by Aisa CoFFee
มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วสำหรับชีวิตของเด็กกำพร้าเร่ร่อนที่มักจะถูกคนอื่นมองว่าเป็นเสมือนกับขยะสังคมที่ไร้ค่า คนส่วนใหญ่ก็มองเธอเช่นนั้น แต่จะมีใครสักคนบ้างไหมนะ ที่จะสามารถรับรู้ได้ว่าเด็กข้างถนนคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ไซธ์ คือชื่อของเธอ
ไซธ์เกิดมาพร้อมกับพลังประหลาดที่ทำให้เธอสามารถติดต่อพูดคุยกับวิญญาณและสัตว์ต่างๆได้ แต่ความสามารถนี้ก็ทำให้คนในครอบครัวพากันหวาดกลัวและรังเกียจเธอ บ้างก็เห็นเธอเป็นเด็กปีศาจ บ้างก็เห็นเธอเป็นตัวนำโชคร้าย พวกเขาตั้งชื่อเธอว่า "ไซธ์" ซึ่งแปลว่า "เคียวของยมทูต" แล้วพวกเขาก็ทิ้งเธอไว้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ไซธ์อาศัยอยู่ที่นั่นจนอายุได้ประมาณ 8 ขวบก็ถูกพวกเด็กอื่นรังแกจนต้องหนีออกมาเผชิญชีวิตตามลำพัง เธอหาเงินโดยการเป็นขอทานหรือไม่ก็รับจ้างทำงานเล็กๆน้อยๆตามตลาดในเมือง โดยที่เธอต้องคอยพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ใช้พลังพิเศษนี้ออกมาให้คนอื่นรู้ เป็นอย่างนี้เรื่อยมาจนกระทั่งเธออายุ 13 ปี
ค่ำวันหนึ่ง ขณะที่ไซธ์กำลังหาที่พักที่เธอพอจะซุกหัวนอนได้ในคืนนั้น เธอก็พบกับสุนัขบาดเจ็บตัวหนึ่งซึ่งคงจะถูกพวกเด็กเกเรรุมตีมา เธอจึงทำแผลให้มัน มันเป็นสุนัขเพศผู้ที่ยังหนุ่ม ขนสีดำปลอด ตามตัวมีรอยแผลมากมาย ตาซ้ายของมันมีรอยแผลเป็นเป็นแนวยาวพาดอยู่และบอดสนิท หลังจากทำแผลให้มันแล้วไซธ์ก็ใช้พลังของเธอคุยกับสุนัขตัวนั้น ตอนแรกมันมีท่าทีไม่ไว้ใจเธอ แต่ในที่สุดก็ยอมคุยกับเธอ
"ฉันชื่อ แบล็คกี้ เป็นสุนัขจรจัด" มันแนะนำตัว
"เป็นสุนัขจรจัดแล้วทำไมถึงมีชื่อล่ะ ใครตั้งให้เหรอ?" ไซธ์ถาม
แบล็คกี้นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังเรียบเรียงเรื่องราว แล้วมันก็เล่าให้เธอฟังอย่างเศร้าๆว่า "ตั้งแต่เล็ก ฉันเกิดในบ้านของมนุษย์คนหนึ่ง ในบรรดาพี่น้องทุกตัว ฉันเป็นตัวที่อ่อนแอที่สุด มนุษย์ที่ใจร้ายคนนั้นคิดว่าฉันคงจะไม่รอด เลี้ยงไปก็เปลืองค่าอาหาร เขาจึงเอาฉันไปทิ้งไว้ข้างถนนในคืนอันหนาวเหน็บ ตอนนั้นฉันเสียใจมากที่ถูกมนุษย์ทอดทิ้ง แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะหนาวตายนั้น ฉันก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กคนนั้นชื่อ ไอริส ไอริสก็เป็นเด็กเร่ร่อนเหมือนกับเธอ แต่เขาสามารถเข้าใจฉันได้ทุกอย่าง ไอริสเอาฉันไปเลี้ยงและตั้งชื่อนี้ให้กับฉัน ตลอดเวลาที่ฉันอยู่กับเขาฉันมีความสุขมาก ไม่ว่าเขาจะร่อนเร่เพนจรไปที่ไหนฉันก็ติดตามไปทุกที่ ไอริสเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจงดงามมาก ตอนที่ฉันถูกเด็กเกเรรังแกจนตาบอดไปข้างโดยที่ตอนนั้นไอริสไม่ได้อยู่ด้วย ไอริสก็ได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่เข้ามาช่วยฉันไม่ทัน ฉันนับถือไอริสเป็นเจ้านายเพียงคนเดียวในชีวิตของฉันเลย"
"แล้วทำไมเธอถึงไม่อยู่กับเขาล่ะ" พอไซธ์ถามถึงเรื่องนี้ แบล็คกี้ก็เริ่มน้ำตาคลอ แล้วจึงเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อยู่สิ ฉันได้อยู่กับไอริส จนถึง วินาทีสุดท้ายของเขา ไอริสป่วยตายตอนอายุ 13 ปี ก็พอๆกับเธอในตอนนี้แหละ "
"ฉันขอโทษที่ทำให้นึกถึงเรื่องเศร้านะ แบล็คกี้ " ไซธ์กล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด
"ไม่เป็นไรหรอก ถึงจะเสียใจไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่ดี ตอนนี้ก็ดึกแล้ว นอนพักผ่อนเถอะ ฉันจะนอนเป็นเพื่อน" แบล็คกี้บอกกับไซธ์ พร้อมกับขดตัวลงนอนข้างๆเธอ
เช้าวันรุ่งขึ้น แบล็คกี้ก็พูดกับไซธ์ว่า "ขอบคุณจริงๆนะที่ช่วยทำแผลให้ฉัน แต่ตอนนี้เราคงต้องอำลากันแล้วล่ะนะ ฉันจะได้กลับไปใช้ชีวิตสุนัขจรจัดของฉันเหมือนเดิม ลาก่อน" แล้วมันก็เดินจากไป
"ลาก่อนเช่นกัน ถ้าโชคดีเราคงได้พบกันอีกนะ" ไซธ์กล่าวตอบพร้อมกับยิ้มเศร้าๆ
ระหว่างที่แบล็คกี้เดินทางจากมานั้น มันก็กล่าวกับตัวเองว่า "แปลกดีนะ นอกจากไอริสแล้วยังมีมนุษย์ที่สามารถเข้าใจฉันได้อีก ฉันจะไม่ลืมเธอเลย ไซธ์"
หลายเดือนผ่านไป ไซธ์ก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติของเธอ เดินทางร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่น รวมทั้งค่ำวันนี้ก็เช่นกัน แต่มันจะกลายเป็นวันแห่งความทรงจำที่เธอจะไม่มีวันลืม ไซธ์ตัดสินใจอาศัยนอนที่หน้าประตูโบสถ์แห่งหนึ่ง กลางดึกคืนนั้น เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเนื่องจากได้ยินเสียงร้องไห้แว่วมาตามสายลม มันเป็นเสียงร้องไห้ที่ไม่มีตัวตน ไซธ์พยายามฟังว่าเสียงนั้นมาจากไหน แล้วเธอก็สามารถรับรู้ได้ด้วยพลังของเธอว่า เจ้าของเสียงร้องไห้นั้นอยู่ใกล้ๆกับตัวเธอนั่นเอง
"ปรากฏตัวออกมาเถอะ ฉันรู้ว่าเธอมีอะไรไม่สบายใจอยู่ใช่มั้ย? ฉันยินดีรับฟังนะ ถ้ามันจะสามารถช่วยให้เธอสบายใจขึ้นได้น่ะ" ไซธ์กล่าวขึ้นอย่างอ่อนโยน
ทันใดนั้น พื้นที่ว่างบริเวณตรงหน้าไซธ์ก็ปรากฏแสงเรืองสีขาวที่ค่อยๆรวมกันเป็นกลุ่มควันจางๆ แล้วกลุ่มควันนั้นก็กลายเป็นร่างของเด็กผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับไซธ์ กำลังนั่งร้องไห้อยู่
ไซธ์ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างที่อยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งยิ้มอย่างเป็นมิตร ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นมามองอย่างประหลาดใจ แล้วก็ถามไซธ์ว่า "เธอไม่กลัวฉันเหรอ?"
ไซธ์ส่ายหน้าแทนคำตอบ เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆวิญญาณนั้น และถามว่า "เอาล่ะ ตอนนี้เธอจะบอกฉันได้รึยัง ว่าเธอร้องไห้เพราะอะไร"
"ฉันเหงาเหลือเกิน ฉันแค่อยากจะหาเพื่อนคุยเท่านั้นเอง แล้วทำไมคนถึงพากันกลัวฉันล่ะ ไม่เข้าใจเลย ฮือ ฮือ "
"เธอต้องเข้าใจว่า ความกลัวเป็นวิสัยพื้นฐานของมนุษย์น่ะ" ไซธ์ปลอบ "ยิ่งเธอเป็นวิญญาณแบบนี้ คนอื่นเขาก็ยิ่งกลัว บางคนแค่ได้ยินว่าผีก็วิ่งป่าราบแล้ว"
"เธอเองก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกนั้น ทำไมเธอไม่กลัวฉัน?" วิญญาณเด็กนั้นถาม
ไซธ์แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเศร้าสร้อย ก่อนจะตอบว่า "เพราะฉันรู้ซึ้งดีว่าความเหงามันทรมานขนาดไหนน่ะสิ "
วิญญาณเด็กนั้นนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเธอก็พูดว่า "สมัยที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้าเร่ร่อนคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่มีใครเลยสักคน คงมีแต่สุนัขที่ฉันเก็บมาเลี้ยงตัวเดียวเท่านั้นล่ะมั้ง ที่เป็นเพื่อนแท้ของฉันในยามยาก ก่อนหน้านั้นฉันก็เหงาเหมือนกันนะ แต่พอตายแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าเหงามากกว่าตอนมีชีวิตอยู่ซะอีก"
"เอาอย่างนี้มั้ย?" ไซธ์พูดขึ้นมาลอยๆ "เรามาเป็นเพื่อนกันเอามั้ยล่ะ เพราะฉันเองก็ไม่มีใครเลยเหมือนกัน แล้วฉันยังสามารถมองเห็นและพูดคุยกับเธอได้ด้วยนี่นา"
"จริงเหรอ ดีใจจังเลย ขอบคุณนะ" เป็นครั้งแรกที่เธอหยุดร้องไห้และยิ้มออกมาได้
"ฉันชื่อไซธ์" ไซธ์แนะนำตัวแก่เพื่อนใหม่ของเธอ
"ชื่อเธอแปลกจัง มันมีความหมายว่าอะไรเหรอ?" วิญญาณนั้นถามด้วยความสงสัย
"มันหมายถึงเคียวของยมทูตน่ะ คนพวกนั้นตั้งชื่อนี้ให้ฉันเพราะว่าพวกเขาหวาดกลัวในพลังของฉันและรังเกียจฉัน" ไซธ์ตอบ "ทั้งๆที่ฉันไม่ได้อยากมีพลังอะไรนี่เลย "
"ไม่เป็นไรหรอกน่า ไซธ์ อย่าลืมสิว่าถ้าเธอไม่มีพลังนี้ เธอก็คงไม่ได้มาเป็นเพื่อนกับฉันหรอก" วิญญาณนั้นพูดปลอบไซธ์ "ตอนนี้ฉันขอแนะนำตัวบ้างล่ะ ฉันชื่อไอริส ไอริสที่เป็นชื่อของดอกไม้ชนิดหนึ่งน่ะ"
ทันทีที่ไซธ์ได้ยินชื่อนี้ เธอรู้สึกคุ้นๆขึ้นมา แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหนอยู่ดี
ตั้งแต่คืนวันนั้น ไซธ์ก็มักจะมาพักอาศัยนอนที่หน้าโบสถ์แห่งนั้นเป็นประจำเพื่อมาพบกับไอริสเพื่อนของเธอ บางคืนทั้งสองก็จะมานั่งชมดาวด้วยกันพร้อมกับผลัดกันเล่าถึงอดีตของตนให้เพื่อนฟัง ไอริสบอกกับไซธ์ว่าเธอตายมาประมาณ 2 ปีแล้ว และศพของเธอถูกฝังอยู่ที่สุสานด้านหลังโบสถ์นั้น ส่วนไซธ์ก็มักจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับพลังประหลาดที่เธอมี หรือไม่ก็เรื่องราวต่างๆที่เธอได้ประสบพบเจอมาในชีวิตประจำวันของเธอ พวกเธอทั้งสองแบ่งปันเวลาแห่งความสุขด้วยกันเรื่อยมา
แต่เวลาแห่งความสุขมักไม่ยั่งยืน
วันหนึ่งไอริสก็ได้รู้ว่าเวลาที่เธอจะสามารถอยู่บนโลกนี้ได้เหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้น แล้วเธอก็จะต้องไปยังที่ที่เธอควรจะไป คืนนั้นไอริสไม่ร่าเริงเช่นเคยจนไซธ์รู้สึกผิดสังเกต ไซธ์ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่คอยเฝ้ามองเพื่อนสนิทของเธออยู่เงียบๆ แต่ในใจก็รู้สึกเป็นห่วงเป็นกังวลอย่างมาก เป็นครั้งแรกที่ไซธ์อยากจะใช้พลังพิเศษที่เธอมีอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเพื่อนของเธอ
วันรุ่งขึ้น ไซธ์เข้าไปนั่งสวดภาวนาในโบสถ์ จิตใจของเธอมุ่งหวังแต่เพียงอย่างเดียวคือต้องการจะรับรู้ความทุกข์ของไอริส เพื่อที่จะได้แบ่งเบาความทุกข์นั้น แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี ไซธ์นั่งสวดภาวนาอยู่ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ในที่สุดพลังแห่งความมุ่งมั่นศรัทธาและมิตรภาพที่แท้จริงก็ตอบสนองเธอ ขอบเขตอำนาจพลังพิเศษของเธอเพิ่มขึ้น ตอนนี้ไซธ์สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่ไอริสกำลังคิดอยู่ได้ในลักษณะของการอ่านใจ และเธอก็นึกออกแล้วว่าเธอเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน
คืนนั้นไซธ์ไม่ได้มาอาศัยนอนที่หน้าโบสถ์เหมือนอย่างเคย ทำให้ไอริสรู้สึกแปลกใจและว้าเหว่ยิ่งกว่าเดิม เมื่อจวนจะถึงเวลารุ่งสางไซธ์ก็ยังไม่กลับมา ไอริสก็ได้แต่กลับเข้าไปยังสุสานของเธอ พร้อมกับรอคอยเวลาที่กำลังจะมาถึงซึ่งเหลืออยู่ถึงแค่เที่ยงคืนตรงในคืนนี้เท่านั้น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พระอาทิตย์ตกดินอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไซธ์ก็ยังไม่กลับมา ไอริสรอคอยการกลับมาของเพื่อนเธออย่างกระวนกระวายใจ เพราะอย่างน้อยเธอก็อยากจะได้บอกลาเพื่อนของเธอก่อนที่จะจากกัน และมันอาจเป็นการจากกันตลอดกาลก็เป็นได้
นาฬิกาบนหลังคาโบสถ์บอกเวลา 23.00 น. ยังไม่มีวี่แววของไซธ์เลย ไอริสยิ่งรู้สึกร้อนรนใจมากขึ้น แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอคอยต่อไปจนกว่าเวลาจะหมดลง
เวลา 23.50 น. ไอริสเริ่มหมดหวังกับการรอคอย หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าไหลรินลงมาอาบแก้มของเธออีกครั้ง
ทันใดนั้นไอริสก็ได้ยินเสียงเห่าของสุนัขที่เธอคุ้นเคยที่สุด เมื่อเธอหันไปมองเธอก็ได้เห็นสุนัขสีดำตัวหนึ่งที่มีแผลเป็นอยู่บนตาซ้ายที่บอดสนิท ที่ยืนอยู่ข้างๆสุนัขตัวนั้นคือไซธ์ที่ท่าทางเหนื่อยยังกับวิ่งโดยไม่ได้หยุดพักตลอดทั้งวัน ไอริสแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"ไซธ์! แบล็คกี้!" ไอริสโผเข้าไปกอดไซธ์และแบล็คกี้ทันที "ไซธ์ ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเธอนี่นา เธอรู้ได้ยังไงน่ะ" ไอริสถามทั้งน้ำตา ซึ่งบัดนี้มันกลายเป็นน้ำตาแห่งความปิติ
"ปาฏิหาริย์แห่งมิตรภาพไงล่ะ ไม่ต้องบอกด้วยปาก ก็รับรู้ได้ด้วยใจ" ไซธ์ตอบ "ฉันรู้ว่าวันนี้เธอจะต้องไปแล้ว ฉันก็เลยอยากให้เราลาจากกันด้วยดี ฉันอยากให้เธอหมดห่วงและไปสู่สุคติ นี่เป็นสิ่งที่ฉันควรจะทำในฐานะเพื่อน"
"เธอนี่บ้าจริงๆเลย" ไอริสต่อว่า "ลองคิดดูซิว่าถ้าเกิดเธอมาไม่ทันแล้วจะเป็นยังไง"
"แต่ยังไงไซธ์เขาก็พาฉันมาทันจนได้แล้วล่ะน่า เจ้านาย" แบล็คกี้พูดกับไอริส
และแล้ว นาฬิกาบนหลังคาโบสถ์ก็บอกเวลาเที่ยงคืนตรง
"ฉันต้องไปแล้ว" ไอริสพูดขึ้นพร้อมๆกับที่ลำแสงสีขาวจากท้องฟ้าเบื้องบนสาดส่องลงมายังตัวเธอ ชุดเดิมที่ดูมอมแมมของเธอกลับกลายเป็นชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ไอริสหันมาหาเพื่อนของเธอเพื่อจะบอกลา
"ไซธ์ ฉันมีเรื่องจะขอร้อง ฉันอยากฝากให้เธอช่วยดูแลแบล็คกี้แทนฉัน จะได้มั้ย?"
"แน่นอน ฉันสัญญา" ไซธ์กุมมือทั้งสองของไอริสไว้ และให้คำมั่นสัญญากับเธอ
ไอริสยิ้มและหันมาบอกแบล็คกี้บ้างว่า "เจ้าก็ต้องเป็นเด็กดีนะ แบล็คกี้"
แบล็คกี้ที่น้ำตาคลอก็ผงกหัวและส่งเสียงครางหงิงๆ แล้วทั้งสามก็กอดกันอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย
ไซธ์จับมือไอริสไว้ แล้วหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อไซธ์ลืมตาขึ้น ก็ปรากฏว่ามีปีกสีขาวขนาดใหญ่คู่หนึ่งอยู่ที่กลางหลังของไอริส ไอริสมองตัวเองอย่างประหลาดใจและพูดขึ้นว่า "เธอทำได้ยังไงเนี่ย?!" ไซธ์ยิ้มอย่างอ่อนโยนกับเธอแทนคำตอบ
แล้วร่างของไอริสก็ค่อยๆลอยสูงขึ้นบนอากาศ เธอก้มลงมาหาไซธ์ที่ยังจับมือเธออยู่และพูดว่า "ฉันรู้สึกว่าเธอไม่เหมาะที่จะชื่อ ไซธ์ ซึ่งหมายถึง เคียวของยมทูต เลยซักนิดนะ แต่เธอเหมาะกับคำว่า เซนต์ ที่แปลว่า นักบุญ มากกว่า ฉันขอเรียกเธอว่า เซนต์ ได้มั้ย? ครั้งเดียวก็ยังดี "
"ได้อยู่แล้ว ไอริส" ไซธ์ตอบ
"ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะ เซนต์" ไอริสกล่าวอย่างซาบซึ้ง
ร่างของไอริสลอยสูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งไซธ์ไม่สามารถเอื้อมถึงได้ เธอจึงจำต้องปล่อยมือ ไอริสได้พูดประโยคสุดท้ายของเธอออกมาก่อนที่ร่างของเธอจะจางหายไปพร้อมกับลำแสงนั้นว่า "ลาก่อน เพื่อนรักของฉัน "
ไซธ์กับแบล็คกี้ได้แต่มองจนไอริสหายลับไปจากสายตา
ไซธ์ได้ให้สัญญากับตัวเองว่า นับจากนี้ไปเธอจะใช้พลังของเธอช่วยเหลือผู้ที่มีความทุกข์ในลักษณะนี้ต่อไป เธอไม่รู้สึกน้อยใจหรือเป็นปมด้อยอีกแล้วที่เธอมีพลังนี้
3 ปีผ่านไป
เด็กสาวในชุดดำเดินเข้ามายังโบสถ์แห่งเดิมที่ดูไม่แตกต่างไปจากแต่ก่อนมากนัก ข้างหลังเธอมีสุนัขสีดำที่ตาซ้ายบอดเดินตามมา เด็กสาวคนนั้นถือช่อดอกไอริสสีขาวบริสุทธิ์ช่อใหญ่ที่ถูกด้วยห่อกระดาษแก้วอย่างสวยงาม เธอเดินตรงไปยังสุสานทางด้านหลังโบสถ์ เมื่อถึงที่หน้าหลุมศพของเพื่อนเธอ เธอก็วางช่อดอกไม้นั้นลงบนแผ่นหินหน้าป้ายหลุมศพ
"ไอริส ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเหงาอีกแล้วนะ งานของฉันทำให้ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆมากมาย ทั้งสัตว์ต่างๆและวิญญาณที่มีความทุกข์ งานของฉันก็คือการใช้พลังที่ฉันมีอยู่นี้ช่วยเหลือพวกเขา เป็นงานที่หนักพอควรล่ะนะ แต่ฉันก็มีความสุขกับมัน แถมฉันยังมีผู้ช่วยเก่งๆอย่างแบล็คกี้คอยช่วยงานอีก"
แบล็คกี้พูดขึ้นมาบ้างว่า "ไอริสจะต้องรับรู้ได้อย่างแน่นอน และเธอต้องมีความสุขมากด้วยแน่ๆที่ได้เห็นเพื่อนรักของเธอมีความสุขในชีวิต"
"นั่นสินะ แบล็คกี้" ไซธ์พูดยิ้มๆ "เอาล่ะ ตอนนี้ก็ใกล้จะได้เวลางานแล้ว ฉันไปทำงานต่อก่อนนะ ไอริส ไว้ว่างๆฉันจะแวะมาเยี่ยมเธอใหม่"
แบล็คกี้ที่เดินออกไปยืนรอตรงประตูทางเข้าสุสานอยู่ก่อนแล้วก็เรียกเธอ
"ไปกันเถอะ ไซธ์ เอ้ย! เซนต์"
=======================================