|
กฎการทำนามเอกพจน์เป็นพหูพจน์ |
|
โดยทั่ว ๆ ไปให้เติม
s
ที่ท้ายคำนาม และกฎเกณฑ์อื่น ๆ คือ |
| |
|
อ่านเพิ่ม |
|
| |
|
|
|
|
1. |
นามที่ลงท้ายด้วย
s, ss, x, sh,
ch
ให้เติม
es |
|
2. |
นามที่ลงท้ายด้วย
o
และหน้า
o
เป็นพยัญชนะ ให้เติม
es |
|
3. |
นามที่ลงท้ายด้วย
y
และหน้า
y
เป็นพยัญชนะ ให้ เปลี่ยน
y เป็น
i
แล้วเติม
es |
|
4. |
นามที่ลงท้ายด้วย
f
หรือ
fe ให้ เปลี่ยน
f หรือ
fe
เป็น v แล้วเติม
es |
|
5. |
คำบางคำทำให้เป็นพหูพจน์โดยการเปลี่ยนแปลงสระภายใน |
|
6. |
คำบางคำทำให้เป็นพหูพจน์โดยการ
เติม
en
หรือ
ne |
|
7. |
นามต่อไปนี้มีรูปเป็นเอกพจน์เสมอ
คือ fish, deer, sheep, swine |
|
|
|
|
8. |
นามต่อไปนี้มีรูปเอกพจน์
แต่ความหมายเป็นพหูพจน์
คือ cattle, poultry,
people |
|
9. |
นามต่อไปนี้มีรูปเป็นพหูพจน์เสมอ
scissors, pincers, bellows,
spectacles, tongs,
draughts, billiards, thanks, trousers, shorts |
|
10. |
นามที่มีรูปเป็นพหูพจน์
แต่ใช้อย่างเอกพจน์ |
|
|
|
|
11. |
คำนามผสม ทำให้เป็นพหูพจน์ได้ โดยการ
เติม
s ที่คำนามหลัก |
| |
Top |
|
|
|
|