มิลินทปัญหา ไทย-อังฤษ พระไตรปิฏก ไทย-อังกฤษ สวดมนต์แปล ไทย อังกฤษ พระสูตรต่างๆ ไทย-อังกฤษ พุทธประวัติ ไทย-อังกฤษ วิสุทธิมรรค ไทย-อังกฤษ
วัดพระธรรมจักร
watphradhammajak
บ้านหนองกองเสา ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โทร.081-7629912

กลับหน้าแรก
ประวัติความเป็นมาของวัด
ภาพกิจกรรมต่าง ๆ
วันไหว้ครู
เรียนภาษาจากธรรมะ
วันสำคัญต่าง ๆ
ซีดีธรรมะแจกฟรี
หลักการภาวนา
ประสบการภาวนา
ประวัติครูบาอาจารย์ต่างๆ
สถานที่สำคัญในแวดวงผู้ปฏิบัติธรรม
ตำรับยาไทย
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
---
พระไตรปิฏก ๒ ภาษา ไทย-อังกฤษ เพื่อการศึกษาและค้นคว้า
โดย... สมลักษณ์ วันโย เปรียญ ปริญญตรี สังคมศาสตร์ รัฐศาตร์ ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์
อนาปานสติสูตร
ว่าด้วยการเจริญอานาปานสติที่มีผลมาก

พระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๒ พระสูตร และ อรรคกถา มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่มที่ ๓ ภาคที่ ๑

[๒๘๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้:

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ปราสาทของอุบาสิกาวิสาขามิคารมารดา ในพระวิหารบุพพาราม กรุงสาวัตถี พร้อมด้วยพระสาวกผู้เถระมีชื่อเสียงเด่นมาก รูปด้วยกัน เช่น ท่านพระสารีบุตร ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ท่านพระมหากัสสปะ ท่านพระมหากัจจายนะ ท่านพระมหาโกฏฐิตะ ท่านพระมหากัปปินะ ท่านพระมหาจุนทะ ท่านพระเรวตะ ท่านพระอานนท์ และพระสาวกผู้เถระมีชื่อเสียงเด่นอื่นๆ ก็สมัยนั้นแล พระเถระทั้งหลายพากันโอวาทพร่ำสอนพวกภิกษุอยู่ คือ พระเถระ บางพวกโอวาทพร่ำสอนภิกษุ ๑๐ รุปบ้าง บางพวกโอวาทพร่ำสอน ๒๐ รูปบ้าง บางพวกโอวาทพร่ำสอน ๓๐ รูปบ้าง บวงพวกโอวาทพร่ำสอน ๔๐ รูปบ้าง ฝ่ายภิกษุนวกะเหล่านั้น อันภิกษุผู้เถระโอวาทพร่ำสอนอยู่ ย่อมรู้ชัดธรรมวิเศษ อย่างกว้างขวางยิ่งกว่าตนรู้มาก่อน

[๒๘๓] ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเข้ามีภิกษุสงฆ์ห้อมล้อมประทับนั่งกลางแจ้ง ในราตรีจันทร์เพ็ญ วันนั้นเป็นวันอุโปสถ ๑๕ ค่ำ ทังเป็นวันปวารณาด้วย. ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเหลียวดูภิกษุสงฆ์ซึ่งนั่งเงียบอยู่โดยลำดับ จึงตรัสบอกภิกษุทั้งหลายว่า
" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราปรารภในปฏิปทานี้ เรามีจิตยินดีในปฏิปทานี้ เพราะ ฉะนั้นเล ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงปรารภความเพียร เพื่อถึงคุณที่ตนยังไม่ถึง เพื่อบรรลุคุณทีตนยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งคุณทีตนยังไม่ทำให้แจ้งยิ่งกว่าประมาณ เถิด เราจักอยุ่ในกรุงสาวัตถีนี่แล จนถึงวันครบ ๔ เดือนแห่งฤดูฝน เป็นที่บาน แห่งดอกโกมุท"
พวกภิกษุชาวชนบททราบข่าวว่า
" พระผุ้มีพระภาคเจ้าจักรออยู่ในกรุงสาวัตถีนั้น จนถึงครบ ๔ เดือนแห่งฤดูฝน เป็นที่บานแห่งดอกโกมุท"
จึงพากันหลั่งไหลมายังกรุงสาวัตถี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า
ฝ่ายภิกษุผุ้เถระเหล่านั้น ก็พากันโอวาทพร่ำสอนภิกษุนวกะเพิ่มประมาณขึ้น คือ ภิกษุผุ้เถระบางพวกโอวาทพร่ำสอนภิกษุ ๑๐ รุปบ้าง บางพวกโอวาทพร่ำสอน ๒๐ รูปบ้าง บางพวกโอวาทพร่ำสอน ๓๐ รุปบ้าง บางพวกโอวาทพร่ำสอน ๔๐ รูปบ้าง และภิกษุนวกะเหล่านั้น อันภิกษุผู้เถระพร่ำสอนอยู่ ย่อมรู้ชัดธรรมวิเศษ อย่างกว้างขวางยิ่งกว่าที่ตนรู้มาก่อน

[๒๘๔] ก็สมัยนั้นแล พระผุ้มีพระภาคเจ้ามีภิกษุห้อมล้อมประทับนั้งกลางแจ้ง ในราตรีจันทร์เพ็ญ เป็นวันครบ ๔ เดือนแห่งฤดูฝน เป็นทีบานแห่งดอกโกมุท วันนั้นเป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเหลียวดู ภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิ่งเงียบโดยลำดับ จึงตรัสบอกภิกษุทั้งหลายว่า
" ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย บริษัทนี้ไม่คุยกัน บริษัทนี้เงียบเสียงคุย ดำรงอยู่ใน สาระธรรมอันบริสุทธิ์ ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสงฆ๋นี้ บริษัทนี้เป็นเช่น เดียวกันกับบริษัทที่ควรแก่การคำนับ ควรแก่การต้อนรับ ควรแก่ทักษิณาทาน ควรแก่การกระทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลกอย่างหาที่อื่นยิ่งกว่ามิได้ ภิกษุสงฆ์นี้บริษัทนี้เป็นเช่นเดียวกับกับบริษัทที่เขาถวายของน้อย มีผลมาก และถวายของมาก มีผลมากยิ่งขึ้น ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้เป็นเช่นเดียวกันกับ บริษัทอันชาวโลกยากที่จะได้พบเห็น ภิกษุสงฆ์นี้บริษัทนี้เป็นเช่นเดียวกันกับ บริษัทอันสมควร ที่แม้คนผู้เอาเสบียงคล้องบ่าเดินทางไปชม นับเป็นโยชน์ ๆ.

มีพระอรหันตขีณาสพ ในหมู่ภิกษุ
[๒๘๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ผู้เป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จลบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว บรรลุ ประโยชน์ตนแล้วโดยลำดับ สิ้นสัญโยชน์ในภพแล้ว พ้นวิเศษแล้วเพราะรู้ชอบ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีพระอนาคามี ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ผู้เป็นอุปปาติกะ เพราะสิ้นสัญโยชน์ ส่วนเบื้องต่ำทั้ง ๕ จะได้ปรินิพพานในโลกนั้นๆ มีอันไม่กลับมาจากโลกนั้นอีก เป็นธรรมดา แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีพระสกทาคามี ในหมู่ภิกษุ
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ผุ้เป็นพระสกทาคามี เพราะสิ้น สัญโยชน์ ๓ อย่าง และเพราะทำราคะ โทสะ โมหะให้เบาบาง มายังโลกนี้ อีกเป็นธรรมดา ก็จะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุสงฆ์นี้ ก็มีอยู่


มีพระโสดาบัน ในหมู่ภิกษุ
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ผู้เป็นพระโสดาบัน เพราะสิ้น สังโยชน์ ๓ อย่าง มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา แน่นอนที่จะได้ตรัสรู้ในเบื้องหน้า แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญสติปัฏฐาน ๔ ในหมู่ภิกษุ
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียรในอัน เจริญสติปัฏฐาน ๔ อยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่.


มีภิกษุผู้เจริญสัมมัปปธาน ๔ ในหมู่ภิกษุ
[๒๘๖ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญสัมมัปปธาน ๔ อยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่.


มีภิกษุผู้เจริญอิทธิบาท ๔ ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผุ้ประกอบความเพียรในอัน เจริญอิทธิบาท ๔ อยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผุ้เจริญอินทรีย์ ๕ ในหมู่ภิกษุ
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผุ้ประกอบความเพียรในอัน เจริญอินทรีย์ ๕ อยุ่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมูภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผุ้เจริญพละ ๕ ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผุ้ประกอบความเพียรในอัน เจริญพละ ๕ อยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญโพชฌงค์ ๗ ในหมู่ภิกษุ
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญโพชฌงค์ ๗ อยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญมรรค ๘ ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐอยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญเมตตา ในหมู่ภิกษุ
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญเมตตาอยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผุ้เจริญกรุณา ในหมู่ภิกษุ
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญกรุณาอยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญมุทิตา ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป้นผุ้ประกอบความเพียร ในอันเจริญมุทิตาอยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญอุเบกขา ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญอุเบกขาอยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญอสุภสัญญา ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญอสุภสัญญาอยู่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมูภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผุ้เจริญอนิจจสัญญา ในหมู่ภิกษุ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆฺ์นี้ ที่เป็นผู้ประกอบความเพียร ในอันเจริญอนิจจสัญญาอยุ่ แม้ภิกษุเช่นนี้ในหมู่ภิกษุนี้ ก็มีอยู่


มีภิกษุผู้เจริญอานาปานสติ ในหมู่ภิกษุ
[ ๒๘๗ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ย่อมมีภิกษุในภิกษุสงฆ์นี้ ที่เป็นผุ้ประกอบความเพียร ในอันเจริญอานาปานสติอยู่


เจริญอานาปานสติแล้วธรรมทั้ง ๔ จะบริบูรณ์
ดุก่อนภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ ที่ภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติที่เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว จะให้ สติปัฏฐาน ๔ บริบูรณ์ได้ สติปัฏฐาน ๔ ที่เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว จะให้โพชฌงค์ ๗ บริบูรณ์ได้ โพชฌงค์ ๗ ที่เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว จะให้วิชชาและวิมุตติ บริบูรณ์ได้


วิธีเจริญอานาปานสติที่มีผลานิสงส์มาก
previous Web master:tel:081-8307986 Next