
พระวิหาร วัดเทพธิดาราม
วัดเทพธิดาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิด
วรวิหาร ตั้งอยู่ถนนมหาไชย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้าง
พระราชทานพระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เดิมชื่อ
วัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง
การก่อสร้างวัดเทพธิดารามนี้ แปลกกว่าวัดราชนัดดา-
ราม แม้ว่าจะอยู่ใกล้เคียงกัน และสร้างในสมัยเดียวกัน คือ
สร้างพระอุโบสถใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง หันหน้าออกสู่ลำคลอง
ประจัญหน้ากับสระเกศ มีพระวิหารสองหลังขนาบข้างโดย
หันหน้าพระวิหารทั้ง 2 หลัง ออกสู่ลำคลองในแนวเดียวกัน
เป็นทำนองแถวหน้ากระดาน ผิดกับแปลนวัดราชนัดดาราม
ซึ่งตั้งอุโบสถตั้งขนานกับลำคลอง แต่พระวิหารสองข้างที่
ขนาบด้านหน้าและหลังหันออกลำคลอง

พระอุโบสถใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง หันหน้าออกสู่ลำคลองประจัญหน้ากับสระเกศ

พระวิหารสองหลังขนาบข้างโดย
หันหน้าพระวิหารทั้ง 2 หลัง ออกสู่ลำคลองในแนวเดียวกัน
|

พระปรางค์ขนาดย่อมประดิษฐานอยู่นอกกำแพงแก้ว
พระวิหาร พระอุโบสถ เป็นศิลปแบบรัชกาลที่ 3
คือก่อทรงแบบจีน มีเสาพาไลสี่เหลี่ยมรอบ หน้าบันปูนปั้น
ประดับกระจกแบบเดียวกับวัดนางชี วัดอับสรสวรรค์
วัดนางนอง และวัดราชโอรส
นอกจากนี้ยังมีพระปรางค์อยู่ทั้ง 4 ทิศ เป็นปรางค์
ขนาดย่อมประดิษฐานอยู่นอกกำแพงแก้ว มีขนาดเดียวกับ
ปรางค์วัดราชบูรณะ ประดับกระเบื้องถ้วยจีน หน้าพระ-
ปรางค์มีลานสนามหญ้ากว้างขวาง เป็นลานหน้าพุทธาวาส
และมีกำแพงแก้วซึ่งเดิมอยู่ติดกับแนวกำแพงเมืองและคลอง
ภายหลังเมื่อตัดถนนหน้าวัดเลียบกำแพงเมืองแล้ว จึงได้รื้อ
กำแพงเดิมออกและร่นเข้ามาอยู่ในแนวปัจจุบันหน้าบันพระ
อุโบสถและพระวิหารประดับลายปูนปั้นรูปดอกไม้ นก ประดับ
กระเบื้องถ้วยชามแบบจีน ลายเหล่านี้ของเดิมชำรุดหมดแล้ว
ที่เห็นอยู่ในขณะนี้เป็นของซ่อมขึ้นสมัยหลัง

บานประตูของพระอุโบสถเขียนลายรดน้ำ
บริเวณสังฆาวาสอยู่ติดจากบริเวณพุทธาวาสไปทาง
ทิศตะวันตกได้จัดระเบียบหมู่กุฎิสงฆ์งดงามเป็นพิเศษ
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นข้อน่าสรรเสริญความคิด
ของช่างสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งมักทำกุฎิสงฆ์ทรงแปลกและแบบ
แตกต่างกันไปไม่ซ้ำแบบกันเลย
วัดเทพธิดารามนี้เป็นที่พำนักของกวีเอกแห่งกรุง
รัตนโกสินทร์ท่านหนึ่งคือ สุนทรภู่ สมัยเมื่อบวชอยู่ระหว่าง
พ.ศ. 2383 ถึง พ.ศ. 2385 ได้แต่งหนังสือวรรณคดีหลาย
เรื่อง รวมทั้งเรื่องรำพันพิลาป ซึ่งกล่าวชมถาวรวัตถุภายใน
วัดเทพธิดาราม
|