![]() |
|||||
Ozone
รังสี UVบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกเรานี้จะดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไว้ราว 1 ใน 3 ส่วน ที่เหลือ อีก 2 ส่วนจึงจะทะลุผ่านผิวโลก พลังงานที่โลกได้รับมา อาจอยู่ในรูปของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรียกว่า รังสี ได้แก่ รังสีคอสมิก รังสีแกมม่า เอ็กซเรย์ อัลตราไวโอเลต แสงที่มองเห็น อินฟราเรด ไมโครเวฟ คลื่นวิทยุและคลื่นความถี่ต่ำอื่น ๆ สำหรับรังสีที่มีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมบนพื้นโลก ที่กล่าวถึงกันมากก็คือ รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV รังสี UV ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 200-400 นาโนเมตร (1 นาโนเมตร,nm = 1 ใน 1000 ล้านเมตร) ผ่านมาสู่ผิวโลกได้ร้อยละ 8 ของรังสีทั้งหมด แบ่งออกเป็นยูวีเอ (UVA,320-400 nm) ยูวีบี (UVB,290-320 nm) และยูวีซี (UVC,<290 nm) รังสียูวีซีสามารถทำลายสิ่งมีชีวิตได้มากที่สุด แต่ก็ดูดซึมไว้ทั้งหมดโดยก๊าซออกซิเจนในอากาศ จึงไม่มีหลงเหลือลงมาสู่พื้นโลก ส่วนรังสียูวีเอและยูวีบีส่วนใหญ่ก็จะถูกดูดซึมไว้ด้วยก๊าซโอโซน ซึ่งสะสมอยู่หนาแน่น ในบรรยากาศ ชั้นสตาโตรสเฟียร์ที่ระดับความสูง 25กิโลเมตร และมักจะเรียกชื่อเฉพาะเป็นชั้นโอโซน (Ozone layer) หรือชั้นโอโซโนสเฟียร์ (Ozonosphere) มีไม่เกินร้อยละ 30 ที่ผ่านลงมาสู่ผิวโลก ประโยชน์และโทษของรังสี UV ประโยชน์ ช่วยให้ผิวหนังสร้างวิตามินดี เป็นประโยชน์ในการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย โทษ 1. ถ้ามีปริมาณมากเกินไป ก็จะทำให้ผิวหนังดำคล้ำ พองไหม้เป็นรอยแดดเผา หรืออาจทำให้ผิวหนังหนา เหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย 2. ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ ตาเป็นโรคต้อกระจก 3. ทำลายเซลล์รับภาพในตาของเด็ก 4. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย 5. ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอและพันธุกรรม 6. อาจรุนแรงไปจนถึงโรคมะเร็งของผิวหนัง หรือทำให้พืชหรือสัตว์สูญพันธุ์ 7. ทางด้านวัตถุก็อาจทำลายเนื้อไม้และพลาสติก 8. ทำให้ห่วงโซ่อาหารในทะเลขาดช่วงไป |
|||||
ธีระศักดิ์ เฉลิมพิพัฒน์ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี |