กลับสู่หน้าหลัก | บทบรรณาธิการ | About Us
วันที่ 7-13 สิงหาคม พ.ศ . 2549   
  สวนดุสิตนักศึกษาลด
นักเรียนแห่กู้เรียนเอกชน
 
 
โอเน็ต-เอเน็ตทำพิษนักเรียนสับสน หันกู้"กองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต"เรียนม.เอกชน ยอดนักศึกษาสวนดุสิตลดฮวบ
ในการประชุม กกอ.ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา  (กกอ.) เผยในที่ประชุมว่า ปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีทั้งหมดเกือบ 9 แสนที่นั่ง ขณะที่มีนักศึกษาสมัครเข้าเรียนไม่ถึง 5 แสนคน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุขุม เฉลยทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เผยถึงภาพรวมจำนวนนักศึกษาที่เข้าสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ประจำปีการศึกษา 2549 ว่า ตัวเลขปีนี้น่าตกใจมาก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุขุม กล่าวว่า สัญญาณให้เห็นชัดเจนในปีนี้คือนักศึกษาลดลงแทบทุกมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏ สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการที่มหาวิทยาลัยชุมชน และวิทยาลัยอาชีวะ ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักศึกษาในชุมชนมากขึ้น ประกอบกับปัญหาโอเน็ต-เอเน็ต ทำให้เด็กส่วนใหญ่รู้สึกเบื่อ และสับสน จนตัดสินใจหันไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนแทน และในเบื้องต้นพบว่ามหาวิทยาลัยเอกชนเหล่านี้ เช่น มหาวิทยาลัยหอการค้า มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้นกว่าปี 2548 เกือบ 2,000 คน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รับนักศึกษาเพิ่มขึ้นในปีนี้ถึง 9,000 คน ดังนั้นมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งจึงได้นักศึกษาไม่เต็มจำนวนที่ต้องการ ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏขนาดเล็กอื่นๆ จำนวนนักศึกษาก็น้อยลงเช่นกัน

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์สุขุม ชี้แจงอีกว่า ในส่วนของ มสด.ปีที่ผ่านๆ มาจะมีนักศึกษาสมัครเข้าเรียนต่อนับหมื่นคน ขณะที่มหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาประมาณ 6,000-7,000 คน ส่งผลในการรับนักศึกษาต้องเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 คน แต่ในปีนี้ มสด.ประกาศรับทั้งหมด 5,600 คน ปรากฏว่ามีนักศึกษามาสมัครทั้งหมด 7,000 คน ซึ่งลดลงจากเดิมที่แต่ละปีจะมีนักศึกษามาสมัครนับหมื่นคน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจำนวนนักศึกษาของ มสด.จะไม่ลดลงมากนัก แต่ก็ส่งสัญญาณว่าขณะนี้ทางเลือกของนักเรียนมีมากขึ้น นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยชุมชน หรือวิทยาลัยอาชีวะแล้ว มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังต่างก็ขยายการรับนักศึกษาเพิ่มขึ้น รวมถึงมหาวิทยาลัยของรัฐเก่าแก่เอง มีการเปิดหลักสูตรพิเศษต่างๆ อาทิ โปรแกรมการศึกษานานาชาติ หรืออินเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏแทบทั้งสิ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ "กองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต" หรือกองทุนกรอ. เริ่มนำมาใช้เป็นปีแรก นักศึกษาปี 1 ทุกคนมีสิทธิ์กู้ยืมเงินได้และจะใช้คืนก็ต่อเมื่อจบการศึกษาและมีงานทำ มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องชำระ ซึ่งแต่เดิมการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ ค่าเทอม หรือค่าหน่วยกิตก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่จะเลือกตัดสินใจเข้ามหาวิทยาลัยใด โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชน หากค่าเทอมแพงมาก เด็กจะหันมาเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏที่ค่าเทอมถูกกว่า แต่ในปีนี้นักศึกษาทุกคนกู้ได้หมด "ค่าเทอมแพง" จึงหมดความสำคัญลงไป สิ่งเหล่าล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ มรภ.ว่า ความนิยมของมหาวิทยาลัยราชภัฏไม่ได้ เพียงแต่นักเรียนมีทางเลือกมากขึ้นเท่านั้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุขุม กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏแทบทุกแห่งในปีนี้มีจำนวนนักศึกษาลดลง แต่มีในบางคณะที่มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น เช่น นิเทศศาสตร์ ธุรกิจการบิน เทคโนโลยีการอาหาร เป็นต้น คณะเหล่านี้เป็นคณะที่นักศึกษาให้ความนิยม แต่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตก็มีการควบคุมจำนวนการรับนักศึกษาคณะเหล่านี้ หากในคณะใดคณะหนึ่งมีนักศึกษาสมัครเข้าเรียนเกินจำนวน ก็จะพยายามดูโปรแกรมที่มีลักษณะวิชาชีพใกล้เคียงกันให้ เช่น นิเทศศาสตร์ ก็ใกล้เคียงกับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ นักศึกษาก็สามารถเลื่อนไหลไปได้ แต่ก็ต้องดูศักยภาพของนักศึกษาเองด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเดิมกำหนดไว้ว่าจะรับนักศึกษาในคณะนิเทศศาสตร์ 5 ห้อง แต่เมื่อมีนักศึกษาสมัครเข้ามามากจึงขยายห้องขึ้นเป็น 7 ห้องโดยไม่ดูศักยภาพของตัวเอง เพราะหากมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตในสาขาใดสาขาหนึ่งมากจนเกินความต้องการของประเทศ เมื่อบัณฑิตจบไปก็ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน นำไปสู่ปัญหาสังคมตามมา

นอกจากว่าทางเลือกของนักเรียนในปีนี้จะมีมากขึ้นแล้ว ความเชี่ยวชาญในคณะหรือสาขาวิชาบางด้านซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่นักเรียนจะเลือกตัดสินใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญ แน่นอนว่าเมื่อจำนวนนักศึกษาลดลง งบประมาณที่จะนำมาปรับปรุงและพัฒนามหาวิทยาลัยที่จะได้รับการจัดสรรงบรัฐก็ย่อมลดลงตามไปด้วย ดังนั้น "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" จะพัฒนาและปรับศักยภาพตนเองให้กลายเป็นมหาวิทยาลัยทางเลือกในอันดับต้นๆ ในใจนักศึกษาให้ได้


 

 
Free Hit Counters
:+: CopyRight 2006 © :+: DusitPost Online :+: All right reserved