กลับสู่หน้าหลัก | บทบรรณาธิการ | About Us
วันที่ 7-13 สิงหาคม พ.ศ . 2549   
  ผู้นำชุมชนสวนอ้อย แกนนำผู้เสียสละ

 
  การที่จะเป็นผู้นำนั้นไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม ล้วนแล้วต้องมีความรับผิดชอบ มีความอดทน ซื่อสัตย์ สุจริตต่อหน้าที่ของตนและพร้อมที่จะอุทิศตนให้กับสังคมหรือชุมชนนั้นๆ เช่นเดียวกับ นางรสวี อาจเปล่งพจน์ วัย 47 ปี ผู้นำของชุมชนสวนอ้อย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานชุมชนสวนอ้อย ทำหน้าที่คอยดูแลความเป็นอยู่ของชุมชน

นางรสวี กล่าวว่า ได้ดำรงตำแหน่งประธานชุมชนสวนอ้อย มาเป็นเวลากว่า 4 เดือน ซึ่งตำแหน่งที่ได้มานั้นมาจากการเลือกตั้งของคนในชุมชน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงที่ค่อนข้างมากจึงทำให้เธอได้ตำแหน่งประธานชุมชนสวนอ้อย และนอกจากตำแหน่งประธานแล้วยังมีรองประธาน คณะกรรมการ เลขานุการ เหรัญญิก นายทะเบียน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสวัสดิการ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำหน้าที่ร่วมกันคอยประสานงานซึ่งกันและกัน และตนก็รู้สึกดีใจและยินดีที่คนในชุมชนนี้ให้ความไว้วางใจเพราะตนเคยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการเมื่อปี 2544-2546 ที่ผ่านมา

หน้าที่ที่ประธานชุมชนสวนอ้อยจะต้องทำนั้น จะเป็นการคอยช่วยเหลือผู้คนในชุมชนในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นปัญหา ไฟดับ น้ำไม่ไหล ซึ่งต้องทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆในชุมชน หรือแม้กระทั่งคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยของชุมชนเพราะในชุมชนจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆกับชุมชนบ่อยครั้งเช่น เหตุการณ์ ปล้น จี้ ชิงทรัพย์ และก็ต้องคอยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อคนร้าย และช่วยดูแลปราบปรามเรื่องยาเสพติด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชุมชนสวนอ้อยได้รับมอบทุน “แม่ของแผ่นดิน” ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทุนนี้เป็นทุนที่มอบให้เพื่อแสดงว่าชุมชนสวนอ้อยมีการดูแลและปราบปรามสิ่งเสพติดเป็นอย่างดี ก็รู้สึกดีใจที่สามารถทำให้ชุมชนได้รับมอบทุนนี้มา และจะนำเงินมาพัฒนาชุมชนสวนอ้อยต่อไป


และนอกจากนี้แล้ว ยังต้องเป็นแกนนำทำกิจกรรมในเทศกาลหรือวันสำคัญต่างๆ อย่างเช่น งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา จัดงานแห่เทียนเข้าพรรษา วันสงกรานต์ เป็นต้น และวันที่ 4-5 พฤษภาคมของทุกปี ชุมชนสวนอ้อยจะมีงานทำบุญประจำปี เหตุที่ต้องมีงานทำบุญประจำปีของชุมชนสวนอ้อยนั้น คือ แต่เดิมในชุมชนจะเกิดไฟไหม้ทุกปี เหมือนเป็นอาถรรพณ์ จึงแก้เคล็ดด้วยการทำบุญประจำปี โดยจะมีการทำบุญเลี้ยงพระ และจัดเลี้ยงอาหารให้กับคนในชุมชน และจะมีการทำบุญบริจาคเงินให้กับชุมชนด้วย


ถ้าถามว่า เคยรู้ท้อหรือไม่ ก็เคยรู้สึกท้อแต่คิดในทางกลับกันเมื่อเราก้าวเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้แล้วชีวิตทุกชีวิตในชุมชนนี้เหมือนอยู่ในความดูแลของเรา เราจึงต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเมื่อเรายังมีแรงสู้อยู่ในสังคม นางรสวี กล่าว.
 

 
Free Hit Counters
:+: CopyRight 2006 © :+: DusitPost Online :+: All right reserved