Chapter 12
Information Systems in Decision Making
จุดประสงค์ของบทเรียน
งานส่วนมากของผู้จัดการคือการตัดสินใจ ผู้บริหารมักจะต้องพิจารณาข้อมูลจำนวนมาก
สังเคราะห์ตามข้อมูลสารสนเทศที่มีได้รับ เพื่อตัดสินใจในทางที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับองค์กร
เมื่อจำนวนของข้อมูลเพิ่มมากขึ้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยใน
กระบวนการนี้
เมื่อจบบทเรียนนี้แล้วสิ่งที่ควรรู้คือ
บทสรุป
การตัดสินใจเป็นงานหลักของผู้บริหาร เมื่อการแก้ปัญหามีทางเลือกมากกว่า
1 ทางเมื่อนั้น
จำเป็นต้องมีการตัดสินใจเกิดขึ้น กระบวนการตัดสินใจประกอบด้วยสามขั้นตอนคือ
การใช้สติปัญญา การออกแบบ และทางเลือก ในขั้นตอนแรกข้อมูลจะถูกเลือกจาก
สารสนเทศที่เกี่ยวข้อง ในขั้นตอนการออกแบบผู้บริหารจะทำการรวบรวมข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ
ที่มีประโยชน์และใช้แบบจำลองในการวิเคราะหฺ์ปัญหาจากนั้นสร้างรูปแบบของการกระทำ
ที่มีศักยภาพ ในลำดับสุดท้ายผู้บริหารต้องกำหนดทางเลือกและตัดสินใจทางเลือกที่เหมาะสม
ปัญหาสามารถจำแนกได้เป็นสองรูปแบบคือปัญหาที่มีโครงสร้างกับปัญหาที่ไม่มีโครงสร้าง
ปัญหาที่มีโครงสร้าง คือปัญหาที่มีขั้นตอนวิธีที่ชัดเจนสำหรับแก้ปัญหานั้น
พารามิเตอร์คือข้อมูลที่ผู้ใช้ตัดสินใจใส่เข้าไประหว่างขั้นตอนวิธีแก้ปัญหานั้น
และตั้งแต่มีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยแก้ปัญหาจึงเรียกปัญหาชนิดนี้ว่า
Programmable Problems
ปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างคือปัญหาที่มีสถานการณ์ที่ซับซ้อนในระหว่างกลางของปัญหา
สองแบบเราพบว่ามีปัญหาชนิดหนึ่งคือ semistructured problems ปัญหาชนิดนี้เป็นปัญหา
ที่ผู้บริหารต้องประสบอยู่เสมอ การที่จะพบทางออกของปัญหาทั้งแบบไม่มีโครงสร้าง
และแบบกึ่งไม่มีโครงสร้าง(semistructure problems)ต้องการทักษะของผู้เชี่ยวชาญ
ระบบที่จะช่วยในการจัดการกับปัญหา 2 รูปแบบนี้คือ Decision - support systems(DSS)
เกือบทั้งหมดของระบบ DSSs มี 3 ส่วนประกอบคือ
Personal DSSs เป็นระบบช่วยผู้ใช้ในการตัดสินใจในงานประจำวัน
Group DSSs(GDSSs) เป็นระบบที่บางครั้งติดตั้งในห้องประชุมพิเศษ ช่วยในงานประชุมระดม
ความคิด
ในบางองค์กรวางระบบ DSSs ในระบบอินทราเน็ตเพื่อให้พนักงานเข้าถึงได้จากหลาย
ๆแผนกงาน
ระบบ GDSSs ในอินทราเน็ตช่วยให้พนักงานร่วมมือกันและตัดสินใจร่วมกันโดยไม่จำเป็นต้องอยู่
ในห้องเดียวกัน
DSSs ช่วยในการวิเคราะห์ที่มีความละเอียดอ่อน ผู้ใช้ระบบสามารถเปลี่ยนข้อมูลในแต่ละส่วน
และดูคำตอบในลักษณะอะไรจะเกิดขึ้นถ้า (What if..Questions)ซึ่งวิธีการแบบนี้เราเรียกว่า
what if analysis
Excutive information systems(EISs) คือรูปแบบพิเศษของ DSS ช่วยลดสารสนเทศที่มากเกินไป
(information overload)ซึ่งจะทำให้ความยุ่งยากในการตัดสินใจลดลง
ระบบ EISs เลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดมาทำการวิเคราะห์และนำเสนอผล
ในลักษณะของอัตราส่วนและแผนภูมิที่ทำให้เข้าใจได้ง่ายเพื่อช่วยให้การตัดสินใจทำได้รวดเร็ว
ผู้บริหารสามารถตามเจาะดู(drill down)ข้อมูลเพื่อหาสาเหตุของปัญหาได้
การพัฒนาระบบ DSS อาจจะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองงบประมาณมากมีทางเลือกที่ผู้ใช้ที่มี
ความชำนาญอาจพัฒนาระบบ DSS ง่ายขึ้นมาจากโปรแกรมจำพวก spread sheet ไว้ใช้
เองได้
เมื่อระบบตัดสินใจเกี่ยวข้องกับสถานที่และเส้นทาง ผู้บริหารสามารถใช้ระบบ
geographic information systems(GISs) ระบบนี้ใช้แผนที่และไอคอนตลอดจน
สีต่าง ๆแทนความหนาแน่นของประชากร, ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ,การเคลื่อนที่
ของกำลังตำรวจสายตรวจ หรืองานอื่น ๆที่เกี่ยวข้องกับสถานที่และเส้นทาง
โดยทั่วไประบบ GIS ใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจว่าจะเปิดสาขาค้าปลีกเพิ่มบริเวณใดเป็นต้น