วิเคราะห์การทำงานและบทบาทของ สห.ใน กกล.๙๗๒

บทความโดย ร.อ.สมเลิศ ฉันทวานิช

ในหลากหลายปัญหาที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ที่ กกล.๙๗๒ รับผิดชอบนั้นไม่ว่าในอดีตหรือที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหาการขัดแย้งของกลุ่มคนติมอร์ที่นี่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ความสนใจและเข้าไปดูแลแก้ไขใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขบวนการแก้ปัญหาการขัดแย้งในท้องถิ่นที่มีผลต่อคนในพื้นที่ที่นั้นๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลและเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการรักษาสันติภาพที่ประเทศติมอร์การเปลี่ยนแปลงนั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ จะต้องอาศัยเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ กกล.๙๗๒ ใช้นั่นก็คือ การสร้างความเข้าอกเข้าใจกันระหว่าง กกล.๙๗๒ กับประชาชน อย่างต่อเนื่องเพราะ กกล.๙๗๒ กับประชาชนจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเป็นความจำเป็นที่ไม่สามารถจะแยกจากกันไ ด้ ความจำเป็นตรงนี้เองที่ กกล.๙๗๒ จะต้องอาศัยงานมวลชนสัมพันธ์เพื่อให้เกิด " ทัศนคติที่ดีของประชาชนที่มีต่อ กกล.๙๗๒ " ซึ่ง กกล.๙๗๒ ประสบความสำเร็จในงานมวลชนสัมพันธ์ ในขณะที่หน่วยงานข้างเคียงทำงานผิดทิศทางจนไม่ประสบความสำเร็จนักหรือไม่ได้ทำงานมวลชนสัมพันธ์เลย จึงทำให้เกิดปัญหาและความวุ่นวายต่าง ๆ ในเมืองตามมาจนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และหน่วย RRUของ JORDAN ซึ่งที่ไม่ทำงานด้านนี้เลย ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจากสาเหตุเพียงเล็กน้อยจนกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้พวกที่ไม่หวังดีหรือพวกที่แสวงหาผลประโยชน์ทำการก่อเหตุโดยจุดชนวนทำให้ลุกลามจนเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นจนไม่สามารถระงับเหตุได้จนเป็นหน้าที่ของ กกล.๙๗๒ สาเหตุนั่นก็คือหน่วยเขาไม่เน้นมวลชนสัมพันธ์ ดังนั้นขณะที่พวกเขาทำงานย่อมต้องเกิดปัญหาตามมา นี่คือบทเรียนที่ดี ซึ่ง กกล.๙๗๒ เห็นตัวอย่างและข้อผิดพลาดในงานมวลชนสัมพันธ์ จึงทำให้ กกล.๙๗๒ ตระหนักและเน้นงานด้านนี้และในขณะเดียวกันนั้นด้วยความไม่ประมาทของ หัวหน้าฝ่ายเสธ.ของ กกล.๙๗๒ ได้สั่งการณ์ให้ หน่วย สารวัตรทหารใน กกล.๙๗๒ เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานเมื่อประสบเหตุการณ์จริงโดยกำหนดการฝึก ดังต่อไปนี้

1.การฝึกอารักขาบุคคลสำคัญและการนำขบวนเมื่อต้องเผชิญต่อสถานการณ์ปะทะกับประชาชนที่อยู่ในภาวะอารมณ์รุนแรง

2. การทบทวนความรู้ด้านอาวุธศึกษาและทำความสะอาดอาวุธประจำกาย

3. การทบทวนกฎการใช้กำลัง ( ซึ่งอยู่ในหนังสือคู่มือการปฏิบัติเพื่อการรักษาสันติภาพ )

4. ฝึกท่าสัญญาณจราจรและฝึกบุคคลท่ามือเปล่าเพื่อให้เป็นแบบเดียวกัน

5. ในอนาคตจะต้องจัดเจ้าหน้าที่ สารวัตรทหาร ของ กกล.๙๗๒ ไปฝึกอบรมการตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยและรถยนต์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ที่เป็นคนติมอร์ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการประสานจาก หัวหน้าสถานีตำรวจเบาเกา อันผลพวงมาจากการที่หน่วยปฏิบัติอย่างมีแบบแผนและจริงจัง จึงสมควรเป็นต้นแบบเพื่อเป็นวิทยาทานและไปในแนวทางอันเดียวกัน นอกจากการฝึกที่ หัวหน้าฝ่ายเสธ. ได้กำหนดให้นั้นหน่วย สห.ยังได้มีการมวลชนสัมพันธ์กับ หน่วยอื่น ๆ ของ UN โดยแข่งกีฬาฟุตบอลกระชับมิตรระหว่าง หน่วย สห.ไทยกับ หน่วย สห.เกาหลีใต้และหลังจากนั้นได้ร่วมงานเลี้ยงสังสรรด้วย.. และการทำงานที่ลืมไม่ได้นั่นก็คือการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีสุขอนามัยที่ดีขึ้นและมีการปลูกแปลงเกษตรเพื่อนำผลิตผลไปประกอบเลี้ยงตนเองและนำเวลาว่างมาทำให้เกิดประโยชน์นอกจากการเล่นกีฬา จากการปฏิบัติงานหน่วย สห.มีความเชื่อว่าประชาชนอยากเห็น กกล.๙๗๒ หรือกองกำลังอื่น ๆ เป็นมิตรและใกล้ชิดกับประชาชนให้มากกว่านี้ การออกเยี่ยมเยียนและเข้าถึงประชาชน ตลอดจนการแนะนำประชาชนให้รู้ถึงการป้องกันปัญหาขัดแย้งในกลุ่ม ประชาชน ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องการให้ดูแลและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้วยดี จะสังเกตได้ว่ากกล.๙๗๒ ของไทยนั้นไม่เคยมีปัญหากับคนติมอร์ แตกต่างกับกองกำลังอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดสำหรับเราว่าแนวทางของ กกล.๙๗๒ กับแนวทางของต่างชาติหน่วยอื่น ๆ ใครประสบความสำเร็จมากกว่ากันทำไม กกล.๙๗๒ จึงไม่ถูกรังเกียจจากประชาชนคนติมอร์ทำไมจึงสามารถอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดได้ ดังนั้นจึงมีคำถามตามมาว่าการที่เราปฏิบัติกับประชาชนติมอร์ โดย กกล.๙๗๒ ใช้พื้นฐานนิสัยในความเป็นไทย ใช้วัฒนธรรมเแบบไทย ๆ มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความสุภาพอ่อนโยน เอาใจเขามาใส่ใจเรา สร้างความรัก ความศรัทธา และความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้เกิดกับประชาชน ผู้มาสัมผัส อันจะเป็นการลดช่องว่างความห่างเหินที่มีอยู่ให้หมดไป หรือเหลือน้อยที่สุด จึงทำให้เราเข้ากับประชาชนติมอร์อย่างกลมกลืน ทำให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อ กกล.๙๗๒ แต่ จนท.ของ UN บางคนกลับกล่าวหาว่า กกล.๙๗๒ ไม่ทำงานหรือไม่ปฏิบัติตามกฎ ROE กับประชาชนติมอร์ เช่น เมื่อเกิดปัญหาแล้วไม่ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อที่จะระงับสถานการณ์ซึ่งเราใช้การแก้ไขในหลักการแบบของเราทั้ง ๆ ที่ผลสุดท้ายของเหตุการณ์ก็ไม่เสียหายมากนักและไม่มีผู้เสียชีวิตเพราะเราเน้นการรักษาสันติภาพเป็นหลักโดยหลีกเหลี่ยงการใช้กำลังหรือปะทะกับประชาชนติมอร์ให้มากที่สุด ใครจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ว่าถ้าเราปฏิบัติตาม ROE ต่อมวลชนซึ่งมีอารมณ์รุนแรงและบ้าคลั่งว่าสุดท้ายของเหตุการณ์นี้จะปรากฎความสูญเสียอะไรเลยหรือตรงกันข้ามจะเสียชีวิตฝ่ายละกี่คน หน่วยของเราเชื่อว่า ประชาชนอยากเห็น กกล.ทุกชาติเป็นมิตรและใกล้ชิดกับประชาชนให้มากกว่านี้ การออกเยี่ยมเยียนและเข้าถึงประชาชน ตลอดจนการแนะนำประชาชนให้รู้ถึงความสามัคคี ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องการและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้วยดี ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้หรือแย่เกินกว่าที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้เราควรมองตนเองให้เข้าใจนิสัยพื้นฐานของเราแล้วค่อยกำหนดแนวทางเป็นของตนเองและควรต้องกำหนดอย่างชัดเจน ดังข้อความต่อไปนี้ " เข้มแข็งในความเป็นไทยแต่ก้าวไกลในความเป็นสากล "