วันนี้ไม่ค่อยว่างงานสักเท่าไหร่..แต่บังเอิญมีอารมณ์จะเขียน
เลยร่ายซะหน่อย...
..บันทึกวันที่ 21 แต่เป็นเรื่องราวของวันที่ 19
ก็คงไม่แปลกเนอะ..
วันศุกร์ที่
18 ออกจากที่ทำงานก็ตรงไปที่ท่ารถตู้เพื่อจะเดินทางไป จ.ลพบุรี..แหม
ก็งานแต่งเพื่อนสุดที่รักทั้งที..จะไม่ไปก็ดูกระไรอยู่..เลยจำต้องแบกสัมภาระไปด้วย
เพราะเจ้าสาว sms กึ่งบังคับให้ไปค้างด้วย..เลยมีความจำเป็นต้องไป
(ใจจริงอยากไปวันเสาร์ แต่รับปากไว้แล้ว เลยไม่กล้าเสียคำพูด)
ไปถึง
จ.ลพบุรี ประมาณ 3 ทุ่มได้ ระหว่างทางเจ้าบ่าว ก็โทรมาเช็คตลอดว่าถึงได้แล้ว
จะได้ออกมารับ (ประมาณว่า ไม่อยากให้เจ้าสาวออกมารับ เป็นห่วง ก็เลยจะมารับแทน
ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ขัดข้อง) พอจวนจะถึงตุ๊ดตู่ก็โทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว
ก็กะว่าอีกประมาณ 30 นาทีคาดว่าเราจะถึงจุดนัดหมาย...เมื่อเราไปถึงก็โทรหาตัวเจ้าบ่าวทันที
ได้ยินเสียงบอกมาว่า ถึงแล้วเหรอ โทษทีน๊า ยังไม่ได้ออกมาเลย..ให้เรายืนคอยอีก
20 นาที เราเลยเดินไปหาขนมกิน..ยืนคอยประมาณ 25 นาที ก็มีหนุ่มคนหนึง
ตัวใหญ่มาก เดินมากอดแขนเรา แถมจะช่วยเราถือกระเป๋าอีก ตอนแรกก็ตกใจมาก
เพราะไม่คุ้นหน้า..สักพักเราก็ถึงบางอ้อ เพราะเจ้าบ่าว ตัวใหญ่ว่าที่เราเคยเห็นนั่นเอง..(คิดดูดิ
ใหญ่กว่าเิดิมอีก 3 เท่า จะให้เราจำหน้าได้ยังไงล่ะ จริงม๊ะ)
ถึงบ้านก็อาบน้ำ
คุยกับตุ๊กตา นานเหมือนกัน แต่ก็ต้องรีบนอน เพราะนัดแต่งหน้าเจ้าสาวตีสี่
ซึ่งเจ้าบ่าวก็จะมารับประมาณตีสาม..เราเลยต้องนอนเร็วไปด้วย..เช้ามาเราก็ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว
เพื่อไปแต่งหน้า แต่ช่างเค้าจะมาช้า เลยต้องหาอะำไรกินรองท้องกันไปก่อน
เพื่อจะได้ไม่รอนานจนเกินไป ก็ไปกินนมสดกัน (ซึ่งไม่อร่อยเลย..ขอบอก)
ไปถึงร้านเราก็นอนคอย
จนช่างมา (แต่งหน้านี่ใช้เวลานานมาก) เราหลับไปตื่นใหญ่ๆเลยแหละ
(หัวชนกะเจ้าบ่าว ต่างคนต่างหลับ) เอิ๊กๆๆ แต่งตัวเสร็จแล้ว เพื่อนเราสวยมาก
(จนเกือบจำไม่ได้) เจ้าบ่าวก็ดูดี ถ้าเป็นหุ่นแบบเมื่อก่อนคงจะไม่สมน้ำสมเนื้อกัน
วันนี้เลยดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากที่สุด (ในรอบปี)
ตอนเช้า
เลี้ยงพระ โรจน์ ก็มาถึงพอดี ตอนแรกจะไปรับ แต่เห็นว่าไม่ไกลกันมาก
เลยให้นั่งมอเตอร์ไซด์คิวมาเอง..เราดีใจมาก เพราะไม่รู้จักใครเท่าไหร่..กลัวจะไม่ได้เพื่อนคุย...พอโรจน์มาก็ได้เวลากินข้าวเช้าพอดี
อิ่มแล้วก็ ได้เข้าร่วมพิธีรดน้ำสังข์ (เป็นงานแรกนะเนี่ยะที่ได้มีโอกาสไปอวยพรรดน้ำ...ปลื้มมมมมมมมมมมมม)
ถึงคราวแห่ขันหมาก เราเลยแซวเจ้าบ่าวว่า
จะให้เราอยู่ทางไหน หนอยแน่ ทำเป็นกอดคอ บอกว่า ไปอยู่ทางโน้นดีกว่า..แม่เจ้าสาวเลยหัวเราะใหญ่
เราก็เลยบอกว่าจะอยู่ทางนี้..(เฟ้ย! )
...แห่เสร็จก็เอาห่วงมงคลออก
ไ้อ้น้องกับแฟนที่อยู่ชัยนาทก็มาถึง เราก็เลยได้เพื่อนเม้าท์เพิ่มอีก
2 คน...คุยกันไป ถ่ายรูปกันไป สนุกมาก..ก็ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วนี่นา
จะไม่ให้คิดถึงได้ไง..
พอทุกอย่างเสร็จสิ้น รองานเลี้ยงตอนเย็น
(บ่ายกว่าๆ เรา น้อง แฟนน้อง โรจน์ ) ก็ตกลงปลงใจจะไปหาร้านหิน เพราะน้องเค้าอยากจะได้หินไปจัดสวน
เราก็ชอบอยู่แล้ว เลยไปด้วยกัน ไปดู ที่ จ.สระบุรี น้องก็ได้หินมาหนักรถเหมือนกัน
เป็นหินที่ใช้วางในสวนหย่อม และศิลาแลง เอาไว้ทำที่กั้นต้นไม้...จากนั้นก็มาส่งเราที่บ้านงาน
(อากาศร้อนมาก) ขากลับเรารู้สึกปวดหัวมากๆ (ไม่รุ้เป็นอะไร เวลาเจอแดด
หรืออากาศร้อนมากๆ จะปวดหัวแทบแตกทุกที) ...ไปถึงบ้านเราก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เตรียมไปงานเลี้ยง ส่วนเพื่อนเรา(น้องกับแฟน )ก็กลับ เพราะติดอีกงานนึงที่
จ.สิงห์บุรี..
เรากับโรจน์ก็ไปถึงงานเลี้ยงโดยไปกับน้องสาวเจ้าสาว..ถึงงานก็เจอกับพี่เล็ก
แล้วก็แฟนพี่เค้าพร้อมลูกอีกสองคน ในงานนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปเลยแหละ
เพราะโรจน์บอกว่า "แกเชื่อฉัน ถ่ายรูปตอนนี้ รูปที่ออกมาไม่สวยเหมือนตอนกลางวันหรอก
เพราะแสงมันต่างกัน" เราก็เลยไม่ได้ถ่ายรูป กินเสร็จประมาณสองทุ่มก็กลับ
กทม. ....ก่อนถึงบ้านอาการปวดหัวกำเริบ เราเลยแวะหาซื้อยาแก้ปวดหัวกินกลางทาง
แต่อาการยังไม่ค่อยจะดีขึ้น แถมมีอาการคลื่นไส้อีกต่างหาก กว่าจะถึงบ้านก็แทบตายกลางทางเสียแล้ว
แม่เห็นหน้าเราก็ให้กินยา เรากินเสร็จก็มุดไปนอนเลย (ไม่ได้อาบน้ำ
แต่ว่าอาบตอนเย็นก่อนไปงานแล้วคงไม่เป็นไรมั้ง)
เพราะตอนนี้หัวจะระเบิด แล้วก็อ้วกต่างหาก (แม่ตกใจเหมือนกัน ) แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรมาก
เดี๋ยวก็หาย เช้ามาอาการหายเป็นปลิดทิ้ง เลยอาบน้ำ นอนเล่น อ่านหนังสือ
จนเย็นที่เดียว
น่าแปลกนะ
ที่ตอนนี้ ไม่ได้ออนไลน์เลย เมล์ก็แทบจะไม่ได้แช็ค (ถ้าไ่ม่จำเป็น)...ตอนนี้มี
อะไรที่น่าทำอีกมากมายที่ตั้งใจจะทำแต่ยังไม่ได้เริ่มก็มี บางอย่างก็เริ่มไปบ้างแล้ว..บางอย่างก็ได้แต่ว่างแผนไว้(ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เริ่ม)....
เขียนมาตั้งมากมาย...เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า..พรุ่งนี้ค่อยเขียนใหม่...