กลับสู่หน้าหลัก | บทบรรณาธิการ | About Us
วันที่ 7-13 สิงหาคม พ.ศ . 2549   
  คอลัมน์ จดหมายถึงเพื่อน

“กิ๊ก” สังคมที่ถดถอย

 
 
 

นิยามของความรักในหมู่วัยรุ่นที่เป็นมากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน มีความรู้สึกพิเศษ ผูกพันกัน คิดถึงกัน แต่ไม่ใช่แฟนกัน หลายๆคนอาจจะรู้จักคำว่า “ กิ๊ก ” ว่ากันว่า “กิ๊ก” มีมานานแล้ว

                เขาว่ากันว่า “กิ๊ก” น่าจะย่อมาจากคำว่า “กุ๊กกิ๊ก” ซึ่งแปลว่า กะหนุงกะหนิงจู๋จี๋กัน ถ้าพูดว่า “กุ๊กกิ๊ก” มันอาจจะยาวไป เลยย่อสั้นๆเหลือเพียง “กิ๊ก”
                เขาว่ากันว่า “กิ๊ก” คือ ความรักในหมู่วัยรุ่นที่เป็นมากกว่าเพื่อน มีความรู้สึกพิเศษ ผูกพันกันคิดถึงกัน แต่ไม่ใช่แฟนกัน
                เขาว่ากันว่า “กิ๊ก” เป็น “สับเซ็ต” ของ “ชู้” และเป็น “ยูเนียน” กับ “การมีเพศสัมพันธ์”
วลีเด็ดๆ ของ “กิ๊ก” คือ “กิ๊กไม่ใช่ชู้แต่ถ้าแฟนรู้ต้องเลิก” และ “รักเหมือนแฟน แสดงเหมือนเพื่อน”
                เขาว่ากันว่า  คำที่สามารถใช้แทน “กิ๊ก” ได้คือ คู่ขา  โปรคู่รัก  ชู้  คู่ควง  เด็ก  แควน(ควาย+แฟน) และคนพิเศษ
                ถึงขนาดต้องออกเป็นบัญญัติการเป็นกิ๊กไว้  10 ข้อ ว่า
                1.ห้ามหึงหวง
                2.มีอะไรกันได้ แต่ไม่ใช่ของกันและกัน
                3.ไม่มีสิทธิเรียกร้องมากเกินเหตุ
                4.ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน
                5.กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ และห้ามเศร้า
                6.ถ้ากิ๊กคิดจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน โดยไม่ใช่เรา  ห้ามฟูมฟาย ต้องยอมรับด้วยความยินดี และค่อยตกลงกันทีหลังว่า จะกิ๊กกันต่อไปหรือไม่
                7.ไม่จำเป็นต้องเทคแคร์กันเกินเหตุ เพราะเป็นแค่กิ๊ก
                8.กิ๊กไม่ได้จำกัดจำนวน เป็นอินฟินิตี้ ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ ถ้าไม่กลัวตาย เพราะเอดส์
                9.กิ๊กสำคัญรองจากแฟน
                10.กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊ก ต้องเจียมตัว

                ข้อสังเกตเกี่ยวกับ “กิ๊ก” มีว่า แม้ “กิ๊ก” ไม่ได้เน้นเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่ความใกล้ชิดทำให้มีโอกาสพลาดพลั้งเปลืองเนื้อเปลืองตัวได้หลายๆครั้ง นำไปสู่เพศสัมพันธ์สลับคู่ แลกเปลี่ยนคู่นอน ท้องขึ้นมาก็ทำแท้ง ตามคอนเซ็ปต์ที่ว่า “ทุ่มเท ทิ่มแทง ทำแท้ง ทอดทิ้ง” และนี่คือ วัยรุ่นบ้านเราในยุคนี้

                ยุคที่ หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งๆที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าจะเกิด
                ยุคที่ความเละเทะ และ ความฟอนเฟะ วิ่งเข้ามาแทน ความดีงาม อยากทำอะไรทำ โดยไม่คำนึงถึง วัฒนธรรมเก่าแก่ซึ่งควรอนุรักษ์เอาไว้แต่อย่างใด
                ยุคที่ วัยรุ่นที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไปตาม ครรลองของอารมณ์ อยาก คบใคร ก็คบไป อยาก มีเพศสัมพันธ์เมื่อใด ก็มีไป อยาก จะนอกใจใครเมื่อไหร่ก็ทำไป อยาก จะเลิกเมื่อใดก็เลิกได้ “สังคมไทย” กับ “ความซื่อสัตย์ภักดี” ดูจะห่างเหินกันมากขึ้นทุกทีทุกที
                ยุคที่ ความเจริญทางวัตถุมีมากขึ้น แต่ความเจริญทางด้านจิตใจมีมากแค่ไหน หลายคนหลายฝ่ายยังสงสัยอยู่นัก

                ตัวอย่างก็มีให้เห็น  ข่าวอาชญากรรมตามหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งทุกวันนี้  มีทั้งข่าวฆ่ากันตายเพราะความหึงหวงที่อีกฝ่ายหนึ่งไปมี “กิ๊ก”  ทั้งระหว่างชายกับหญิง  หรือ  ระหว่างชายกับชาย

                มีเรื่องเล่าประสบการณ์จากผู้หญิงคนหนึ่งที่เกือบเสียตัวจากการมี “กิ๊ก”  เธอเล่าว่า  เธอเองก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว  ไม่ได้ตั้งใจที่จะมี “กิ๊ก”  แต่เพื่อนแนะนำให้กับผู้ชายคนหนึ่ง  ตัวเธอเองก็ไม่ว่าอะไรก็ลองๆคบดู  ก็ไปเที่ยว  กินข้าว  ดูหนัง  จนรู้สึกวางใจ  จนมีวันหนึ่ง “กิ๊ก” ของเธอได้ชวนไปดูหนังรอบดึก  ระหว่างอยู่ในโรงหนังฝ่าย  “กิ๊ก”  พยายามจะลวนลาม  ตนเองก็พยายามปกป้องจนหนังเลิก  ระหว่างทางเดินมาขึ้นรถซึ่งชั้นจอดรถไม่ค่อยมีคนอยู่  ฝ่าย  “กิ๊ก”  ก็พยายามจะข่มขืนด้วยการผลักเข้าไปในรถ  เธอเองก็พยายามที่จะขัดขืนแต่ก็ถูกทำร้ายร่างกาย  แล้ว“กิ๊ก”  ก็พูดว่า  ยอมซะตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว  ระหว่างที่ถูกลวนลามอยู่นั้นฝ่ายหญิงก็พยายามรวมรวบกำลังใช้เท้าเตะไปที่ฝ่ายชายแล้ววิ่งหนีออกมา  ไปขอความช่วยเหลือจากยามที่อยู่บริเวณนั้น  แต่คนร้ายนั้นก็ขับรถหนีออกไปได้  แต่เธอก็ไม่ได้แจ้งตำรวจเพราะว่ากลัวแฟนตัวจริงรู้ว่าตนเองแอบมี “กิ๊ก” 

                “กิ๊ก” เป็นเพียงหนึ่งในร้อยของคำใหม่ๆที่บังเกิดขึ้นมาในยุคนี้  คำที่ฟังแล้วน่าเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง  คำว่า “กิ๊ก” นี้ ฟังบ่อยๆ แล้วจะได้เตือนสติผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราว่า ต่อจากนี้ไปต้องให้ความรัก ความอบอุ่นแก่ลูกหลานของเรามากกว่าที่เป็นอยู่ มิฉะนั้นวัยรุ่นประเภท “กิ๊ก” และ “ชู้” จะเกิดขึ้น ให้เห็นแบบดาษดื่นคล้ายกับว่าเป็น เรื่องธรรมดาๆ ของประเทศไปโดยไม่รู้ตัว




 

 
Free Hit Counters
:+: CopyRight 2006 © :+: DusitPost Online :+: All right reserved