กลับสู่หน้าหลัก | บทบรรณาธิการ | About Us
วันที่ 7-13 สิงหาคม พ.ศ . 2549   
 

บทความวิเคราะห์ การเมือง

 
 

“ยุบ..ไม่ช่วยอะไร”

 
 

สีสัน และดีกรีความสนใจในการเมืองมีไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นสำนวนแก่อัยการสูงสุด เสนอให้ยุบ 5 พรรคการเมือง รวมสองยักษ์ใหญ่ พรรคไทยรักไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ สร้างความฮือฮาให้ประชาชนไม่น้อย แต่ก็ดูเหมือนกับว่า  “ยุบแล้วไม่ช่วยอะไร” ไม่ช่วยตรงไหนมาดูกัน…

เนื่องจาก การเลือกตั้งในวันที่ 15 .. นั้นจะสามารถดำเนินไปต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ กกต.จะอยู่หรือไป!เพราะถ้า
กกต
. ชุดนี้ยังคงจะดำเนินหน้าที่เพื่อจัดการเลือกตั้ง หรือจะยื่นลาออกตอนใกล้ช่วงเวลาเลือกตั้ง วันที่ 15 .. ต้องเลื่อนออกไปไม่มีคูหาให้ประชาชนได้เห็นแน่ เพราะกระบวนการสรรหา กกต.ใหม่จะต้องเกิดขึ้น แต่หากกกต.ลาออกหลังประกาศยุบพรรคการเมืองแล้ว กระบวนการสรรหา จะทำได้เร็วขึ้น ดังนั้นการเลือกตั้งในวันที่ 15 .. จะต้องดำเนินต่อ ยิ่งคำกล่าวของประธานศาฐรัฐธรรมนูญเน้นย้ำด้วยแล้วยิ่งน่าคิด เพราะผู้ชี้ขาด ตัดเป็นตัดตายทั้ง 5 พรรค สำคัญอยู่ที่ “ศาลรัฐธรรมนูญ”

โดยนายผัน จันทรปาน ตุลาการผู้ทำหน้าที่ประธานประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การยุบ 5พรรคการเมือง ต้องทำอย่างรอบคอบระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องใหญ่  ทั้งยังต้องให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายได้ชี้แจงอย่างเต็มที่ ดังนั้นระยะการสอบสวนตามขั้นตอนการดำเนินการต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน ยิ่งถ้ามีเหตุถ่วงเวลา อ้างปากเอกปากโท ก็ปายาวเข้าไป 6 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ  นั่นแค่ก๊อก1!

เพราะนอกจากนั้น หากยังมีการเลือกตั้งในวันที่ 15 .. ขณะที่กระบวนการพิจารณาวินิจฉัยยุบ 5 พรรคการเมือง ยังคงไม่เสร็จสิ้น สมาชิกพรรคการเมืองทั้ง 5 พรรค ยังคงสามารถลงสมัคร ส..ได้ เพราะถือว่า พรรคยังไม่ถูกยุบ!?!

ถ้าจะกล่าวถึงข้อโต้แย้งในคำชี้แจงนั้น เชื่อได้ว่า ทั้ง “อำนาจหน้าที่  และความกว้างขวางที่เปี่ยมล้น” ของทั้ง 5 พรรค จะต้องมีการนำเอกสารและพยานปากสำคัญมายื่นเสนอเป็นทิวแถว เพื่อล้างความบริสุทธิ์ให้กับตัว ดังนั้นเรื่องที่น่าคิดอันสำคัญยังคงมีต่อว่า ผลจะยุบพรรคการเมืองไหนไม่สำคัญ  หากระบบการพิจารณาสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นตามกระบวนกฎหมาย พร้อมทั้งมีการเลือกตั้งตามกำหนดการที่วางไว้ และ ผลโหวตคะแนนสูงสุดเป็น 1ใน 5 พรรคการเมืองที่ถูกเสนอให้ยุบ  

ก็เท่ากับว่าประเทศชาติบ้านเมืองของเรา  ได้พรรคนักการเมืองเข้ามาบริหารที่มี “ราคีเหม็นตุ”    หรือที่เรียกให้ดูดีเป็นภาษาทางการว่า  “ไม่โปร่งใส”  เพราะประชาชนอย่างเราไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่า  เสียงที่มี อำนาจที่ได้มานั้น เป็นการ  จัดซื้อให้ใครเลือก หรือ จัดจ้างให้ใครล้ม!?!…

 
 
Free Hit Counters
:+: CopyRight 2006 © :+: DusitPost Online :+: All right reserved