะเรียกว่าเมือง
เล็กกว่าหมู่บ้านผมเสียด้วยซ้ำ แต่ฝรั่งกับเยอะเหลือเกิน
จะหันหน้าไปทางไหนก้เห็นแต่ฝรั่ง หมู่บ้านฟากนี้ของน้ำซอง ไม่ค่อยมีฝรั่ง
ชาวบ้านก้เห็นทั่วไป เราเดินตามถนนออกไปยังทิศทางภูเขา
เดินออกจากหมู่บ้านเป็นทุ่งนา...ทุ่งนาบ้านเราดี ๆ นี่เอง
ตอนนี้มีแต่หญ้าขึ้นเขียว ผมสังเกตุเห็นป้ายเขียนบอกว่า ถ้ำ..
อยู่ไม่ไกลหรอก นู่น มองเห็นกระต๊อบอยู่ และเดินไปก็คงไม่เกิน 10 นาทีหรอก
ด้วยแดดร้อน ทำให้โนริโอะ เกิดอาการ... จู่ ๆ ก็ร้องเพลงขึ้นมา
ผมคงจะเดินเฉย ๆ ไม่ได้ก็เลยให้จังหวะ เป็น แร็พ แบบญี่ปุ่น ฟังก้โอเคนะ
จกนั้นก็เปลี่ยนเพลงไปเรื่อย ๆ แม้กระทั่งเพลงชาติ ก็ยังเอามาร้องเล่นกัน
ki.... mi....ka....
ผมเองก็พออกพอใจกับการร้องเพลงเหมือนกันก็เลยปล่อยให้โนริโอะ
ร้องเรื่อย ๆ ทั้งสากล ทั้ง ญี่ปุ่น........เสียงดี เหมือนกันนี่หว่า เพื่อนตู !!!!!!!!!
เดินมาถึงกระต๊อบ เห็นชาวลาวนั่งเล่นกันอยู่ 2-3 คนและก็มีลูกสาว วัย 6 ขวบอีก 1
รอเก็บค่าเข้าชม 5,000 กีบ...... เราไม่อยากจะจ่ายอะไรตอนนี้ก้เลยว่า มาเดินเล่นเฉย ๆ
บ่เบิ่ง หรอก และก็ถือโอกาสนั่งพักเอาแรง และคุยกะชาวาว
เอาอีกแล้ว โนริโอะ หยอกล้อกับเด็กน้อย แล้วอยากถ่ายรูป
แม่หนูน้อยก็ แสนจะขี้อายไม่ยอมถ่าย ผมเลยแจกลูกอมให้ แจกแล้วก็ยังอายอยู่
... ผู้ใหญ่ก็ ยุ..อย่าอาย ๆ .... ในที่สุดหมากฝรั่งก็สยบเธอได้
เธอยิ้มอย่างอาย ๆ ให้กับกล้อง.............
ที่กระต้อบ ชาวลาวเขาจะมีสวนเล็ก ๆ เอาไว้ปลูกพืชผักไว้กินอย่างบ้านเรานั่นล่ะ
ที่นี่มีทั้ง ฟักทอง และผักอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เป็นสวนที่เขียวขจี จริง ๆ
เราฝ่าแดดกลับไปยังถนน แล้วเดินตรงไปต่อ แต่ด้วยหนทาง น่าจะไกลก็เลย
หันหลังกลับ แต่พรุ่งนี้เราจะมาใหม่
โรงเรียนเลิก เด็ก ๆ เดินกลับบ้าน บ้างก็ปั่นจักรยาน บนเส้นทางสำหรับ
นักปั่นมืออาชีพ เด็ก ๆ เหล่านี้หากได้รับการสนับสนุนรับรองได้ว่า จะต้อง
ได้เป็นนักปั่นระดับโลกแน่ หากไม่เป็นใส้เลื่อนเสียก่อน
เราพูดทักทายกับเด้ก ๆ ด้วยคำง่าย ๆ เด้กแก้วแดงเหล่านั้นบ้างก็
ยิ้ม บ้างก็ตอบกลับ ซำบายดี และมีบ้างที่ Ignore ....
กลับเส้นทางเดิมคราวนี้ ก็ต้องเดินข้าว แตก่อนจะข้าม
ก็ขอดูอะไรเสียก่อน........นู่น อีกฟาก สาวลาวนุ่งกระโจมอกเล่นน้ำกันริมตลิ่
ยังกะฝูงกินรี และก็มีอีกมากเหมือนกันที่ลอยตามน้ำมา...ก็ ห่วงยางไงล่ะ
ฝรั่งอ้วน ๆ ในชุดบิกินนี่ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ.......
โนริโอะวิ่งเข้าไปหาเด็ก ๆ อีกกลุ่มที่กะลังเล่นน้ำอยู่ คราวนี้ก็ขอให้
ผมถ่ายรูปให้เหมือนเดิม ...พอเราจะข้ามน้ำซองเด้ก ๆ ก็ มารวม ๆ และ
ขอเงิน.... " ขอเงินแน่ ๆ " .... " บ่ ๆๆๆๆๆ " นั่นคือมาตรการที่ดีที่สุด
เดินผ่านถนนเส้นเดิม คราวนี้เข้าใจล่ะว่า อาคารไม้เก่า ๆ ที่เห็นน่ะมันคือ โรงเรียน
สภาพเดียวกบโรงเรียนร้าง เก่ามาก....เด็ก นักเรียนบางคนคงจะพักที่ ร.ร. เพราะ
มองเข้าไปยังอาคารไม้ข้างถนน เห็นมีเตียงด้วยและเด็กกะลังนั่งกันตรึม
มีบางรายกะลังเล็มผมให้กันด้วยกรรไกรตัดผ้า.....โห...คงออกมาหล่อน่าดู
และตึกชั้นเดียวอีกฟากนั้นก็ คือโรงพยาบาล ...เพราะเห็นเสาน้ำเกลือ
โรงพยาบาลแน่หรือ ? ทำไมมันเก่าแบบนี้ บานเกร็ดแตกจนไม่เหลือ ไม่มีการซ่อม
ขนไข้นอนอาบแดด....กลางคืนยุงคงเยอะแหง ๆ
สถานีอนามัยที่บ้านเรายังมีสภาพที่ดีกว่าหลายเท่าตัว นึกแล้วก็ให้สงสัย
ซะเหลือเกินว่า รัฐบาลลาว เอาเงินไปทำอะไร ทำไมไม่เหลียวแล โรงเรียน
โรงพยาบาล.... ตึกวัฒนธรรมที่ใหญ่โต สำคัญกว่าชีวิตคนหรืออย่างไร
กลับไปหน้า...รวมวัน
วันที่ 6 ยิ้มใส ๆ จากสาววังเวียง
|