กลับสู่หน้าหลัก | บทบรรณาธิการ | About Us
วันที่ 7-13 สิงหาคม พ.ศ . 2549   
  เร่งหาทางแก้ไข
น้ำเน่าเสียคลองเปรมประชากร
 
  สำนักงานเขตดุสิตและสำนักงานระบายน้ำใหญ่สองหน่วยงานภาครัฐปฎิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆในความรับผิดชอบปัญหาน้ำเน่าเสียภายในชุมชนวัดประชาระบือธรรม ชาวบ้านชาชินกับปัญหาแม้จะมีการวิงวอน

ภาครัฐฯให้ออกมาแก้ไขระบบน้ำเสียในชุมชนอย่างจริงจัง แต่ปัจจุบันทางเขตดุสิตแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แค่การขุดลอกท่อ
จากกรณีปัญหาน้ำเสียภายในชุมชนวัดประชาระบือธรรมที่ยืดเยื้อมานาน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เวลาประมาณ 09.30 น. ปรากฏว่า เกิดเหตุการณ์โยนความรับผิดชอบของสองหน่วยงานภาครัฐฯ สำนักงานเขตดุสิตและสำนักงานระบายน้ำใหญ่ กรุงเทพมหานคร 2 สืบเนื่องมาจากชาวบ้านชุมชนวัดประชาระบือธรรมย่านเขตดุสิตซึ่งได้รับความเดือดร้อนด้านน้ำเน่าเสียภายในชุมชน พร้อมกับท่อระบายน้ำในชุมชนเล็กมีขยะมูลฝอยจนเกิดการอุดตัน เป็นเหตุให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีก ซึ่งเรื้อรังจนมองเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ เพราะรอคอยการแก้ไขมานานหลายปี และชาวบ้านยังขาดความเข้าใจด้านการร่วมแก้ไขปัญหากับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับชาวบ้านในชุมชนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปัญหาน้ำเสียเป็นปัญหาที่ชาชินแล้ว เนื่องจากไม่รู้จะแจ้งกับทางการอย่างไร ทำได้แค่เพียงจัดกิจกรรมรณรงค์กันภายในชุมชนและที่เห็นน้ำเป็นสีดำอย่างนี้ เป็นเพราะทางบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด ได้ทำการปิดประตูระบายน้ำที่มีปากประตูอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งทางบริษัทบุญรอดฯ จะทำการปิดประตูกั้นน้ำก็ต่อเมื่อน้ำภายในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากฝนตกหนักแล้วมีปริมาณน้ำฝนมากถ้าเปิดประตูกั้นน้ำก็จะทำให้เกิดน้ำท่วม ทางบริษัทบุญรอดฯ จึงทำการปิดประตูกั้นน้ำอยู่ ดังนั้นน้ำในบริเวณชุมชนจึงแห้งขอดเห็นเป็นตะกอนดำ ทางผู้นำก็อยากทราบว่าทำไมทางบริษัทบุญรอดฯ จึงไม่เปิดประตูกั้นน้ำให้

หลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นจึงได้ประสานขอข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักงานระบายน้ำใหญ่กรุงเทพมหานคร 2 จึงทราบว่าทางสำนักงานระบายน้ำใหญ่ฯ มีหน้าที่รับผิดชอบคลองหลักใหญ่ๆ เช่นคลองแสนแสบหรือถ้ามีประชาชนแจ้งเข้ามาว่าลำน้ำในคูคลองตรงจุดไหนเกิดการเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ทางสำนักงานก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บตัวอย่างน้ำแล้วจึงนำมาทดสอบว่าเป็นคลองภายในชุมชนทางสำนักงานระบายน้ำใหญ่ ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเพราะเจ้าหน้าที่แจกจ่ายการทำงานกันอย่างเป็นระบบแล้วจะก้าวก่ายกันไม่ได้หากเป็นปัญหาน้ำเสียภายในชุมชนก็จะต้องดูก่อนว่าคูคลองที่มีปัญหาน้ำเสียนั้นอยู่ในเขตพื้นที่อะไร เช่น กรณีที่เกิดปัญหาน้ำเสียในชุมชนวัดประชาระบือธรรมซึ่งเป็นพื้นที่เขตดุสิตหน้าที่ตรงนี้ก็ต้องขึ้นความรับผิดชอบของฝ่ายสิ่งแวดล้อมสำนักงานเขตดุสิต

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าทางสำนักงาน กรุงเทพ มีการวางแผนแก้ปัญหาอย่างจริงจังหรือไม่ เรื่องนี้ทางสำนักงานเขตฯไม่รับทราบโดยตรงเพราะต้องขึ้นอยู่กับสำนักงานระบายน้ำใหญ่จะกระทำการแจ้งมาเท่านั้น

 

 
Free Hit Counters
:+: CopyRight 2006 © :+: DusitPost Online :+: All right reserved