กลับสู่หน้าหลัก | บทบรรณาธิการ | About Us
วันที่ 7-13 สิงหาคม พ.ศ . 2549   

“ขอความร่วมมือ”

  ความไม่กระจ่างในรายละเอียด และความคลุมเครือด้านข้อมูล กับประเด็นต่างๆ เมื่อเกิดข้อสงสัยขึ้นในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) และข้อขัดแย้งต่างๆมักมาจากบรรดาบุคลากร ด้วยกันเองและหลักการให้ข้อมูลข่าวสาร จนบางทำให้บางครั้งอาจเกิดทัศนคติแง่ลบต่อบุคลากรด้วยกันเอง

  ระบบการทำงานด้านเทคโนโลยีภายในรั้วมสด. ถือว่ามีความ “ไฮเทค” แต่ในความล้ำสมัยก็ยังมีความ “ล้าสมัย” จากบุคคลบางคนในระบบบุคลากรปะปน จนทำให้เกิด คำว่า “ทำไม?” และ “อะไร?” อยู่บ่อยครั้งกับกลุ่มนักศึกษา เมื่อมีความต้องการทราบในข้อเท็จจริง โดยมักเกิดมาจากการชอบโยกโย้ในการให้ข้อมูล หรือ ปฏิเสธการให้คำตอบ จนเกิดความไม่ชัดเจนในปัญหา และแนวทางแก้ไข

  เช่นปัญหาเดิมๆ อย่างเครื่อง E-ASM หรือตู้ปริ้นท์เกรด ที่เราก็ทราบกันดีว่า “เจ๊งซ้ำซาก” มานานนม จนทำให้ต้องมีการถามความคืบหน้ากันอีกครั้ง แต่เมื่อสอบถามผู้เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับประเด็น แนวทางแก้ไข การดำเนินการทั้งหลายแหล่ก็ไม่เป็นผล หรือคนที่เป็นแหล่งข่าว อาจจะคิดว่าเป็นข้อมูลเชิงลบ ก็มักได้รับกฎการเข้าสัมภาษณ์ชวนเบื่อหน่าย ที่กว่าจะเข้าถึงตัวแหล่งข่าวก็ใช้เวลารอนาน!! อีกทั้งข้อมูลที่ได้มาก็ไม่สมราคากับการรอคอย ยังคงมีหลายคำถามที่ถูกปฏิเสธ ทั้งๆที่ผู้ประสบปัญหาโดยตรงคือ นักศึกษาแต่เมื่อขอคำอธิบายกลับกลายเป็นเรื่อง “ยากที่จะรู้และลำบากที่จะตอบ?” จนน่าแปลกใจ 

 กลายเป็นย้ำความรู้สึกที่ว่า “เรื่องเน่าๆ ใครจะเอามาพูด” นี่ไม่ใช่ประเด็นปัญหา

 

เดียวที่เกิดขึ้นในระบบการให้ข้อมูลต่อนักศึกษาผู้ซึ่งต้องรู้ ต้องเข้าใจ และทราบในความกระจ่างของทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์ในความคิดได้ว่าทางสถาบันฯกำลังทำอะไร เพื่อสิ่งไหน และใครได้รับประโยชน์?

  เนื่องจากสถานศึกษาเป็นสถานที่ของนักเรียน-นักศึกษา ก็เหมือนบ้านของตัวเอง ที่ต้องอยู่อาศัย ต้องรู้สิ่งต่างๆของบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วนทุกซอกทุกมุม มีปัญหา มีข้อสงสัยก็ต้องถามผู้ใหญ่ ผู้ดูแล เพราะไม่เช่นนั้น ก็เท่ากับว่า เราเป็นส่วนหนึ่งที่ปล่อยให้บ้านไม่น่าอยู่! หากนักศึกษาต้องการจะทราบถึงความผิดปกติในเรื่องที่เกี่ยวข้องก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งเสียหาย

  การนำเสนอข่าวสารข้อมูล เป็นหน้าที่ของนักวารสารศาสตร์ อีกทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นภายในรั้วนั้น นักศึกษาทุกแขนงทุกคณะ มีความต้องการอยากรู้เป็นทุนเดิม แต่บางคนอาจจะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ ที่จะต้องไปตระเวนทำหนังสือยื่นขอสัมภาษณ์ อธิการบดี เจ้าหน้าที่ อาจารย์ หรือคนที่เกี่ยวข้อง ได้แต่คุยกันเองในกลุ่มเพื่อน และแสดงความคิดต่างๆนานา ล้วนแต่ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริงเสียหมด ดังนั้นเราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่ง เป็นกระบอกเสียงแทนกลุ่มนักศึกษาเหล่านั้น และเป็นกระบอกเสียงแทนทางสถาบันฯ เพื่อชี้แจงสู่กลุ่มนักศึกษา และไขข้อสงสัยให้แจ่มแจ้ง

  ทุกคนล้วนเข้าใจว่าการทำงานต้องมีระเบียบแบบแผน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหน้าที่ด้านบุคลากร ควรจะให้ความร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเราก็อยู่ในบ้านเดียวกัน มีกิจกรรมมีความเกี่ยวข้องร่วมกัน หากมีการปฏิบัติให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องง่ายยังดูเป็นเรื่องยาก อาจจะทำให้ไม่เกิดทัศนคติด้านบวก ต่อความสัมพันธ์อันดีกับคนด้วยกันในรั้วสถาบันการศึกษา และที่สำคัญคือ ต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เพราะเครื่องชี้วัดภาพลักษณ์ และ ชื่อเสียงของสถาบันองค์กรนั่นคือ “กลุ่มบุคลากร” ด้วยกันเอง

Free Hit Counters
:+: CopyRight 2006 © :+: DusitPost Online :+: All right reserved