Story by Chibitare
 
         ใจกลางกรุง Tokyo ที่ย่านแหล่งธุรกิจนับร้อยนับพันมารวมกัน ตึกสูงระฟ้าเรียงรายแน่นขนัด ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายอันเกิดจากการจราจรและผู้คน
         รถสปอร์ตงามคันหรูขับแล่นปราดเข้าตึกบริษัทแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ลีลาขับปาดซ้ายปาดขวาไปมาจนคนที่พบเห็นอดหวาดเสียวแทนคนขับเสียไม่ได้ อย่างไรก็ตามเจ้าของรถคันงามก็สามารถขับเข้าที่จอดรถได้อย่างปลอดภัย..
         ภายในส่วนLobby ถึงแม้ว่าพนักงานและแขกเหรื่อจะสาละวนวุ่นวายกันอยู่ก็ตาม หากทุกคนต้องหยุดธุระของตนทันที เมื่อร่างสูงปราดเปรียวเดินผ่านสายตาของพวกเขา
         ผมสีม่วงอมแดงดูจะเป็นจุดสนใจมิใช่น้อย ทว่ายังรวมไปถึงเสื้อเชิ้ตหลวมโคร่งสีขาวกับกางเกงหนังรัดรูปสีดำสนิท และใบหน้าคมเรียวที่ถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีดำอันโต.. แต่ดูเหมือนผู้ตกเป็นเป้าสายตาจะไม่ยี่หระกับการถูกจ้องมองเท่าใดนัก ตรงกันข้ามริมฝีปากแดงเรียวสวยจุดประกายยิ้มอย่างพึงพอใจ ขาก้าวเดินไปยังแผนกประชาสัมพันธ์ด้วยความมั่นใจ
         ;"เอ่อ..มีธุระอะไรให้ช่วยไหมคะ?" หญิงสาวที่ประจำอยู่โต๊ะประชาสัมพันธ์กล่าวด้วยเสียงประหม่า ทั้งที่เดิมทีเธอก็มั่นใจในความสวยสะคราญของเธอ หากเมื่อชายผู้นี้ปรากฏต่อหน้า เธอเองก็อดหวั่นใจเสียไม่ได้
         ;"อยากฝากข้อความไปถึงประธานบริษัท sugihara เสียหน่อย" น้ำเสียงออกห้าวเล็กน้อย แต่ผู้ที่ได้ฟังกลับคิดว่ามีเสน่ห์
         ;"คะ…อะไรนะคะ?" หญิงสาวทวนคำ ทว่าคนมาติดต่อธุระกลับยิ้ม
         ;"บอกเขาว่า ผมกำลังจะขึ้นไปพบเขา ณ ห้องของเขาเองที่อยู่ชั้นบนสุดไงละ…" เขาเน้นเสียงพูดช้าๆ
         ;"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าจะเข้าพบโดยพลการเช่นนี้" เธอเอ่ยเสียงละล่ำละลัก รู้สึกฉงนสงสัยว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร พลันความคิดทั้งหลายก็หยุดกึก เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งถอดแว่นดำออกช้าๆ ดวงตาสีน้ำตาลอมทองสะกดหญิงสาวให้นิ่งงัน
         ;"เป็นไปได้สิ…ในเมื่อคนที่จะไปพบเป็นลูกชายของเขาเอง…"
--------------------------------------------------------------
         ;ที่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าที่จัดไว้เป็นส่วนของประธานบริษัทเพียงผู้เดียว ในเวลานี้ผู้เป็นเจ้าของกลับยืนอยู่หน้ากระจกใสอันเป็นจุดที่สามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองได้ดีที่สุด
         ;ดวงตาสีเทาทอดมองทิวทัศน์ออกไปไกลราวกับจะซึมซับภาพเหล่านี้ไว้ในหัวใจ ร่างท้วมใหญ่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง "คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสินะ…Jun"
         ;ชายผู้ถูกเรียกขานจ้องมองแผ่นหลังของชายผมสีออกเทาด้วยนัยน์ตาเยือกเย็น "เมื่อกล้าที่จะพนัน…ก็ต้องกล้าเผชิญความพ่ายแพ้"
         ;"พูดเก่งขึ้นนี่…" ชายสูงวัยกว่ายิ้มนิดๆ "ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรที่ฉันต้องห่วงอีกแล้วล่ะ"

--------------------------------------------------------------
         ;"ว้าย คุณ Sugi คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ" เลขาสาวพยายามยื้อยุดฉุดกระชากคุณหนูของบริษัท แต่ดูเหมือนจะไร้ผล ร่างเพรียวยังคงเดินจ้ำต่อไป
         ;"ยุ่งน่า!…ยัยแก่ แกไม่รู้เรอะว่าฉันเป็นใคร" หนุ่มน้อยผมสีม่วงตวาดลั่น
         ;"แต่คุณท่านสั่งไว้แล้วค่ะ ท่านมีธุระกับคุณ J ห้ามทุกคนเข้าไปเด็ดขาด" เธอพยายามอธิบายทว่าต้องชะงักเมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของ Sugizo ดวงตาดูกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
         ;"หมอนั่น อีกแล้วเรอะ…อย่างนี้ฉันยิ่งยอมไม่ได้ใหญ่" น้ำเสียงที่เคียดแค้นเต็มไปด้วยความชิงชัง ทำให้หญิงสาวอยากจะตบปากตัวเองซักหมื่นครั้งที่ดันหลุดปากชื่อต้องห้ามนี้ให้เข้าหูคุณหนูใหญ่ของตระกูลไปได้
         ;"เกะกะจริง…ถอยไป" เขาผลักอีกฝ่ายกระเด็นไปอย่างไม่แยแส ในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อหนุ่มร่างสูงผมทองที่มีถูกเรียกว่า J อย่างเหลือทน
         ;บานประตูเปิดผางออกพร้อมการปรากฏตัวของคุณหนูผู้งามสง่า "พ่อ!!" เตรียมตั้งท่าจะโวยวาย แต่เขาก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า คำพูดที่จะเอ่ยเมื่อครู่ถูกกลืนหายไปในพริบตาเดียว
         ;"เปรี้ยง!!!" เสียงปืนดังกึกก้องกลบทุกสรรพเสียงไปสิ้น ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้างเมื่อเห็นเลือดไหลกระเซ็นออกมาจากร่างตรงหน้าซึ่งไม่ใช่บุคคลอื่นใดเลย
         ;"พ่อ…พ่อ…" ริมฝีปากสั่นระริก พูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นภาพการตายของชายผู้ให้กำเนิดต่อหน้าต่อตา ชายผู้สูงวัยทรุดฮวบไปแน่นิ่ง มือข้างขวายังคงกำอาวุธที่ปลิดชีพตัวเขาไว้แน่น
         ;ภาพตรงหน้าดูพร่าเลือนไปหมดในสายตาของ Sugizo เมื่อม่านน้ำตาได้กางกั้นเอาไว้ เด็กหนุ่มปาดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะตรงเข้าไปประคองร่างตรงหน้า
         ;"พ่อทำใจดีๆไว้" เขากอดอีกฝ่ายไว้ หัวใจวูบไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของร่างในอ้อมแขน
         ;"สายไปแล้ว…ท่านเสียชีวิตแล้วหละ" น้ำเสียงสงบนิ่งที่ดังจากเบื้องหลังทำให้ร่างเพรียวเหลียวขวับทันที
         ;"แก…แกอยู่ที่นี่…" ใบหน้าสวยดูบิดเบี้ยวไปด้วยความชิงชังที่บัดนี้ดูทวีคูณยิ่งกว่าเดิม
         ;ดูเหมือน J จะไม่สนใจกับอีกฝ่าย เขาคุกเข่าลงตรงหน้าศพ จ้องมองสลับกับเด็กหนุ่มซึ่งมือทั้ง 2 ถูกย้อมไปด้วยเลือด ด้วยสายตาที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้.. แม้แต่เด็กหนุ่มตรงหน้า
         ;"ทำไม…ทำไมแกไม่ช่วยพ่อของฉัน" sugizo กระชากคอเสื้ออีกฝ่าย "ทำไมไม่ห้ามเขา..นายบีบบังคับเขาใช่มั้ย"
         ;"นายก็รู้..เมื่อท่านตัดสินใจอะไรแล้วไม่มีใครห้ามท่านได้หรอก" J ปัดมืออีกฝ่ายออก "นั่นแหละ คือพ่อของนาย…Sugizo" มือเอื้อมไปหมายจะปิดดวงตาให้แก่ชายผู้มีพระคุณของเขาได้นอนตายตาหลับ
         ;"อย่าแตะต้องนะ.." Sugizo เอาตัวบังร่างที่เย็นเฉียบ โอบกระชับร่างในอ้อมแขนแน่น ไม่สนใจว่าเสื้อตัวสวยของเขาจะเปรอะเปื้อน โลกทั้งโลกดูพังทลายลง ณ เวลานี้
         ;"Sugizo.. หักห้ามใจเสียบ้างเถอะ"
         ;"ไม่!! นายไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อฉัน" ทำนบน้ำตาพังทลายลง ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดอีกต่อไป เมื่อรู้ดีว่า เขาได้สูญเสียสิ่งสำคัญไปอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะตะโกนออกไปไกลสักเท่าใด จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาก็ไม่อาจเรียกสิ่งเหล่านั้นกลับคืนมาได้อีกต่อไป…
--------------------------------------------------------------------
         ;มนุษย์เราจะรู้ว่าสิ่งใดมีความสำคัญต่อเราขนาดไหน ก็ต่อเมื่อยามที่เราสูญเสียสิ่งนั้นไป ทว่าเวลานี้เราไม่สามารถประเมินค่าความสูญเสียนั้นได้ ในเวลานี้เขารู้แต่เพียงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างดูว่างเปล่า และไร้ซึ่งความหมายต่อเขาเหลือเกิน
         ;ภายในวัยเด็กของเขาดูลางเลือนเหลือเกิน หากจะเอ่ยถึงคำว่า "พ่อ" ในความทรงจำที่เหลืออยู่ พ่อในความคิดของเขามักมีแต่ใบหน้าเคร่งขรึมเสมอ แม้แต่วันหยุด..หลายต่อหลายครั้งที่เขามักจะแอบดูผ่านช่องประตูห้องทำงาน ภาพเดียวที่เขาจำได้ติดตานั่นคือ แผ่นหลังของพ่อที่กำลังนั่งทำงานหันหลังให้กับเขาไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ
         ;เสียงหัวเราะดังแว่วมาแต่ไกล ใช่เขาจำเสียงนั้นได้ มันเป็นเสียงหัวเราะของเด็กชายข้างบ้านนั่นเอง เด็กคนนั้นหัวเราะขณะที่ปาลูกบอลเล่นกับพ่อของตน และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาซึ่งอายุ 5 ขวบรู้สึกเจ็บหัวใจเหลือเกิน
         ;เขาเริ่มเหินห่างกับพ่อของเขาตั้งแต่เมื่อไรนะ? เขาไม่เคยยิ้มให้กับพ่อของเขาอีกเลย นับแต่วันที่แม่ผู้เป็นที่รักจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยสาเหตุจากมะเร็งเนื้อร้าย..เธอจากไปอย่างสงบมิอาจได้เห็นสามีผู้เป็นที่รักจวบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตมาถึง
         ;ดวงตาของเขาดูกร้าวขึ้นตั้งแต่เมื่อไรนะ? กี่ปีแล้วที่เขาต้องฉลองวันเกิดอยู่เพียงลำพัง ใช่แล้ว..สายสัมพันธ์ของเขาและพ่อดูบางเบาลงทุกที จนกระทั่งไอ้หมอนั่นก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา.. พริบตานั้นเองที่ดูเหมือนเขาและพ่อจะตัดขาดโดยสิ้นเชิงจนเมื่อ..
--------------------------------------------------------------
         ;ภาพของบิดาที่ท่วมเลือด ทำให้ Sugizo กรีดร้องออกมา เขาสะดุ้งพรวดลุกจากเตียงทันที
         ;"แฮ่ก…แฮ่ก ฝันอีกแล้วเหรอ" sugizo หอบหายใจ ใบหน้าพราวไปด้วยเหงื่อแม้ในห้องจะติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำก็ตาม
         ;ร่างที่เปลือยเปล่า คว้าเสื้อคลุมมาใส่หลวมๆลุกจากเตียงอย่างอ่อนล้า ผ้าม่านบางเบาถูกแหวกออก พระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นเส้นขอบฟ้า สาดแสงสว่างจนท้องฟ้าดูเหลืองอร่ามไปทั่ว ดูเหมือนวันนี้เขาจะตื่นเร็วกว่าที่เคย
         ;2 อาทิตย์แล้วสินะ หลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาเขา กินเวลาพอควรทีเดียวกว่าที่เขาจะเรียกสติของตนเองกลับมาได้ ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปบ้างแต่ในที่สุดพิธีศพของพ่อก็ผ่านไปได้ด้วยดี
         ;ตำรวจลงความเห็นว่า คุณพ่อฆ่าตัวตาย หนุ่มน้อยกัดริมฝีปากแน่น หลักฐานและพยานแวดล้อม และเหนือสิ่งอื่นใด คำให้การของเขา ทำให้ตำรวจสรุปคดีได้อย่างไม่ยากเย็นเลย
         ;"อุ้ย! คุณหนู Yuu ตื่นแล้วหรอคะ" เสียงอุทานของแม่บ้านเรียกเขากลับสู่ความเป็นจริง
         ;"แปลกมากหรอครับคุณป้าที่ผมจะตื่นเช้า" เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้อยคนนักที่คนอย่าง Sugizo จะยอมพูดจาดีๆด้วย ซึ่งคุณป้าผู้เป็นคนดูแลคฤหาสน์แห่งนี้ และเป็นพี่เลี้ยงของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น
         ;"แหม..ก็ปกติกว่าคุณหนูจะตื่นก็ตะวันส่องก้นทุกที จะไม่ให้อิฉันตกใจได้ยังไง"
         ;"ฮะๆ จริงด้วย แต่ป้าเข้ามาห้องผมมีอะไรงั้นหรอ"
         ;"คุณหนู Jun มาเยี่ยมเจ้าค่ะ"
         ;ใบหน้ายิ้มแย้มหุบสนิททันที "มาทำไมวะ…" เขาบ่นอุบอิบ "ป้าบอกเขาไป.. ผมยังไม่ตื่น ส่งแขกเลย"
         ;"เฮ้ การบังคับให้ผู้อื่นโกหก มันไม่ดีนะ Sugizo" เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคย ทำเอาคนถูกเรียกชะงักทันที
         ;"เฮ้ย! ขึ้นมาห้องคนอื่นได้งัย เสียมารยาท" โวยวายลั่นเมื่อชายหนุ่มผมทองที่เกลียดขี้หน้าจับจิตจู่ๆก็มายืนหัวโด่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว
         ;"เหรอ~ แต่ฉันว่ามาโกหกกันแบบนี้เสียมารยาทมากกว่านะ ดูท่าทางก็ตาสว่างดีแล้วนี่… ไม่เห็นเหมือนคนพึ่งตื่นเลย"
         ;ใบหน้าเรียวแดงขึ้นทั้งโกรธทั้งเขินที่โดนย้อน "แขกบ้าแขกบอสิ มาซะตั้งแต่ตีห้า ไม่รู้จักเกรงใจชาวบ้าน"
         ;ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทมองคนตรงหน้าที่มีเพียงเสื้อคลุมบางคลุมกายชิ้นเดียวตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มจางๆสร้างความรู้สึกร้อนวูบในกายเด็กหนุ่ม "มองทำไมวะ…ชั้นต่ำจริงๆ"
         ;คำพูดของ Sugizo ทำให้หน้าชายหนุ่มเปลี่ยนสีทันที แต่ก็พยายามข่มอารมณ์เอาไว้ "รู้ไว้ซะด้วย ที่ฉันมาแต่เช้า ก็เพราะฉันยังต้องไปทำงานที่บริษัทต่อตอน 8 โมง… และฉันก็ไม่อยากเสียเวลาโดดงานมารอคุณชายตื่นบรรทมหรอกนะ"
         ;คิ้วเรียวกระตุกเล็กน้อย ริมฝีปากขมุบขมิบอยากด่าเต็มที่ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเปิดช่องให้เขา "อย่างไรเสีย คนชั้นต่ำที่ทำงานย่อมดีกว่าพวกชั้นสูงที่งอมืองอตีนอยู่น่ะนะ"
         ;ถึงตรงนี้ Sugizo พูดแทรกทันทีพร้อมกับชี้หน้าอีกฝ่าย "นายด่าฉันนี่หว่า…" โวยวายลั่น ไม่เกรงใจแม่บ้านที่วิตกต่อการโต้เถียงครั้งนี้
         ;"ฉันยังไม่ได้เอ่ยชื่อนายซักหน่อย" J ลอยหน้าลอยตาตอบก่อนปรายตามองอย่างเหยียดๆ "แต่ดูเหมือนก็มีสำนึกอยู่บ้างนี่"
         ;ร่างเพรียวในชุดคลุมบางสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธที่แล่นริ้วไปทุกขณะ คำพูดแต่ละคำทำเขาแทบกระอักเจียนตายด้วยความแค้น "ปากกล้าเหลือเกินนะ ทั้งที่นายก็เป็นแค่ลูกจ้างแท้ๆ"
         ;ดวงตาสีน้ำตาลแก่หรี่ลงเล็กน้อย "ใช่..ฉันมันแค่ลูกจ้าง… รู้ตัวมานานแล้วด้วย"
--------------------------------------------------------------
         ;เขายังจำวันแรกที่เจ้าหมอนั่นก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาได้อย่างติดตา ในเมื่อมันเป็นวันครบรอบวันตายของคุณแม่สู่ปีที่ 5 แล้วนี่นา
         ;เด็กหนุ่มอดรู้สึกฉงนใจเสียไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงบิดาเขาดังอยู่ชั้นล่าง เขาแอบย่องลงมาชะเง้อมองจากราวระเบียงลงมายังห้องโถงชั้นล่าง กี่เดือนแล้วนะที่คุณพ่อไม่ได้กลับเข้าบ้าน มันนานและบ่อยเสียจนเขาเลิกที่จะใส่ใจมันแล้ว แต่สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่ากลับเป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่าผมสีทองนั่นต่างหาก
         ;"ใครหนะ…ไม่เห็นรู้จักเลย" Sugizo พูดกับตัวเอง พอจะรู้ว่าอย่างน้อยคนๆนี้ต้องเป็นแขกคนสำคัญแน่ๆ เพราะพ่อของเขาไม่เคยเชิญใครเข้าบ้านเลย
         ;"ในโลกนี้คนเราแบ่งเป็น 2 ประเภท คือคนที่ไว้ใจได้กับไม่ได้"พ่อของเขาพูดให้เขาฟังเมื่อนานมาแล้ว และด้วยเหตุนี้เองที่คฤหาสน์หลังโตอันเป็นที่พำนักของเขาจึงเงียบเหงาเช่นนี้
         ;ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ เด็กหนุ่มก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อร่างสูงที่เขาจ้องมอง เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาอย่างจัง Sugizo รีบหลบสายตาทันที
         ;J หัวเราะในลำคอเบาๆ ที่เห็นปฏิกิริยาของคนข้างบน และนั่นเองที่ทำให้ชายสูงวัยอีกคนสังเกตบุตรชายของตนเสียที "อ้าว Sugi ลูกอยู่ตรงนั้นเองหรอ"
         ;ริมฝีปากมเม้มสนิทไม่พูดอะไรสักคำ สายตาเย็นชาที่มีให้ทำให้อีกฝ่ายส่ายหน้าน้อยๆ "ลงมาข้างล่างหน่อย พ่อมีธุระเรื่องของลูกหนะแหละ"
         ;รู้สึกขัดใจไม่น้อยแต่ Sugizo ก็จำใจเดินลงมาแต่โดยดี "ธุระอะไรฮะคุณพ่อ ผมกำลังอ่านหนังสือยุ่งๆอยู่"
         ;พูดถึงตรงนี้ ดวงตาคมประกายก็เหลือบเห็นหนุ่มผมทองแอบกลั้นยิ้มไว้ เด็กหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย "คนๆนี้ ใครหรือครับ?"
         ;"อ้อ..จริงสินะ…พ่อขอแนะนำ" ผายมือไปทางชายหนุ่มที่แต่งชุดสีดำสนิททั้งตัว "Onose Jun เขาจะมาเป็นเลขาใหม่ของพ่อหนะ"
         ;ดวงตาเรียวเบิกกว้างตกตะลึง "หน้าอ่อนอย่างนี้เนี่ยนะ!"
         ;"ขอโทษนะครับ…." J กระแอมขึ้นมาเล็กน้อย "คนเราดูที่ฝีมือไม่ใช่หน้าตานะครับคุณหนู"
         ;"ฉันรู้น่า!" Sugizo แหวใส่กอดอกเมินหน้าหนี "ก็แค่คิดว่าน่าจะหาคนที่มีวัยวุฒิมากกว่านี้หน่อยนี่หว่า"
         ;อายุ 23 ปี จบปริญญาโทจากเมืองนอกก็เก่งแล้วนะลูก" ฝ่ายพ่อพยายามปรามเด็กหนุ่มไม่ให้พูดจาลามปามไปมากกว่านี้
         ;Sugizo ไม่พูดอะไรซักคำ จนในที่สุดบิดาบังเกิดเกล้าต้องเป็นฝ่ายก้มหัวขอโทษเสียเอง "ต้องขอโทษจริงๆนะ Jun คุง เขาพึ่งจะ 17 เอง วัยรุ่นก็อย่างนี้แหละ"
         ;"ไม่เป็นไรครับ… ผมเข้าใจ" หนุ่มอ่อนวัยกว่ารีบโบกมือห้ามไม่ให้อีกฝ่ายก้มหัวให้เขา แต่ยังไม่ทันไรก็มีเสียงโวยวายแทรกขึ้นทันที
         ;"คุณพ่อ!! ไปก้มหัวให้เขาทำไม เสียศักดิ์ศรีน่า" ไม่พูดเปล่ายังจ้องชายหนุ่มผมทองตาขวางอีกต่างหาก ท่าทางดื้อรั้นและหยิ่งเช่นนี้ ทำให้ J เกือบหัวเราะออกมา แต่ก็ต้องแสร้งวางตัวต่อไป
         ;"เอาเถอะ.. ผมว่าเรามาเข้าธุระอีกเรื่องดีกว่า เรื่องที่คุณอยากให้ผมมาสอนพิเศษคุณหนูนี้จะเริ่มเมื่อไหร่"
         ;"ว่าอะไรนะ~~" ร่างเพรียวอ้าปากค้าง "จะบ้าหรอ…ทำไมฉันต้องให้ครูสั่วๆอย่างแกมาสอนด้วยฟะ"
         ;" Sugi!! ลูกเสียมารยาทมากไปแล้วนะ" เสียงตวาดและใบหน้าโกรธขึง ทำให้ Sugizo เงียบเสียงลง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย หากใบหน้าไม่ได้ฉายแววสำนึกผิดแม้แต่นิดเดียว
         ;ทุกๆการกระทำอยู่ในสายตาของร่างสูงสง่าทั้งหมด J ระบายยิ้มน้อยๆ "ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ถือสาอยู่แล้ว" เขาก้าวเดินมาหยุดยืนหน้าร่างเล็กกว่า ก่อนจะยื่นมือให้
         ;"เรียกฉันว่า J ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก"
         ;เหมือนดวงตาจะสีเข้มขึ้นจนเป็นสีทอง ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้ม "Sugihara Yuu ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"
         ;"จะพูดธุระก็พูดมาเถอะน่า รำลึกความหลังให้น่ารำคาญทำไม" Sugizo พูดตัดบท เหมือนกับว่าเขาไม่อยากจะจำเหตุการณ์เก่าๆเหล่านั้น เขาส่งสายตาไปยังคุณแม่บ้าน "ป้าช่วยออกไปก่อนละกัน เผื่อหมอนี่มันอยากคุยเรื่องส่วนตัวแล้วก็…"
         ;ขณะที่เด็กหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์สั่งงานอยู่ ผู้เป็นแขกกลับจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา ดูเหมือนว่าเวลาเพียง 3 ปี Sugizo ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผมสีน้ำตาลอ่อนสลวย บัดนี้ถูกย้อมเป็นสีม่วงแดง รูปร่างบอบบางได้เติบโตขึ้นตามวัยถึงจะตัวเล็กกว่าเขาอยู่ก็ตามที ใบหน้าจากเดิมที่เคยมีเสน่ห์ดึงดูดก็ดูเหมือนจะยิ่งหน้ามองชวนชมยิ่งกว่าเดิม จะมีก็เพียงแต่ นิสัยดื้อรั้น เท่านั้นเองที่ไม่เคยเลือนหายไปกับกาลเวลา
         ;"ไม่อยากให้พูดเรื่องเก่า เพราะแสลงใจงั้นหรือ?" J พูดเสียงเนิบๆ แต่ก็มากพอที่จะให้ไหลอีกฝ่ายวูบไหลเล็กน้อย
         ;"เสียเวลาเปล่าๆ ว่าธุระมาเถอะ" ไม่โต้ตอบอะไร แต่กลับยิ่งเป็นการท้าทายอีกฝ่าย
         ;"ยังเหลือเวลานิดหน่อย… นายไม่อยากรื้อฟื้นความหลังอีกสักหน่อยหรือไง" ฝ่ามือหยาบกร้านเนื่องจากทำงานมานักต่อนัก คว้ามืออีกฝ่ายไว้
         ;"เฮ้ย! อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ" พยายามบิดข้อมืออีกฝ่ายให้พ้นตัว ดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววขุ่นเคือง "เหม็นสาบคนชั้นต่ำ…"
         ;"ปากกล้าดีนี่.. ทั้งที่เมื่อก่อนใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน" เขาหัวเราะในลำคอ ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตั้งตัว ร่างสูงกว่าก็โน้มตัวแนบริมฝีปากกับอีกฝ่ายทันที
         ;คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความตกตะลึงกับการจู่โจมที่ไม่คาดฝัน มือทั้ง 2 พยายามผลักไสอีกฝ่ายออกห่าง ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ตรงกับข้ามปลายลิ้นอุ่นชื้นกลับแทรกผ่านเข้าไปสัมผัสภายในอย่างอุกอาจ
         ;พลันการกระทำทั้งกลายก็จบสิ้นลงอย่างรวดเร็ว หนุ่มผมทองชะงักไปเล็กน้อยก่อนถอนริมฝีปากออก โลหิตสีแดงไหลรินออกจากริมฝีปากได้รูป "ไม่เลวนี่.." ยิ้มเล็กน้อยก่อนใช้มือปาดลวกๆ สบสายตาเข้ากับใบหน้ามึนตึงตรงหน้า
         ;"เอาเถอะ.. ถ้านายหงุดหงิดขนาดนี้ละก็ ฉันจะเริ่มเข้าเรื่องแล้วก็ได้"
         ;เขาลงไปนั่งที่โต๊ะบริเวณส่วนรับแขก ก่อนจะเปิดแฟ้มที่วางอยู่ตรงหน้า เอกสารหลายฉบับถูกนำมาวางอย่างช้าๆ ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่รีบร้อนมากนัก
         ;Sugizo ยืนลังเลเล็กน้อย ถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากจะข้องแวะกับเจ้าหมอนี่เลยซักนิด ฮึ่ม ทนอีกเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ อีกไม่นานเขาก็จะเขี่ยมันให้กระเด็นไปพ้นๆทางเขาเสียที.. คิดได้อย่างนี้อารมณ์เดือดพล่านเมื่อครู่ก็ค่อยๆสงบลง ยอมนั่งลงตรงข้ามอีกฝ่ายแต่โดยดี
         ;"สุดท้ายนี้ เป็นหมายกำหนดการเปิดพินัยกรรม" J ยื่นให้กับร่างเพรียวที่กำลังนั่งไขว่ห้างเชิดหน้าใส่อย่างไม่ยี่หระ
         ;ชายเจ้าของผมสีม่วงรับกระดาษแผ่นนั้นมาดูผ่านๆตา "ความจริงก็ไม่จำเป็นต้องไปรับฟังนี่นา ในเมื่อรู้ๆกันอยู่แล้ว" ยักไหล่เล็กน้อย สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเช่นทุกครั้ง "ยังไงทายาทที่จะรับทรัพย์สินหมื่นล้านของตระกูล ก็มีแต่ฉันเท่านั้น"
         ;"งั้นหรอ?" คู่สนทนาขึ้นเสียงสูง ดวงตาสีน้ำตาลแก่หรี่ลง ราวกับจะเป็นการเยาะเย้ยกวนโมโหเด็กหนุ่ม
         ;"ของตายละ… คุณพ่อไม่ได้มีญาติที่ไหนอีกแล้วนี่ แล้วเขาก็คงไม่บ้าพอที่จะยกให้กับใครที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเสียหน่อย.."
         ;"ก็คงจะเป็นอย่างที่นายว่าละมั้ง เอาเหอะอยากคิดอย่างนั้นก็ตามใจ" J ลุกขึ้นคว้าแฟ้มเตรียมออกจากห้อง Sugizo ยิ้มกว่าเมื่ออีกฝ่ายไปซะที
         ;"อ้อ! มีข้อความบางอย่างจะฝากนาย" เสียงทุ้มดังก่อนที่บานประตูจะปิดลง แม้จะแผ่วเบาแต่ก็มากพอทำให้เจ้าของห้องสะอึกขึ้นมาได้
         ;"บางสิ่งก็ไม่เป็นอย่างที่นายเห็นหรอก…"
--------------------------------------------------------------
 
 
Going on Part 2