| อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ | ||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||
| แผนที่ประเทศเยอรมันในปี ค.ศ. 1933 | ||||||||||||||||
| ในวันที่ 28 มีนาคม 1938 ผู้นำนาซีในซูเดเตน คอนราด เฮนไลน์ (Konrad Henlein) เข้าพบฮิตเลอร์ ในขณะนั้นซูเดเตนเป็นส่วนหนึ่งของเชคโกสโลวะเกีย และเชคโกสโลวะเกียเอง ก็ปกครองโดยชนกลุ่มน้อย ในขณะที่ชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เป็นชาวเยอรมัน ฮิตเลอร์บอกคอนราด ให้เรียกร้องต่อรัฐบาลเชคโกสโลวะเกียว่า ชาวซุเดเตนต้องการปกครองตนเอง ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็รู้ว่า ข้อเรียกร้องนี้รัฐบาลเชค ไม่สามารถจะยอมรับได้ ในเดือนเมษายน และพฤษภาคม 1938 อังกฤษและฝรั่งเศส ขอให้รัฐบาลเชค มอบซูเดเตนให้กับเยอรมัน เพื่อพยายามหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งที่อาจจะมีขึ้น ฮิตเลอร์ยินดีกับการเรียกร้องดังกล่าว พร้อมๆกับให้สัมภาษณ์ถึงความแข็งแกร่งของกองทัพเยอรมันที่เรียงรายอยู่ตามแนวชายแดนเชคโกสโลวะเกีย ปลายเดือนพฤษภาคม ฝ่ายข่าวกรองอังกฤษเชื่อว่า เยอรมันเตรียมพร้อมที่จะบุกเชคโกสโลวะเกีย ในขณะที่รัฐบาลเชคเอง ก็พร้อมที่จะสู้ มาถึงตอนนี้ ฮิตเลอร์ถอยหลังมาหนึ่งก้าว พร้อมประกาศว่า เยอรมันไม่มีความตั้งใจที่จะใช้ความรุนแรงในกรณีซูเดเตน ทั้งลอนดอนและปารีส ต่างพอใจกับการสั่งสอนฮิตเลอร์ในครั้งนี้ โดยหารู้ไม่ว่าแผนขั้นต่อไปของฮิตเลอร์พร้อมอยู่แล้ว แผนการโจมตีเชคโกสโลวะเกียถูกวางไว้ ให้เปิดฉากในวันที่ 1 ตุลาคม 1938 ขณะที่ฝ่ายเสนาธิการของเยอรมันก็ขัดแย้งกันเองอย่างหนัก โดยอีกฝ่ายหนึ่งเกรงว่าการบุกเชคโกสโลวะเกีย จะทำให้เกิดสงครามกับอังกฤษและฝรั่งเศส เพราะอังกฤษคงไม่ยอมให้เยอรมันครอบครองซูเดเตน โดยปราศจากการต่อสู้ เดือนมิถุนายน นายกรัฐมนตรีเนวิล แชมเบอร์เลน (Naville Chamberlain) ของอังกฤษในขณะนั้น กลับแสดงท่าทีออกมาว่า ประชาชนในซูเดเตนส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน จึงไม่สมควรที่อังกฤษจะเข้าไปก้าวก่ายปัญหาในซูเดเตน ฮิตเลอร์บินไปพบแชมเบอร์เลนถึงอังกฤษ แชมเบอร์เลนรับประกันถึงการที่จะไม่เข้าไปก้าวก่ายปัญหาดังกล่าว แต่ปัญหาอาจจะมีขึ้นได้ หากรัสเซียสนับสนุนเชคโกสโลวะเกีย เมฆหมอกแห่งสงครามปกคลุมไปทั่วยุโรป ทุกฝ่ายคาดกันว่า การบุกของเยอรมันจะนำมาซึ่งสงคราม เด็กนักเรียนในลอนดอน และปารีส เตรียมการอพยพ หน้ากากกันแก๊สพิษถูกนำออกมาแจกจ่าย อย่างไรก็ตาม ฮิตเลอร์ได้แสดงออกมาว่า เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาในการเปิดสงครามของนาซี เนื่องจากเขาตระหนักดีว่า เยอรมันยังไม่พร้อมกับสงครามครั้งนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องการซูเดเตน โดยปราศจากสงคราม ปัญหาก็คือ เขาจะทำอย่างไร ช่วงนี้เยอรมันและอิตาลีต่างร่วมกันเดินเกมทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างสุดความสามารถ โดยเฉพาะการแสดงออกมาว่า ซูเดเตนคือเป้าหมายสุดท้ายของฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้ต้องการสงคราม เช่นเดียวกับชาติยุโรปอื่นๆ ที่ต้องการสันติ จนในที่สุดเมื่อเวลา 0100 ของวันที่ 30 กันยายน 1938 อังกฤษและฝรั่งเศสก็ตกลงกันในข้อตกลงมิวนิค (the Munich Agreement) ที่จะมอบทุกสิ่งที่ฮิตเลอร์ต้องการ เพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม โดยจะยินยอมมอบดินแดน 10,000 ตารางไมล์ให้ ส่งผลให้เชคโกสโลวะเกียสูญเสียแหล่งถ่านหิน 66 เปอร์เซนต์ของตน พร้อมทั้งอีก 70 เปอร์เซนต์ของแหล่งพลังงานไฟฟ้า 86 เปอร์เซนต์ของแหล่งเคมี 70 เปอร์เซนต์ของแหล่งแร่เหล็ก แชมเบอร์เลนกลับไปยังกรุงลอนดอน พร้อมด้วยถ้อยวาจาอมตะที่ว่า "สันติภาพในเวลาของเรา" (Peace in our time) เขาไม่รู้เลยว่า ในขณะที่เขากำลังตกลงกับฮิตเลอร์ที่มิวนิคนั้น ฮิตเลอร์ได้ตกลงกับมุสโสลินี ผู้นำอิตาลีว่า เมื่อเวลาแห่งสงครามมาถึง เยอรมันและอิตาลี จะร่วมกันต่อสู้กับอังกฤษ และฝรั่งเศส ในที่สุดเยอรมันก็เข้าครอบครองซูเดเตน ตามด้วยการเข้าผนวกเชคโกสโลวะเกียทั้งประเทศ รัฐบาลเชคต่อสู้อย่างสิ้นหวัง โดยปราศจากความช่วยเหลือจากโลกภายนอก 15 มีนาคม 1939 ฮิตเลอร์ส่งทหารเข้ายึดโบฮีเมีย (Bohemia) และมอราเวีย (Moravia) และรุกเข้าสู่กรุงปราค (Prague) ยึดปราสาทโบราณของกษัตริย์โบฮีเมีย เป็นที่พำนักของฮิตเลอร์ ตามมาด้วยการเข้ายึดสโลวะเกียใน 16 มีนาคม 1939 เป็นอันว่า ด้วยกลยุทธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่ยอดเยี่ยมของฮิตเลอร์ เชคโกสโลวะเกียก็ถูกครอบครองโดยเยอรมันในที่สุด และสุดท้ายหากใครได้อ่านหนังสือเรื่อง การต่อสู้ของข้าพเจ้า ของฮิตเลอร์ ก็จะทราบว่า เป้าหมายต่อไปของฮิตเลอร์ คือ โปแลนด์ นั่นเอง |
||||||||||||||||
| ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | |||||||||||||||
| หน้าหลัก ฮิตเลอร์ 1 2 3 4 5 6 7 หน้า 8 9 10 11 ขุนศึกนาซี แสนยานุภาพเยอรมัน เส้นทางสู่สงคราม หน่วย เอส เอส ดี เดย์ ประวัติฮิตเลอร์ สงครามเหนือเกาะอังกฤษ แนวรบด้านตะวันออก บันทึกจากติมอร์ตะวันออก บันทึกจากภาคใต้ รู้จักกับผู้เขียน พันโท ศนิโรจน์ ธรรมยศ |
||||||||||||||||