แหล่งโบราณคดีโนนเมือง
เป็นบริเวณที่เคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ตั้งอยู่ที่บ้านนาโพธิ์ ห่างจากขอนแก่นประมาณ 80 กิโลเมตรก่อนถึงตัวอำเภอชุมแพเล็กน้อย มีทางแยกซ้ายไปอีก 5 กิโลเมตร ลักษณะเป็นเนินดินรูปไข่ มีพื้นที่ประมาณ 170 ไร่ มีคูเมือง 2 ชั้น พบใบเสมาหินทรายศิลปะทวารวดี และเศษภาชนะดินเผาทั้งชนิดเขียนสีแดง ชนิดลายขูดขีดและลายเชือกทาบ นอกจากนี้ยังค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ ที่สันนิษฐานได้ว่าเป็นศพที่ฝังตามประเพณีโบราณ โดยฝังเครื่องมือเครื่องใช้ลงไปด้วยวนอุทยานถ้ำผาพวง
อยู่ในเขตบ้านดงลาน ตำบลผานกเค้า ห่างจากตัวเมืองตามเส้นทางสายขอนแก่น-ชุมแพไปประมาณ 123 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 12 และ 201 มีทางแยกขวามือเข้าสู่อุทยานถ้ำผาพวงอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถ้ำผาพวง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 3,125 ไร่ มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก ด้านในมีปล่องใหญ่ หากเดินลึกเข้าไป มีทางวกลงสู่ที่ต่ำแล้วมาบรรจบที่กลางถ้ำได้อีกอุทยานแห่งชาติภูเวียง มีพื้นที่ 325 ตารางกิโลเมตร ลักษณะคล้ายปล่องไฟ พื้นที่ตอนกลาง เป็นที่ราบล้อมรอบด้วยภูเขา ประกอบด้วยป่าเต็งรังในบริเวณที่ราบ และป่าดิบแล้งบนที่สูง การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 12 สายขอนแก่น-ชุมแพ ระยะทาง 48 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางสาย 2038 ไปอีก 38 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานฯ ภูเวียงเป็นแหล่งขุดพบกระดูกไดโนเสาร์เป็นแห่งแรกของไทย พบโดยนักธรณีวิทยาที่สำรวจแหล่งแร่ยูเรเนียม และต่อมาได้มีการค้นพบอีกหลายจุด มีทั้งไดโนเสาร์ชนิดกินพืช และชนิดกินเนื้อขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ที่บริเวณลานหินลาดป่าชาด เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์หลายชนิด รวมทั้งพวกไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก จำนวนกว่า 50 รอย อยู่ในชั้นหิน มีอายุราว 140 ล้านปีมาแล้ว อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน มีพื้นที่ประมาณ 350 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอชุมแพ ภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น และ อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย แหล่งท่องเที่ยวของอุทยานฯ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยวบริเวณด้านใต้ ของอุทยานฯ หรือบริเวณอำเภอภูผาม่าน ได้แก่ ถ้ำค้างคาว ถ้ำพระ ถ้ำภูตาหลอ น้ำตกตาดใหญ่ และน้ำตกตาดฟ้า ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งอยู่บริเวณด้านเหนือของอุทยานฯ ที่ติดกับอำเภอภูกระดึง ได้แก่ ถ้ำพญานาคราช ถ้ำลายแทง และน้ำตกตาดร้อง การเดินทางใช้เส้นทางสายขอนแก่น-ชุมแพ-วังสะพุง ประมาณ 100 กิโลเมตร มีทางแยกไปอำเภอภูผาม่านอีก 12 กิโลเมตร ส่วนที่ทำการอุทยาน ตั้งอยู่ที่บริเวณผานกเค้า ซึ่งอยู่เลยทางเข้าอำเภอภูผาม่านไปอีก ตามเส้นทาง 201 ผานกเค้า เป็นภูเขาสูงตั้งอยู่ตระหง่านอยู่ริมลำน้ำพอง อยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 125 กิโลเมตร ตามทางหลวง หมายเลข 2 และ 201 สายขอนแก่น-วังสะพุง มองเห็นเป็นรูปนกชัดเจนเมื่อเดินเข้าไปในศูนย์เพาะชำกล้วยไม้ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากถนน เป็นส่วนหัวหงอน จงอยปาก ส่วนที่คล้ายหัวมีรอยหินกระเทาะเป็นสีส้มเป็นตำแหน่งของดวงตา ต่ำลงเป็นแนวปีกทั้งสองข้างที่กางออก หมู่บ้านเต่า อยู่ที่บ้านกอก ห่างจากตัวอำเภอไปตามทางหลวงหมายเลข 2062 สายมัญจาคีรี-พระยืน ประมาณ 2 กิโลเมตร ปากทางเข้าหมู่บ้านเป็นรูปร่างเต่าจำลอง 2 ตัว บริเวณหมู่บ้านเป็นที่อาศัยของเต่าบกชนิดหนึ่ง เรียกว่า เต่าเพ็ก มีกระดองสีเหลืองแก่ปนน้ำตาล มักอาศัยในบริเวณที่ชื้นและเย็น ออกหาอาหารในเวลาเช้าและกลางคืน ชาวบ้านเชื่อว่าเต่าเพ็ก เป็นบริวารของเจ้าคุณปู่ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ จึงไม่มีผู้ใดทำร้ายเต่าในหมู่บ้านนี้ วัดอุดมคงคาคีรีเขต อยู่ที่ตำบลบ้านดอนแก่นเฒ่า ตำบลนางาม จากตัวอำเภอใช้ทางหลวงหมายเลข 229 สายมัญจาคีรี-แก้งคร้อ 12 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปอีก 11 กิโลเมตร เป็นวัดป่าซึ่งหลวงปู่ผาง พระเกจิอาจารย์ที่มีผู้เคารพนับถือมากรูปหนึ่ง ได้สร้างไว้ และจำพรรษาอยู่จนกระทั่งมรณภาพ ปัจจุบันมีอนุสรณ์สถานบรรจุอัฐิ และรูปเหมือนของท่านไว้ให้ผู้ศรัทธาได้เคารพบูชา ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท ชาวอำเภอชนบทส่วนใหญ่มีอาชีพทอผ้าไหมมัดหมี่เป็นอุตสาหกรรมหลัก นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อผ้าไหมมัดหมี่ที่ สวยงาม มีคุณภาพได้ในตัวอำเภอ และชมนิทรรศการเกี่ยวกับการผลิตผ้าไหม การจัดแสดงลวดลายผ้ามัดหมี่ ผ้าโบราณ ได้ที่ ศาลาไหมไทย ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาและอนุรักษ์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สายขอนแก่น-นครราชสีมา 54 กิโลเมตร ถึงอำเภอบ้านไผ่ แล้วแยกขวาไปอีก 10 กิโลเมตร ปราสาทเปือยน้อย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 79 กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่ที่สุดในแถบภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย ปราสาทก่อด้วยอิฐสามหลัง บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แต่ละปรางค์มีทับหลังหินทราย จำหลักลวดลาย ด้านข้างองค์ปรางค์มีบรรณาลัย หรือวิหารอีกหลังหนึ่ง ซึ่งมีทับหลังที่มีลวดลายคมชัดสวยงาม ทั้งหมดมีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ และสระน้ำอยู่นอกกำแพง การเดินทางจากขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ทางไปบ้านไผ่ เป็นระยะทาง 44 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 23 ทางไปบรบืออีก 11 กิโลเมตร แล้วแยกขวาไปกู่เปือยน้อยอีก 24 กิโลเมตร